เป็นที่ทราบกันดีว่า “หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ” แห่งวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นอกจากมีชื่อเสียงในเรื่องของ “วัตถุมงคล” แล้ว ยังเป็นพระปฏิบัติดี เป็นเนื้อนาบุญของพุทธศาสนาโดยแท้พระครูวิสุทธิวิทยาคม หรือ “หลวงพ่อทอง สุทธสีโล” แห่งวัดบ้านไร่ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่รับใช้ใกล้ชิด หลวงพ่อคูณ รูปหนึ่ง เล่าว่า นับถือ หลวงพ่อคูณ เสมือนพ่อคนหนึ่ง ถ้าไม่มี หลวงพ่อคูณ ก็สึกไปนานแล้ว ได้ติดตาม หลวงพ่อคูณ ตลอดเวลา ตั้งแต่สมัยเป็นพระหนุ่มๆ จนหลวงพ่อคูณได้สอนคาถา และสอนวิธีจารวัตถุมงคล (เขียนอักขระภาษาขอม ลงบนวัตถุมงคลต่างๆ)นอกจากนี้ หลวงพ่อคูณ ท่านยังสอนวิธีนั่งวิปัสสนา สอนให้ภาวนาว่า “พุทโธ พุทโธ” ไปเรื่อยๆจนจิตเป็นสมาธิ แต่ถ้าหากว่าเมื่อยหรือปวดหลังปวดเอว ท่านให้ภาวนาว่า “ปัดโธ่ ปัดโธ่” (หัวเราะ) ท่านหมายถึงจะได้ทำให้จิตใจผ่องใส รู้จักปล่อยวาง ให้เดินสายกลาง ไม่เคร่งเกินไป ไม่หย่อนเกินไป หลวงพ่อคูณ มักชี้ให้ดูพระพุทธรูปที่เขาสร้างขึ้นมา ว่าทำไมสายตาพระพุทธรูปจึงมองลงต่ำไม่เกิน 1-2 เมตร ท่านบอกว่าหมายถึงให้มองตัวเองมากกว่ามองผู้อื่น“หลวงพ่อสอนให้ตัดความโลภออกไปจากตัว ให้ตัดไฟสามกอง มีไฟราคะ ไฟโทสะ และไฟโมหะ ให้ดูว่ามันเบาลงบ้างหรือไม่ ท่านให้ตัดออกให้ได้ ให้ยุบลงบ้าง ให้รู้ทันกิเลสทั้งสามกอง และให้มีสติสัมปชัญญะ ให้ระลึกว่าเราบวชมาเพื่ออะไร เพื่อลดเพื่อละ ไม่ใช่มาเอา หลวงพ่อคูณสอนให้รู้จักความลำบาก ต้องพากเพียรเสียก่อน จะบวชทีเดียวให้เป็นพระพุทธเจ้าเลยคงไม่ได้ ต้องสร้างบารมี”อย่างเช่น เงินที่ญาติโยมเขาทำบุญมา ก็เป็นเงินของญาติโยมทั้งนั้น หลวงพ่อคูณ เปรียบตัวท่านเอง เป็นเหมือนธนาคาร เมื่อญาติโยมถวายเงินมาให้สร้างสิ่งสาธารณะ ท่านก็เอาเงินไปสร้างโบสถ์ สร้างเสนาสนะ ศาสนสถาน ไม่ใช่ว่าจะเก็บไว้คนเดียว ถ้าเป็นเช่นนั้นถือว่าเป็นคนยักยอกเงินของญาติโยมเรื่องการจารเหรียญ จารวัตถุมงคลนั้น ท่านสอนให้เริ่มจารตะกรุดโทนก่อน ต่อมาท่านก็ให้จารวัตถุมงคลอื่นๆที่ญาติโยมนำมาฝากไว้ โดยลูกศิษย์มักนิยมให้ หลวงพ่อคูณ จารวัตถุมงคลให้กับมือ“แรกๆท่านก็จารให้ต่อหน้า แต่เมื่อลูกศิษย์นำมามากๆ ท่านจะไม่เสียเวลาจารต่อหน้า ท่านจะรวบรวมส่งมาให้อาตมาจารให้ ด้วยคาถาหลวงพ่อคูณ บริกรรมขณะจารตามที่หลวงพ่อสอนทุกอย่าง อักขระที่จารจึงคล้ายลายมือหลวงพ่อทุกอย่าง ส่วนใหญ่อาตมาจะจารแทนหลวงพ่อมากที่สุด” พระครูวิสุทธิวิทยาคม เล่าเบื้องหลังให้ฟัง พระครูวิสุทธิวิทยาคม เล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อปี 2534 ได้เดินธุดงค์ไปกับ หลวงพ่อคูณ ถึง จ.ชัยภูมิ พบถ้ำแห่งหนึ่ง มีความสงบเงียบรู้สึกชอบมาก หลายปีต่อมาจึงขอ หลวงพ่อคูณ ว่าขอไปทำสมาธิสงบจิตใจที่ภูเขาแห่งนั้นอีก ปัจจุบันคือ วัดพุทธบาทเขายายหอม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ และได้เป็นเจ้าอาวาสอยู่หลายพรรษาเมื่อ หลวงพ่อคูณ ละสังขารแล้ว ญาติโยมจึงนิมนต์ พระครูวิสุทธิวิทยาคม มาจำพรรษาที่วัดบ้านไร่ เพื่อทำหน้าที่ฝังตะกรุดให้ญาติโยมต่อจาก หลวงพ่อคูณ และสืบสานสาธารณประโยชน์ต่างๆที่ หลวงพ่อคูณ สร้างไว้.