12 พ.ค. 2501 วันที่ประเทศไทยและสาธารณรัฐตุรกีได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตและนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นมิตรภาพอันดี ระหว่าง 2 ประเทศ จวบจนถึงปี 2561 นี้จึงนับเป็นโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตอันแน่นแฟ้นยิ่งเจาะลึกลงไปก็ยิ่งเห็นเด่นชัดถึงความ สัมพันธ์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในปี 2527 มีการลงนามความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนคณะการแสดงพื้นบ้าน และต่อมาในปี 2534 ได้จัดทำโครงการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลไทยและตุรกีทั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2561 รัฐบาลไทย โดยกระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างความสัมพันธ์ เพื่อนำความเป็นไทยสู่สากล ด้วยการเชื่อมโยงและพัฒนาความร่วมมือทางวัฒนธรรมทั้ง 2 ประเทศ จึงมีการลงนามปฏิญาณแสดงเจตจำนงการดำเนินความร่วมมือด้านวัฒนธรรม ระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมไทยกับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐตุรกีและในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ไทยและตุรกี กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศสถานทูตไทย ณ กรุงอังการา กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวตุรกี จึงจัดกิจกรรมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่าง 2 ประเทศขึ้นที่เมืองอังการาและอิสตันบูล ภายใต้ชื่อความสัมพันธ์ไทยตุรกี ซึ่งมีความหลากหลายทั้ง การฉายภาพยนตร์ การแสดงแม่ไม้มวยไทย การแสดงโขน แสดงศิลปะพื้นบ้านรำไทย แสดงอาหารไทย และการแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย ทีมข่าววัฒนธรรม มีโอกาสเดินทางไปร่วมกิจกรรมกับกระทรวงวัฒนธรรมที่ สาธารณรัฐตุรกี ระหว่างวันที่ 26 ก.ย. 1 ต.ค. นำทีมโดย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม สิ่งที่เราสัมผัสได้คือความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับตุรกี โดยเฉพาะการแสดงต่างๆที่นำไปจัดแสดง นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อการแสดงแต่ละชุดจบลงจะมีเสียงปรบมือดังขึ้นอย่างกึกก้อง ขณะที่อาหารไทยหลากหลายเมนูสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวต่างชาติ ไม่เว้นแม้แต่คนไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในตุรกีนายวีระ เล่าว่า การมาเชื่อมสัมพันธ์ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ตุรกีและไทยมีความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 60 ปี โดยมีการจัดกิจกรรมหลากหลายทั้งภาพยนตร์ การแสดง การส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรมที่นำเสนอความโดดเด่นของการแสดงโขน การแสดงพื้นบ้าน แฟชั่นโชว์ สิ่งที่นำมาจะเป็นสื่อที่ช่วยสร้างความเข้าใจถึงระดับประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ทั้งนี้ตุรกีถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญเพราะมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นกว่า 3,000 ปีที่ได้สั่งสมความเจริญรุ่งเรืองจนเป็นอารยธรรมที่โดดเด่น ทั้งตุรกียังเป็นประเทศที่ใช้ยุทธศาสตร์เรื่องของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่นเดียวกับไทย ซึ่งทั้ง 2 ประเทศมีการใช้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว