อับอายขายขี้หน้ากันไปทั้งบ้านทั้งเมือง กับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ...บางคนอาจถือเป็นผลงานของตำรวจและเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยาน ที่ขยันขันแข็งไม่ดูดายกับเรื่องที่เกิดขึ้น จนเป็นที่มาของการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง...แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องเศร้า?โดยเฉพาะช่วงนี้มาติดๆถึง 2 คดี ทำให้คิดได้ว่าประเทศไทยทำไมถึงมี “โจร” เยอะนัก!คดีแรกตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับพนักงานบริษัทสกายเซฟส์ (LSG) ยกแก๊ง 8 คน ข้อหาลักทรัพย์และรับของโจรหลังจากประมาณกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ตัวแทน สายการบินบริติช แอร์เวย์ ประเทศอังกฤษ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า สินค้าดิวตี้ฟรีบนเครื่องที่เตรียมไว้ขายผู้โดยสารสูญหายไปถึง 12 ครั้ง หรือ 12 เที่ยวบินอาทิ เครื่องสำอาง น้ำหอม ไฟแช็ก และนาฬิกา ฯลฯ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท!ตำรวจจึงสืบสวนจนทราบว่า เที่ยวบินที่แจ้งว่าสินค้าหาย ห้วงเวลาตรงกับกลุ่มพนักงานบริษัทสกายเซฟส์ 8 คนนำอาหารขึ้นไปส่งบนเครื่องบิน จึงเชิญทั้ง 8 คนมาสอบเค้นจนเปิดปากรับสารภาพหลังจากคดีแรกแค่ไม่กี่วัน ชุดสืบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับกุม น.ส.บุษกร สมงามดี อายุ 26 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยแผนกตรวจค้นสัมภาระผู้โดยสาร!?!คราวนี้ไม่ต้องมีใครแจ้ง แต่เป็นกล้องวงจรปิดของสนามบินบริเวณจุดตรวจสัมภาระผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ บันทึกภาพ น.ส.บุษกรหยิบเงินสดจากกระเป๋าผู้โดยสารชาวจีนไว้ได้หลังถูกเรียกตัวมาสอบสวน ตรวจค้นพบเงินสด 4 พันหยวนคิดเป็นเงินไทยประมาณ 2 หมื่นบาท ในสูท จึงยอมเปิดปากรับสารภาพ...อ้างว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพิ่งก่อเหตุเป็นครั้งแรกหลังทำงานมา 2 ปี!?!แต่ตำรวจไม่เชื่อ ยังขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการอยู่...นี่แสดงให้เห็นว่า ในสนามบินสุวรรณภูมิมีมิจฉาชีพแฝงตัวเข้าไปมากมายขนาดไหน?ถ้าไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนจะรับใครเข้าทำงาน หรือจ้างบริษัทไหนมาเป็นซับในสนามบิน เรื่องแบบนี้ยังคงเกิดขึ้นต่อไปความทุ่มเทที่จะพยายามให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นที่เชิดหน้าชูตา คงน่าเสียดายที่กลายเป็นเรื่องเสียแรงเปล่า?สหบาท