นายบุญรักษ์ ยอดเพชร“สนิท” แนะส่งคืน-เปรียบเหมือนใช้ของเถื่อน “ธีระเกียรติ” ไม่ขอล้วงลูกหลังเกิดเหตุรถตู้ปริศนาโผล่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 2 คัน จอดอยู่เกือบ 2 ปี ไม่มีทะเบียนรถและไม่มีที่ไปที่มาว่าใครบริจาค เป็นเหตุให้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เพิ่งมารับตำแหน่งผวา เกรงว่าจะมีเอี่ยวแป๊ะเจี๊ยะฝากเด็กนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายธนารัชต์ สมคเณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กรุงเทพมหานคร ได้นำนายโสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เข้าพบนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อรายงานเรื่องดังกล่าว แต่เนื่องจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ติดราชการภายนอกสำนักงานไม่สามารถมารับฟังรายงานได้ด้วยตัวเอง จึงมอบให้ นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รับเรื่องแทนนายธนารัชต์กล่าวว่า ได้นำเรื่องนี้มารายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อขอคำปรึกษา ซึ่งรองเลขาธิการ กพฐ.ได้ให้ข้อแนะนำว่า เนื่องจากรถตู้ 2 คันดังกล่าว ถือว่าเป็นรถที่ผิดกฎหมาย ไม่มีในทะเบียนครุภัณฑ์ ดังนั้น การจะนำรถดังกล่าวไปใช้และดำเนินการใดๆ อาทิ การเติมน้ำรถหรือซ่อมบำรุงถือว่าผิดกฎหมาย กรณีนี้เหมือนกับเป็นการรับของเถื่อน โรงเรียนเป็นสถานที่ราชการจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้ถูกต้อง จึงให้โรงเรียนดำเนินการส่งคืนที่มาของรถทั้ง 2 คันโดยเร็ว และเท่าที่ตนทราบขณะนี้ทาง ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมฯ ได้มีการทำเรื่องเพื่อขอคืนรถให้กับทางสมาคมผู้ปกครองโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแล้ว และเท่าที่ทราบรถตู้ทั้ง 2 คัน มาในช่วงเดือน พ.ค. ปีการศึกษา 2560 คันหนึ่งมีการขับรถมาจอดบริเวณโรงเรียนและฝากกุญแจรถที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ส่วนอีกคันหนึ่งได้รับมาจากกรรมการสมาคมผู้ปกครองโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งมีการส่งมอบถ่ายรูปกันเรียบร้อย แต่หลังจากนี้ทางโรงเรียนคงต้องดำเนินการส่งคืนรถทั้ง 2 คัน รวมถึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ สพม.เขต 1 กทม. จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ส่วนจะมีการดำเนินการต่อไปอย่างไร คงต้องรอข้อสั่งการจากเลขาธิการ กพฐ.ต่อไปด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้รับทราบว่าขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงไปแล้ว ซึ่งข้อมูลต่างๆ และข้อสรุปทั้งหมดคงต้องให้ทาง สพฐ.เป็นผู้ดำเนินการโดยตนจะไม่ขอเข้าไปล้วงลูกอะไรแน่นอน ขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้กันอย่างเต็มที่ ส่วนจะมีการสอบสวนอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในประเด็นไหนบ้างนั้นตนไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาทำอะไรยาก เนื่องจากคณะกรรมการสถานศึกษาเป็นผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองเป็นคนที่มีชื่อเสียง ดังนั้นใครทำอะไรไว้ก็จะมีคนจับตาและตรวจสอบเอง แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้วก็ตาม แต่ตามกฎหมายแล้วในระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี ยังสามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงได้อยู่ไม่ต้องกังวล หรือแม้จะเลยระยะเวลากำหนดไป แต่ก็ยังมีกฎหมายที่เอาผิดได้อยู่จึงไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้.