โดยตุรกีมีเทคโนโลยีการจัดวัฒนธรรมและโบราณสถานเป็นอย่างดี และถือเป็นประเด็นที่เราจะมีความร่วมมือกันในระยะยาว“ในแต่ละปีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ตุรกีกว่า 42 ล้านคน ไทยเองก็มีคนเข้ามาเที่ยว 36 ล้านคนดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีที่ทั้ง 2 ประเทศจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันในสิ่งที่คล้ายกัน โดยสิ่งที่กระทรวงจะทำต่อหลังการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมของไทยไปที่ตุรกีแล้ว ก็จะนำศิลปวัฒนธรรมของตุรกีมาจัดแสดงที่ไทย โดยตุรกีมีความโดดเด่นในเรื่องของภาพยนตร์ ที่ได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆ มากมาย ในเรื่องศิลปะการแสดงวัฒนธรรมสาขาต่างๆก็มีความโดดเด่น ส่วนการลงนามในปฏิญาณแสดงเจตจำนงการดำเนินความร่วมมือด้านวัฒนธรรมฯ เพื่อแสดงเจตจำนงว่าปี 2561 เป็นปีวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งที่ทั้ง 2 ประเทศจะมีต่อกันนอกเหนือจากด้านวัฒนธรรม คือการค้าร่วมกัน ด้วยมูลค่าปีละประมาณ 5 หมื่นล้านบาทและสิ่งที่ไทยน่าจะเรียนรู้ร่วมกับตุรกีคือการอนุรักษ์โบราณสถานและแหล่งประวัติศาสตร์ต่างๆ ที่จะต้องมีความร่วมมือกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำแฟชั่นผ้าไทยมาจัดแสดงในครั้งนี้ปรากฏว่าชาวตุรกีให้ความสนใจมาก ดังนั้นเราต้องต่อยอดโดยการออกแบบผ้าไทยร่วมสมัย ให้ทันยุคสมัย ซึ่งถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากในการส่งเสริมการสร้างรายได้ให้ท้องถิ่นรากหญ้า” นายวีระ ขยายภาพการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและตุรกี ด้าน นางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี กล่าวว่า ชาวตุรกี รวมถึงคณะผู้แทนทางการทูต องค์การระหว่างประเทศและภาคส่วนต่างๆ ที่มาร่วมชมการแสดงมวยไทย รำพื้นเมือง แฟชั่นร่วมสมัยจากผ้าไทย ต่างใช้คำว่า “อะเมซิ่ง” ส่วนอาหารไทยก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ การเปิดตัวแสตมป์ครบรอบ 60 ปีไทยและตุรกี โดยของไทยจะเน้นเป็นแสตมป์ชุดมวยไทย ส่วนตุรกีจะใช้เป็นแสตมป์ชุดมวยน้ำมันซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก“ความสัมพันธ์วัฒนธรรมไทยและตุรกีครั้งนี้มี รมว.วัฒนธรรมของไทยและตุรกีมาร่วมเปิดงาน ซึ่งถือเป็นการให้ความสำคัญกับการจัดงานเป็นอย่างมาก ทั้ง 2 ประเทศต่างมีความจริงใจให้แก่กัน ซึ่งตุรกีกับไทยถือเป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน สิ่งหนึ่งที่คนตุรกีชอบมากคือมวยไทย โดยมีชาวตุรกีเป็นสมาชิกมวยไทยถึง 100,000 คน ซึ่งการที่ชาวตุรกีชอบมวยไทยก็จะต่อยอดสู่การชอบวัฒนธรรมไทยและมาเที่ยวไทยด้วย” นางพันทิพา เล่าถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยตุรกีทีมข่าววัฒนธรรม มั่นใจว่ากระแสตอบรับที่ดีจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมงานความสัมพันธ์ไทยตุรกี เห็นได้จากเสียงปรบมืออย่างกึกก้องพร้อมด้วยรอยยิ้มและคำชื่นชมนั้น เท่ากับยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าวัฒนธรรมเปรียบเสมือนตัวเชื่อมความสัมพันธ์ที่สำคัญ ฉันบ้านพี่เมืองน้อง โดยไม่มีขีดจำกัดของเชื้อชาติ ศาสนาและภาษาหลังจากนี้ก็ถึงเวลาที่คนไทยทุกคนคงต้องเตรียมตัวให้พร้อม ที่จะทำหน้าที่ทูตวัฒนธรรม เพื่อเปิดประตูประเทศไทยให้ต่างชาติได้เห็นแง่มุมที่งดงามและประทับใจในประเทศสยามเมืองยิ้ม. ทีมข่าววัฒนธรรม