“รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ”โครงการระดมทุนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี” และจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยช่วยเสริมงบประมาณที่ได้รับจากรัฐบาลและงบประมาณของโรงพยาบาลเอง ซึ่งยังไม่เพียงพอสำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยยังขาดอีกประมาณ 500 ล้านบาทโรงพยาบาลราชวิถี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 เม.ย.2494 ภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลหญิง” โดยเป็น โรงพยาบาลเฉพาะสตรีและเด็กแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาในปี 2519 ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงพยาบาลที่รักษาโรคทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะเพศ โดย พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามใหม่ว่า “โรงพยาบาลราชวิถี”ปัจจุบัน รพ.ราชวิถี เป็นหนึ่งในศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข รับส่งต่อผู้ป่วยโรคที่มีความซับซ้อนจากโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ และมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ทั้งจากการฝึกอบรมแพทย์ ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสู่สังคมไทย เพื่อหวังให้ประชาชนได้รับการรักษาที่ดีมีคุณภาพ และเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกฐานะหรือชนชั้น นับจนถึงปัจจุบัน รพ.ราชวิถีให้การดูแลผู้ป่วยมานานถึง 66 ปีแล้ว และยิ่งนับวันยิ่งทวีความแออัดอย่างมากสำหรับ อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี เริ่มสร้างประมาณปี 2557 โดยเป็นอาคารสูง 25 ชั้น ประกอบด้วย ห้องผู้ป่วยนอกทุกสาขาโรค ศูนย์การตรวจและรักษาโรคเฉพาะทางครบวงจรตามมาตรฐานสากล ห้องผ่าตัดอัจฉริยะ ศูนย์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ศูนย์ไตเทียมเทคโนโลยีใหม่ และศูนย์ความเป็นเลิศทาง การแพทย์ อีก 8 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการผ่าตัดทางกล้องศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านสูตินารีเวช ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านอุบัติเหตุ ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ และศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านจอประสาทตา ซึ่งจะสามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้ปีละ 1.5 ล้านคน หรือวันละประมาณ 6,000 คน มีเตียงรองรับผู้ป่วยในได้ 400 เตียง ผู้ป่วยวิกฤติได้รับการดูแลที่ดีขึ้น เนื่องจากมีเตียง ICU เพิ่มอีก 64 เตียง และห้องผ่าตัดเพิ่ม 11 ห้อง นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผอ.โรงพยาบาลราชวิถี เล่าว่า รพ.ราชวิถีอยากชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพลังแห่งการให้ครั้งสำคัญกับโครงการ “รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ” ระดมทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ และสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสจากทั่วประเทศให้ได้รับบริการอย่างทั่วถึง ซึ่งรองรับได้กว่า 1.5 ล้านคนต่อปี โดยเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่าครึ่งที่รองรับผู้ป่วยได้เพียง 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งอาคารนี้จะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2561 ทั้งนี้ ที่ผ่านมาโรงพยาบาลเป็นที่พึ่งของคนไทยทุกกลุ่มทั่วประเทศ จากทุกภูมิภาค และเป็นจุดรับส่งต่อผู้ป่วยใหญ่ที่สุดของกระทรวงสาธารณสุข แต่เป็นโรงพยาบาลที่คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึงว่ายังขาด แคลนเครื่องมือทางการแพทย์อีกมาก และเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศระดับสากล ตามศาสตร์พระราชา “เข้าใจ—เข้าถึง—พัฒนา” สมดังนามพระราชทานโรงพยาบาลราชวิถี จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมบริจาคที่ศูนย์การแพทย์ราชวิถี ในมูลนิธิ รพ.ราชวิถี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา รพ.ราชวิถี เลขบัญชี 051—2—69056—1 หรือ โทร.0—2354—8138 ต่อ 3217-9 หรือ http://www.rajavithihospitalfoundation.org “ในปี 2559 แพทย์ 1 คนต้องดูแลผู้ป่วยในถึง 161 คน ส่วนผู้ป่วยนอกแพทย์ 1 คนต้องดูแลถึง 3,996 คน ซึ่งเป็นภาระที่หนักมาก แต่โรงพยาบาลราชวิถีก็ทำการรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ เพื่อหวังให้ผู้ป่วยหายจากความทุกข์ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่เคยปฏิเสธการรักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ และผู้ป่วยในของโรงพยาบาลราชวิถีเอง ประกอบกับการตอบรับนโยบายโครงการประกันสุขภาพจากทางภาครัฐ จึงทำให้พื้นที่เดิมของโรงพยาบาลเกิดความแออัด และอาจทำให้ผู้ป่วยต้องรอเพื่อทำการรักษาค่อนข้างนาน ประกอบกับอาคารต่างๆที่เปิดทำการรักษามาเป็นเวลานานจึงทำให้ทรุดโทรมตามกาลเวลา เราจึงจำเป็นต้องขยายสถานที่และนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาช่วยให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่ดีและรวดเร็วขึ้น หมอและบุคลากรก็ไม่โหลดจนเกินไป” ผอ.โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวถึงความจำเป็นในการเปิดอาคารดังกล่าวทีมข่าวสาธารณสุข มองว่า โครงการ “รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ” ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่คนไทยทุกคนที่แม้จะไม่ใช่แพทย์ พยาบาล เภสัชกร หรือบุคลากรทางสาธารณสุข ก็สามารถเป็นผู้ให้ได้ ด้วยการช่วยให้ผู้อื่นได้รับการบริการที่ดีและเท่าเทียมและสำคัญเหนืออื่นใดคือ เป็นการสานต่อพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งพระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในนิตยสารที่ระลึกครบ 36 ปี ของสโมสรไลออนส์แห่งกรุงเทพฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2538“สังคมใดก็ตาม ถ้ามีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ มีความร่มเย็นเป็นสุข น่าอยู่”.ทีมข่าวสาธารณสุข