แฟ้มภาพมีผู้ประกอบการขนส่งรายหนึ่ง เขียนมาร้องเรียนอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบเกี่ยวกับการกระทำของบริษัทใหญ่ที่ใช้รถบรรทุกขนส่งสินค้ามีอิทธิพลอยู่เหนือกฎหมายบอกว่าอึดอัดมาก ไม่กล้าจะร้องเรียน กลัวอิทธิพลมืด แต่ว่าจำเป็นต้องเขียนมา เพราะลำบากมาก ถูกคู่แข่งและผู้มีอิทธิพลเอาเปรียบเรื่องมีอยู่ว่า บริษัทหนึ่งมี รถบรรทุกวิ่งบรรทุกเศษไม้ยูคาฯ เข้าโรงงานเพื่อผลิตสิ่งของออกมาขาย โดยบริษัทนี้ได้ข่าวว่ามีนายตำรวจระดับใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเวลาที่รถบรรทุกของบริษัทวิ่งบนถนนหนทางไม่เคยคลุมผ้า เศษไม้ยูคาฯจะตกเรี่ยราด ปลิวใส่รถคันอื่นบ้าง ไปที่ไหนก็เจอ เพราะรถของบริษัทนี้วิ่งทั่วประเทศแต่ไม่เคยถูกจับเป็นข่าวคนร้องบอกว่า เป็นคนรับจ้างขับรถบรรทุกแกลบบ้าง บรรทุกดินบ้าง แต่ทำตามกฎหมายทุกครั้งก็ยังถูกจับบ่อย ก็เลยไปถามตำรวจว่า ทำไมไม่จับรถของบริษัทนี้บ้างจึงได้ความว่า พอตำรวจจะไปจับออกใบสั่ง จะมีโทรศัพท์ลึกลับโทร.มาขอเคลียร์ อ้างเป็นของรถนาย พออ้างชื่อนาย ตำรวจก็ไม่กล้า เพราะรู้ว่ากำลังเป็นใหญ่เป็นโต ไม่กล้างัด กลัวโดนย้ายบางคันหนักกว่านั้น ตำรวจเล่าว่าเป็นรถ “สวมทะเบียน” เอามาวิ่งขนของ วิ่งบรรทุกของ ตรวจเจอหลายครั้ง ก็มีโทรศัพท์มาขอทุกครั้งที่สำคัญช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ ผู้ประกอบการบอกว่า ได้รับหนังสือขอความร่วมมือจากตำรวจให้หยุดวิ่ง รถทุกคันหยุดวิ่งทุกครั้ง เพราะรถใหญ่ขึ้นเขา ขึ้นเนินช้า ทำให้รถติดแต่บริษัทนี้ ไม่เคยหยุดวิ่งเลย ไม่สนใจว่าชาวบ้านจะรถติด จะลำบากไหม จนล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกกฎหมายบังคับให้หยุดวิ่งช่วงเทศกาล จึงเห็นว่ารถของบริษัทนี้ยอมหยุดวิ่งต้องออกเป็นกฎเหล็กถึงยอมหยุดนี่ถ้าไม่ออกเป็นกฎหมายบังคับ ก็คงทำอะไรบริษัทนี้ไม่ได้ เพราะรู้ๆกันอยู่ ตำรวจไม่กล้าจับคนร้องบอกอีกว่า ทุกวันนี้เห็นข่าวนายตำรวจที่ออกข่าวจับกุมคดีในทีวี แทบอยากจะปิดข่าวหนี เบื้องหน้าตำรวจไล่จับกุมคนอื่น แต่บริษัทที่ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องกลับไม่ทำตามกฎหมาย ไม่กล้าจับกุมแถมเวลาถูกจับให้ลูกน้องโทร.เคลียร์ตำรวจอีกแบบนี้ต่อให้จะไปจับใคร ก็ไม่มีใครเชื่อถือหรอกตัวเองยังไม่เคารพกฎหมายเลย.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th