อีกหนึ่งคดีสะเทือนขวัญคดี นายอัศยา หรือโก้ ชัยภา ผู้ต้องหาใช้ไม้เบสบอลทุบ น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ นักธุรกิจสาวเสียชีวิตอย่างทารุณที่โรงแรมย่านโชคชัย 4 ก่อนคนร้ายขับรถยนต์ของผู้ตายหลบหนีไป เหตุเกิดวันที่ 30 ก.ค. เป็นคดีที่คนให้ความสนใจ ผู้ตายเป็นนักธุรกิจสาวชื่อดัง ประกอบธุรกิจด้านการก่อสร้าง และเป็นคนใจบุญชอบช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ แต่มาถูกคนร้ายฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมเป็นโจทย์ที่ตำรวจต้องเร่งรัดคลี่คลาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งให้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เร่งรัดติดตามตัวคนร้าย ชุดสืบสวน สน.โชคชัย ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมห้องที่เกิดเหตุ คนร้ายคือ นายอัศยา หรือโก้ ชัยภา อายุ 33 ปี ที่มาพัวพันคบหากับผู้ตายทั้งที่มีภรรยาอยู่แล้ว จึงเกิดการหึงหวงทะเลาะกันบ่อยในช่วง 1-2 เดือนก่อนเกิดเหตุ น่าจะเป็นชนวนเหตุในการสังหารพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับนายอัศยา หรือโก้ ผู้ต้องหา ซึ่งได้หลบหนีนำรถยนต์จอดทิ้งไว้ที่ จ.จันทบุรี แล้วหลบหนีไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยมี นายอนุวัฒน์ หรือแจ๊ค ชัยภา น้องชาย ให้ความช่วยเหลือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ สั่งให้ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ มอบ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.เป็นหัวหน้าชุดระดมทีมสืบสวน พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รอง ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. และ กก.สส.บก.น.4 ประสานกับ พล.ท.เซา ซก คา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการหน่วยรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนประเทศกัมพูชา ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีช่วงที่ร่วมกันบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กลางกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เข้าร่วมประสานการติดตามตัวอีกทางทีมสืบสวนชุด พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ลงพื้นที่แกะรอยพบคลิปจากกล้องวงจรปิดที่ศูนย์การค้าในกรุงพนมเปญ จับภาพ นายอัศยา หรือโก้ และนายอนุวัฒน์ น้องชาย ช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมราคาแพง โดยสั่งซื้อครั้งละมากๆ ตำรวจสันนิษฐานว่าเจ้าตัวซื้อของมีค่าติดตัวไว้ใช้ยามจำเป็น หากเงินหมดหรือโดน อายัดบัตรเครดิต ยังมีทรัพย์สินราคาแพงไว้ขายมีพยานพบเห็นคนร้ายเข้าพักที่โรงแรมมงกุฎ ประเทศกัมพูชา ชุดสืบสวนประสานขอภาพกล้องวงจรปิดพบว่า นายอัศยา หรือโก้ และนายอนุวัฒน์ หรือแจ๊ค ชัยภา น้องชายที่พาหลบหนีเข้าพักที่โรงแรมเช้าวันที่ 27 ก.ค. และออกจากห้องพักค่ำวันเดียวกัน โดยทั้งสองคนได้สวมหมวกปิดบังใบหน้าออกจากโรงแรม ก่อนมาหลบซ่อนที่หมู่บ้านเคลง ปอ ตำบลเปรยเงียด อำเภอคองปิเซ จังหวัดกัมปงสะปือ ประเทศกัมพูชา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ให้ตำรวจไทยลงพื้นที่ประสานทางการกัมพูชาวางกำลังชุดสืบสวนทิ้งไว้รอบหมู่บ้านรอให้ผู้ต้องหาปรากฏตัว ก่อนจับกุมตัวนายอัศยา หรือโก้ และนายอนุวัฒน์ หรือแจ๊ค น้องชายที่พาหนีทันทีที่ได้ตัว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปประสานรับตัว 2 ผู้ต้องหาที่ฝั่งชายแดน อ.คลองลึก จ.สระแก้ว นำตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยทันที สอบปากคำเบื้องต้น นายอัศยารับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยก่อนหน้าได้มีปากเสียงกับ น.ส.