เพลิงพิโรธเผาโรงงานผลิตฉนวนกันความร้อน คนงานพยายามช่วยกันดับแต่ไม่สำเร็จ เพราะภายในโรงงานมีโฟมฉนวนกันความร้อน แก๊สหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีเก็บอยู่จำนวนมาก เพลิงโหมลุกทั่วทั้งโรงงานก่อนลามข้ามถนนซอยเผารถยนต์จอดในลานรับฝากรถ รวมทั้งอู่ซ่อมรถ และบ้านเรือนอีก 8 หลังวอดวายกลายเป็นทะเลเพลิง รถดับเพลิงกว่า 30 คัน ระดมฉีดน้ำสกัดร่วม 3 ชั่วโมงเพลิงสงบ แต่อาคารโรงงานถล่มพังพาบทั้งหลัง เครื่องจักรและสินค้าถูกเผาวอด เบื้องต้นคาดสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ค่าเสียหายไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาทไฟโหมไหม้โรงงานผลิตฉนวนกันความร้อนลุกลามเผาบ้านเรือนชาวบ้านและรถยนต์กว่า 20 คัน รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 24 เม.ย. ร.ต.อ.ทัศนไชย บุญสงเคราะห์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุเพลิงไหมโรงงานผลิตฉนวนกันความร้อน บริษัท มิคเซล จำกัด เลขที่ 45/14-15 หมู่ 10 ซอยวัดบางฝ้าย ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประเสริฐ บัวขาว ผกก.สภ.สำโรงใต้ นายวรณัฎฐ์ หนูรอต นายอำเภอพระประแดง นำกำลังและรถดับเพลิงเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพรายและเทศบาลใกล้เคียงกว่า 30 คัน มูลนิธิร่วมกตัญญู รุดระงับเหตุ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารขนาดใหญ่บนเนื้อที่ราว 3 ไร่เศษ มีรั้วรอบขอบชิด ตัวอาคารด้านหน้าเป็นโรงงาน 2 ชั้น ส่วนด้านหลังโล่งเป็นที่เก็บแผ่นโฟมกันความร้อนที่ผลิตเสร็จรอจำหน่าย และมีถังแก๊สหุงต้มสำหรับรีดแผ่นโฟมจำนวนมาก พบเพลิงโหมท่วมด้านหลังอาคารอย่างรุนแรง สลับกับเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดแต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เนื่องจากมีแผ่นโฟมฉนวนกันความร้อนเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีเก็บอยู่จำนวนมาก ประกอบกับมีลมพัดแรง ทำให้เพลิงลามเผาโรงงานทั้งหลังและลามข้ามซอยข้างโรงงานเผารถยนต์และรถ จยย.ที่จอดในลานรับฝากรถ รวมทั้งอู่ซ่อมรถและบ้านชั้นเดียว 8 หลังอยู่ด้านหลังกลายเป็นทะเลเพลิง ควันไฟพุ่งดำทะมึนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัดอย่าง ต่อเนื่องนานกว่า 2 ชั่วโมงควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ตัวอาคารโรงงานพังถล่มลงมาทั้งหลัง เครื่องจักรและสินค้าที่ผลิตแล้วเสียหายทั้งหมด ส่วนรถยนต์ที่จอดในลานรับฝากรถข้างโรงงานถูกเผาเสียหาย 25 คัน ประกอบด้วย รถบัส 1 คัน รถแบ็กโฮ 1 คัน รถกระบะ 11 คัน รถเก๋ง 7 คัน รถตู้ 1 คัน และรถ จยย. 4 คัน อู่ซ่อมรถและบ้านเรือนประชาชนอีก 8 หลัง ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ต่อมาเวลา 13.00 น. ร.ต.อ.พงศกร สรัสชนา รอง สว. (สอบสวน) สภ.สำโรงใต้ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานสมุทรปราการ ไปตรวจหาหลักฐานบริเวณลานรับฝากรถ รวมทั้งบ้าน 8 หลัง และอู่ซ่อมรถ 1 แห่ง แต่ยังไม่ได้เข้าไปตรวจภายในโรงงานเพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย ซึ่งทางเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย ประกาศเป็นพื้นที่อันตรายห้ามเข้าเด็ดขาด ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า โรงงานต้นเพลิงมีนายเทพพงษ์ อัครบวร อายุ 74 ปี เป็นเจ้าของ มีคนงาน ประมาณ 300 คน ขณะเกิดเหตุมีคนงานทำงานอยู่ราว 20 คน ส่วนที่เหลือทำงานอยู่ที่โรงงาน 1 โดยพยานให้การว่า เห็นเปลวเพลิงลุกไหม้ฉนวนกันความร้อนบริเวณหลังโรงงาน ช่วยกันดับไฟแต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ สาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม จะเรียกเจ้าของกิจการและคนงานในที่เกิดเหตุมาสอบสวน รวมทั้งรอผลตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนค่าเสียหายไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท เนื่องจากตัวอาคารและเครื่องจักรรวมถึงรถยนต์ที่เสียหายจำนวนมาก