แฉพิรุธโรงเรียนเอกชนเมืองปทุมธานี เปิดการเรียนการสอนผิดปกติ มีเรียนเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ระยะเวลาแค่ 2-6 เดือนก็ได้รับวุฒิ พบจบการศึกษาแล้วกว่า 4,000 คน ส่วนใหญ่นำไปใช้สมัครเรียนต่อ-ทำงาน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานีเร่งสอบสวนข้อเท็จจริง มีแนวโน้มผิดชัดเจน ถึงขั้นยกเลิกใบประกาศนียบัตรเมื่อวันที่ 17 ม.ค. นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ได้รับแจ้งจากวิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ ขอให้ตรวจสอบนักเรียน 7 ราย ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานีและมาสมัครเรียนต่อในระดับ ปวช. 2 ราย ระดับ ปวส. 5 ราย จากการตรวจสอบของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานี หรือ ศธจ.ปทุมธานี เบื้องต้นพบว่าเด็กทั้ง 7 ราย มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่เขตบางนา กรุงเทพฯ อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ แต่ไปสมัครเรียนกับโรงเรียนเอกชนในจังหวัดปทุมธานี โดยไม่ได้เรียนเต็มเวลา บางคนเรียนเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ บางคนเรียนเฉพาะวันอาทิตย์วันเดียว ใช้เวลาเรียน 2-6 เดือน โรงเรียนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาแตกต่างกัน บางรายเก็บ 20,000 บาท บางรายเก็บ 18,000 บาทนายชลำกล่าวอีกว่า สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานี ได้เรียกผู้บริหารโรงเรียนเอกชนดังกล่าวไปพบ ได้รับการชี้แจงว่าได้จัดการเรียนการสอนผ่านโครงการโครงการหนึ่ง ที่โรงเรียนจัดขึ้นเพื่อให้โอกาสกับเด็ก แต่ ศธจ. ปทุมธานี เห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบมาพากล จึงแจ้งให้โรงเรียนทราบว่าจะทำหนังสือเพื่อสั่งปิดโรงเรียน รวมถึงระงับเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่จัดสรรให้กับนักเรียนเพราะถือว่าโรงเรียนจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด“หลังจาก ศธจ.ปทุมธานี ได้สั่งให้โรงเรียนเอกชนแห่งนี้หยุดดำเนินโครงการดังกล่าว ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขอความเป็นธรรม ทำให้ทราบข้อมูลเชิงลึก ที่ผู้บริหารโรงเรียนไปชี้แจงกับคณะกรรมาธิการการศึกษาฯว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจาก ศธจ.ปทุมธานี ให้เปิดดำเนินการ เนื่องจากเวลาเรียนตามที่ระบุไว้ในโครงการไม่เป็นไปตามโครงสร้างเวลาเรียน ตามเกณฑ์การจบการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เพราะจัดการเรียนการสอนในลักษณะคล้ายหลักสูตรนอกระบบ คือ ผู้เรียนไม่ต้องเข้าเรียนตามเวลาเช่นเดียวกับโรงเรียนในระบบทั่วไป ใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยตัวเอง การเรียนรู้แบบพบกลุ่ม เรียนรู้ตามอัธยาศัย เมื่อจบหลักสูตรทางโรงเรียนจะออกหลักฐาน ใบ ป.พ. 1 บ ให้กับนักเรียนเพื่อไปสมัครเรียนต่อในชั้นที่สูงต่อไปเลขาธิการ กช.กล่าวอีกว่า โรงเรียนเอกชนแห่งนี้จะนำรายชื่อของเด็กกลุ่มนี้ไว้ในทะเบียนรายชื่อนักเรียนอีกเล่มหนึ่ง แยกจากเด็กที่ลงทะเบียนเรียนปกติ และจะไม่นำรายชื่อของนักเรียนไปขอเงินอุดหนุนรายบุคคล เด็กจะไม่ได้รับสิทธิ์อุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบให้ละเอียดว่าจะเกี่ยวข้องกับการปลอมวุฒิการศึกษาหรือไม่ หากพบว่ามีการปลอมวุฒิการศึกษา คงต้องมีการแจ้งความดำเนินคดี ส่วนการดำเนินการในทางบริหารคงต้องสั่งการให้โรงเรียนปรับปรุง แก้ไข โดยให้งดรับนักเรียนนอกบัญชี ถ้ายังไม่ดำเนินการ คงต้องตั้งคณะกรรมการเข้าไปควบคุม สิ่งที่น่าตกใจคือ มีนักเรียนที่จบจากโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ผ่านโครงการดังกล่าวไปแล้วประมาณ 4,000 คนและกำลังจะจบในปี การศึกษา 2561 อีกกว่า 1,000 คนนายชลำกล่าวอีกว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวของโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ น่าจะไม่ถูกต้อง แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจน ศธจ.ปทุมธานี ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง มีนิติกรจาก สช.ร่วมเป็นกรรมการสอบสวน หากพบว่าโรงเรียนดำเนินการไม่ถูกต้องคงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเด็ก 4 พันคนที่จบการศึกษาในโครงการดังกล่าวไปแล้ว จะต้องถูกยกเลิกใบประกาศนียบัตรที่กำลังจะจบการศึกษาในปีการศึกษา 2561 อีก 1,000 กว่าคน โรงเรียนก็คงไม่สามารถออกใบประกาศให้ได้ แต่ต้องดูด้วยว่าคณะกรรมการสอบสวนฯจะชี้มูลว่าโรงเรียนมีความผิดในเรื่องใดบ้าง“ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากและมีผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่จบการศึกษาในโครงการนี้กว่า 4,000 คน บางรายเอาวุฒิไปสมัครเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น บางรายนำวุฒิไปสมัครทำงาน หากผลการสอบสวนฯออกมาว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวของโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ เป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามหลักสูตร คงต้องยกเลิกไป สช.ต้องคิดหาทางออก เพราะเด็กบางคนอาจไม่ทราบว่าหลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรที่ไม่ถูกต้อง แต่หากเด็กคนไหนรู้ว่าไม่ถูกต้องแล้วยังมากระทำผิดร่วมกับโรงเรียน คงต้องรับผิดชอบร่วมกันไปด้วย” นายชลำกล่าว