ธิติมา หลายครั้ง ผู้ตายเคยพูดจาอาฆาตขู่ฆ่า หากยังไม่เลิกยุ่งกับภรรยาเก่า วันเกิดเหตุได้นัดเจอกัน มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง มีการพูดถึงด่าทอบุพการี มีบางคำที่ผู้ตายพูดประมาณว่าหากตนมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ก็จะเก็บตนเช่นกัน จึงรู้สึกโมโหและหันไปเห็นไม้เบสบอลจึงคว้ามาฟาดใส่จนตาย การลงมือทำไม่ได้ต้องการทรัพย์สิน แต่เพราะมีปากเสียงทำให้เกิดบันดาลโทสะ ส่วนอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นของผู้ตายที่ซื้อไว้ติดรถ วันเกิดเหตุได้นำติดตัวขึ้นไปที่ห้องพัก เพราะผู้ตายมักสลับรถใช้งานไว้เพื่อป้องกันตัวเวลาเดินทาง อยากขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่ได้ลงมือทำเรื่องเลวร้ายไว้ ยืนยันว่าไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาจากอารมณ์ชั่ววูบ วินาทีที่พบว่าผู้ตายเสียชีวิตจะกระโดดตึกตาย แต่นึกถึงใบหน้าลูกสาวจึงได้ตัดสินใจตั้งหลัก ขอความช่วยเหลือให้น้องชายพาหนีข้ามชายแดนเพราะน้องชายเคยทำงานในบ่อนเขมรมาก่อน จนมากบดานที่หมู่บ้านก่อนถูกจับ หลังสอบปากคำ ตำรวจ สน.โชคชัย นำตัว นายอัศยา หรือโก้ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้องพักโรงแรมที่เกิดเหตุ จำลองเหตุการณ์นาย อัศยาถือไม้เบสบอลฟาดไปยังผู้เสียชีวิต ก่อนลงมาขึ้นรถเบนซ์ที่จอดในลานจอดรถของโรงแรมก่อนขับรถหลบหนีไปทางปากซอยประดิษฐ์มนูธรรม 19 ก่อนนำตัวไปฝากขังทันทีเป็นเรื่องที่น่าห่วงหากคดีเป็นเหตุแค่เรื่อง “บันดาลโทสะ” ผู้ต้องหาจะได้รับโทษเพียง 2 ใน 3 ของคำตัดสินคดี ชาวบ้านชุมชนริมคลองลาดพร้าว ที่ น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ผู้เสียชีวิต รับเป็นผู้ดำเนินการประสานงานกับสหกรณ์เคหสถานเพื่อที่อยู่อาศัย จำกัด ในการก่อสร้างที่พักอาศัยให้กับชาวชุมชน ตามโครงการ “บ้านมั่นคงเป็นสุขสามัคคี” เข้ามามอบดอกไม้ขอบคุณ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ที่ช่วยจับกุมผู้ต้องหาที่ไปอยู่ในต่างประเทศกลับมาดำเนินคดี และขอให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินคดีผู้ต้องหารายนี้ให้ถึงที่สุด พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “หลังเกิดเหตุคดีฆ่า น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ ไฮโซสาวนักธุรกิจ และตำรวจพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายอัศยา หรือโก้ ชัยภา ได้หลบหนีไปที่ประเทศกัมพูชา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งให้เร่งจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ โดยมอบให้เป็น หัวหน้าชุดสืบสวนประสานกับ พล.ท.เซา ซก คา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการหน่วยรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ประเทศกัมพูชา ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับทีมตำรวจท่องเที่ยวที่ร่วมกันบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กลางกรุงพนมเปญ ชุดสืบสวนลงพื้นที่แกะรอยจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบอยู่ในหมู่บ้านเคลง ปอ ตำบลเปรยเงียด อำเภอคองปิเซ จังหวัดกัมปงสะปือ ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมง จึงวางกำลังชุดสืบสวนไว้รอบหมู่บ้านรอจังหวะให้ 2 ผู้ต้องหาปรากฏตัว ก่อนจับกุมตัวนายอัศยา หรือโก้ พร้อมนายอนุวัฒน์ ชัยภา น้องชายที่พาหนี นำตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย สอบปากคำผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริง แต่เหตุที่ลงมือทำไม่ได้ต้องการทรัพย์สิน แต่มีปากเสียงทำให้เกิดบันดาลโทสะ ซึ่งตำรวจจะได้รวบรวมหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอยืนยันตำรวจดำเนินการทุกคดีตรงไปตรงมา ส่วนคำตัดสินคดีอยู่ที่ดุลพินิจของศาล” เป็นอีกหนึ่งคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ลงมาสั่งคดีให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ที่มีความสัมพันธ์กับตำรวจประเทศเพื่อนบ้านที่เคยร่วมมือทำคดี “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” มาช่วยติดตาม ผู้ต้องหากลับมารับโทษ ไม่ปล่อยให้คนร้ายลอยนวล ด้วยแนวคิดของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ที่ทำทุกที่ทุกทางกลายเป็นตำรวจหนึ่งเดียวของโลกที่พร้อมให้ความร่วมมือตำรวจไทย.ทีมข่าวอาชญากรรม