โจทก์ไม่นำสืบว่ารู้เห็น ทำเอกสารอันเป็นเท็จพิพากษายกฟ้องบริษัทแจ๊คสันฯ ไม่ผิดฉ้อโกงคดีขายจีที 200 มูลค่า 10 ล้านให้กองทัพ ระบุพยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักพอ จำเลยรู้เห็นร่วมผลิตเอกสารอ้างสรรพคุณตรวจหาสารเสพติด 7 ชนิด ระเบิด 10 ชนิดเกินจริง อีกทั้งคณะกรรมการจัดซื้อตามแค็ตตาล็อก แต่กองทัพยังยื่นฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นคดีแพ่งต่อได้คดีกองทัพฟ้องบริษัทจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 มี.ค. ศาลแขวงดอนเมือง อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท แจ๊คสัน อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กรณีจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงด้วยการหลอกลวงผู้อื่นโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอก ซึ่งการหลอกลวงนั้นได้ทรัพย์สินไปฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 และ 91 มีนายหยาง เซียะ เซียง ชาวไต้หวัน กรรมการผู้มีอำนาจบริษัทแจ๊คสันฯ จำเลยมาศาลพร้อมกับนายคมสัน ศรีวนิชย์ ทนายความโจทก์ฟ้องว่าต้นปี 50 จำเลยจำหน่ายเครื่องตรวจวัตถุระเบิด อัลฟา 6 รุ่นคอมแพค ของบริษัทคอมแพคในประเทศอังกฤษ ให้ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย 8 เครื่องในราคาเครื่องละ 1,300,000 บาท รวมทั้งสิ้น 10,400,000 บาท ระบุคุณสมบัติสามารถตรวจสารเสพติดได้ 7 ชนิดและวัตถุระเบิด 10 ชนิด มีอุปกรณ์จับสสารระยะไกลไม่ใช้ประจุไฟฟ้า ไม่ต้องชาร์ตไฟ โดยใช้ไฟฟ้าสถิตจากร่างกายของผู้ใช้อุปกรณ์ จับสัญญาณระยะ 6-300 เมตร ทั้งที่เป็นเพียงพลาสติกแข็ง 2 ชิ้น ภายในไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รับสัญญาณตามที่ระบุในแค็ตตาล็อก ส่วนเมมโมรีการ์ดนั้นภายนอกเป็นพลาสติกแข็งแต่ภายในเป็นกระดาษสีดำ 4 แผ่น จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการจัดซื้อมีบริษัทจำเลยเป็นผู้นำเสนอเครื่องพร้อมนำแค็ตตาล็อก แสดงคุณสมบัติพร้อมสาธิตให้คณะกรรมการรับชม สามารถหาสารเสพติดและระเบิดได้ตรงตามเข็มทิศของเครื่อง ทำให้เชื่อว่าเครื่องสามารถใช้งานได้ แต่เนื่องจากไม่เคยจัดซื้อเครื่องมือลักษณะดังกล่าวมาก่อน คณะกรรมการได้เสนอการจัดซื้อด้วยวิธีที่บ่งบอกลักษณะและคุณสมบัติตามแค็ตตาล็อก จนบริษัทจำเลยชนะการประกวดราคาทำสัญญา 2 ครั้งรวมมูลค่า 10,400,000 บาท จนมีการส่งมอบและชำระเงินตามสัญญา ต่อมา สวทช.ตรวจสอบพบว่าไม่มีคุณสมบัติใช้งานได้ตามที่อวดอ้าง มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีจากทางนำสืบของโจทก์ฟังได้ว่าบริษัทจำเลยเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายที่นำเข้าจากบริษัทคอมแพค ในประเทศอังกฤษ โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าบริษัทจำเลยทำเอกสารแค็ตตาล็อกกับบุคคลอื่นใดที่เสนอคุณสมบัติ พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะให้เชื่อได้ว่าจำเลยรู้เห็น ไม่แสดงว่าจำเลยร่วมหรือผลิตเอกสารที่น่าจะเป็นเท็จ จำเลยเพียงนำเข้าเครื่องและเอกสารจากบริษัทคอมแพคมาจำหน่ายเท่านั้น จำเลยอาจไม่ล่วงรู้ได้ว่าข้อความนั้นเป็นเท็จหรือร่วมกับบริษัทผู้ผลิตกระทำการอันเป็นเท็จ หากผู้เสียหายเห็นว่ามีการกระทำผิดจากบุคคลใดสามารถยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อไปได้ ดังนั้นจำเลยจึงยังไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้องนายคมสัน ศรีวนิชย์ ทนายความ กล่าวว่า ที่ศาลยกฟ้องเนื่องจากรับฟังว่าจำเลยเป็นเพียงตัวแทนการขายมาจากตัวแทนจำหน่ายไม่ใช่ผู้ผลิต เกี่ยวกับคดีนี้ยังไม่มีการฟ้องเป็นคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย ทั้งนี้ จะมีการอุทธรณ์คดีต่อหรือไม่ก็เป็นสิทธิของพนักงานอัยการ ขณะที่นายหยาง เซียะ เซียง กก.บริษัทแจ๊คสันฯ ใช้มือบังหน้ารีบเดินทางออกจากศาลกลับไปโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด