งานอีกด้านหนึ่งที่ผู้บริหารกรุงเทพมหานครในปัจจุบันดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่สังคมทั่วไปอาจจะไม่รับรู้ คือ งานด้านการศึกษา เช่น โครงการสร้างแรงบันดาลใจศึกษาภาษาที่ 2 “เราไม่ทิ้งกัน” (No one left behind) โครงการนี้ กทม.ได้คัดเลือกนักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. ซึ่งเป็นเด็กหลังห้อง มีผลการเรียนเฉลี่ย 2.00 ที่ขาดโอกาส เรียนไม่เก่ง ได้ไปฝึกการดำรงชีวิตร่วมกับครอบครัวไทย-อเมริกัน ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 17-27 ต.ค.61 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนให้กับเด็ก“รายงานวันจันทร์” สัปดาห์นี้ จะไปพูดคุยกันถึงที่มาโครงการกับ พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องนี้ถาม-โครงการมีความเป็นมาอย่างไรพล.ต.ต.ปรีชา-โครงการนี้เป็นแนวคิดของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งคิดจะให้โอกาสกับเด็กยากจน หรือที่เรียกว่าเด็กหลังห้องได้มีโอกาสในการเล่าเรียน เพราะเชื่อว่าการให้โอกาส เด็กจะมีการพัฒนาที่ดี โดย พล.ต.อ.อัศวินมีแนวคิดว่าจะส่งเสริมให้เรียนภาษาที่ 2 โดยโครงการรุ่นที่ 1 ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศสิงคโปร์ รับเด็กนักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. 20 คน ซึ่งรุ่นแรกประสบผลสำเร็จดี เห็นความเปลี่ยนแปลง ผลการเรียนที่ดีขึ้น พล.ต.อ.อัศวินจึงคิดมีต่อรุ่นที่ 2 และไปประเทศที่ไกลกว่านี้ กระทั่งเมื่อครั้งที่ พล.ต.อ.อัศวินไปราชการที่สหรัฐอเมริกา ได้พบปะชุมชนคนไทยในอเมริกาและขอรับการสนับสนุนโดยขอให้เด็กมาพักที่บ้านชั่วคราว 2 คนต่อ 1 ครอบครัว ซึ่งได้รับการตอบรับ นอกจากนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมไทย–เท็กซัสกอล์ฟ ชุมชนไทยในรัฐเท็กซัสและเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ชุมชนคนเวียดนาม–อเมริกัน ในรัฐเท็กซัส (ทางฝั่งไทย) บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) บริษัทแกรนด์แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัทโรม่าอุตสาหกรรมจำกัด สายการบิน EVA Air สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยถาม-คัดเลือกเด็กอย่างไรพล.ต.ต.ปรีชา -คัดเลือกเด็กนักเรียนชั้นป.5 จากโรงเรียนสังกัด กทม.ย่านคลองเตย 5 โรงเรียน โรงเรียนละ 4 คน เกรดเฉลี่ยประมาณ 2.00 รวมทั้งหมด 20 คน เหตุผลที่เลือกพื้นที่คลองเตย เนื่องจากเป็นพื้นที่อ่อนไหวเรื่องยาเสพติด กทม.อยากทำเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าเด็กในชุมชนนี้ก็มีโอกาสเหมือนกับคนอื่นๆ เมื่อครั้งประชุมผู้ปกครองที่ผ่านมา บางรายพูดทั้งน้ำตาว่าไม่คิดเลยว่าลูกจะได้มีโอกาสไปอเมริกา ขณะที่เด็กวัยนี้เป็นช่วงที่เด็กจดจำ และเป็นช่วงที่เด็กพอจะช่วยเหลือตัวเองได้แล้วถาม-ก่อนเดินทางไปอเมริกา เด็กมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างพล.ต.ต.ปรีชา-นอกจากการเตรียมร่างกายให้พร้อม มีการออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพแล้ว ทุกๆวันหยุดมีการฝึกอบรมด้านภาษา วัฒนธรรม และมารยาทของประเทศตะวันตกให้กับนักเรียน จากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตสหรัฐอเมริกา และได้ไปร่วมแลกเปลี่ยนการเรียนกับนักเรียนโรงเรียนนานาชาติย่านปากเกร็ด เพื่อฝึกสร้างสัมพันธภาพที่ดีให้เด็กได้กล้าแสดงออก กล้าใช้ภาษาต่างประเทศ.