ขนุนชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมจากประเทศอินโดนีเซีย สามารถปลูกและขยายพันธุ์ได้ดีในทุกพื้นที่ของประเทศไทย มีลักษณะประจำพันธุ์คือ ความสูงของต้นจะไม่เกิน 3 เมตร เนื้อหรือยวงเป็นสีเหลืองเข้มหรือสีเหลืองทอง และมีความหนามาก เนื้อไม่เละแม้สุกงอม รสชาติหวานกรอบหอมรับประทานอร่อยมาก ผู้นำเข้ามาปลูกครั้งแรกจึงตั้งชื่อตามสีสันของเนื้อสุกหรือยวง และขนาดของต้นไม่สูงใหญ่นักว่า “ขนุนทองอินโดแคระ” ตามถิ่นกำเนิดดั้งเดิมดังกล่าวขนุนทองอินโดแคระ มีชื่อวิทยาศาสตร์และมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับต้นขนุนทั่วไปเกือบทุกอย่าง จะมีข้อแตกต่างคือต้นเตี้ยแจ้ตามที่กล่าวข้างต้น มีดอกและติดผลดกมาก รูปทรงของผลสวย น้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 2–5 กิโลกรัมต่อผลเท่านั้น ผลไม่แตก เนื้อไม่เป็นสนิมยวงหรือเนื้อหุ้มเมล็ดหนา เมล็ดเล็ก มียางน้อย ปริมาณของยวงหรือเนื้อหุ้มเมล็ดประมาณ 50 หรือเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล เนื้อแข็งไม่เละแม้สุกงอม รสชาติหวานกรอบหอมรับประทานอร่อยมาก ปัจจุบันมีการพัฒนาการตอนกิ่งด้วยระบบติดตากับเสียบยอด ทำให้ต้น “ขนุนทองอินโดแคระ” ปลูกแล้วโตไวให้ผลผลิตหลังปลูกเพียง 2 ปีแค่นั้น ที่สำคัญจัดเป็นขนุนพันธุ์เบา มีดอกและติดผลได้ง่าย และมีดอกติด ผลดกเต็มต้นเกือบตลอดทั้งปีด้วยสามารถ ปลูกในกระถางหน้ากว้าง 24 นิ้วฟุต หรือปลูกลงบ่อซีเมนต์เป็นไม้ประดับได้ เวลามีดอกติดผลดกลองหลับตานึกภาพดูจะงดงามน่าชมแค่ไหน ผลอ่อนหรือขณะที่ผลยังเล็กอยู่ ผู้ปลูกนิยมเอาไปปรุงเป็นอาหารคาวจำพวกแกงขนุน ยำขนุน และซุบขนุน เป็นต้น ในประเทศจีนชื่นชอบ “ขนุนทองอินโดแคระ” มาก เนื่องจากมีน้ำหนักพอดีซื้อแล้วนำกลับบ้านได้ง่ายนั่นเองมีกิ่งตอนแท้ขายเพียงแห่งเดียว คือ ติดต่อ “คุณประภาส สุภาผล” 33/4 หมู่ 7 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทร.08–8533–2299 หรือไปซื้อได้ที่งาน เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เกษตรแฟร์ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. บูธ “สวนประภาสไม้ผล” โซนเอฟ 26–27 ระหว่างวันที่ 21–30 มิ.ย.61 ราคาสอบถามกันเองครับ.“นายเกษตร”