สะท้อนมุมมองถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด จึงเดินหน้าสานต่อโครงการ “เพาะรักษ์น้ำ ฟื้นป่าคืนชีวิต” เป็นปีที่ 3 โดยผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จากจุดเริ่มต้นในการฟื้นฟูป่าชุมชนในจังหวัดชลบุรี บริษัทได้ขยายแนวคิดการดูแล “น้ำและป่า” เข้าสู่บริบทของเมือง โดยในปีนี้ บริษัทต่อยอดจากการฟื้นฟูป่าชุมชนสู่การฟื้นฟู “พื้นที่สีเขียวในเมือง” ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร ภายในงานได้สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ชุ่มน้ำในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีผู้บริหารและพนักงานอาสาสมัครของซันโทรี่กว่า 60 คน ร่วมกับภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ กรุงเทพมหานคร และสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน ได้แก่ ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (Environ mental Education Centre หรือ EEC) พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนจากชุมชนเขตคลองเตย รวมทั้งสิ้นกว่า 80 คน ร่วมลงพื้นที่เพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการมอบเครื่องทำน้ำเย็นให้แก่โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ สำนักงานเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดอีกด้วย โอเมอร์ มาลิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประเทศไทยและอินโดไชน่า ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด กล่าวว่า โครงการ “เพาะรักษ์น้ำ ฟื้นป่าคืนชีวิต” สะท้อนค่านิยมหลักของซันโทรี่ทั้ง “Growing for Good” (การเติบโตอย่างยั่งยืน) ที่เชื่อว่าการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าและพื้นที่สีเขียวมีบทบาทสำคัญในการปกป้องแหล่งน้ำ และ “Giving Back to Society” (การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม) มุ่งสนับสนุนให้พนักงานร่วมสร้างคุณค่าแก่สังคม ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมศักยภาพชุมชนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทได้ต่อยอดการดำเนินโครงการจากการฟื้นฟูป่าชุมชนตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สู่การฟื้นฟู “พื้นที่สีเขียวในเมือง” เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างมากขึ้น สำหรับซันโทรี่ ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่จำนวนต้นไม้ที่ปลูก แต่คือการสร้างความร่วมมือ แรงบันดาลใจ และการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในการดูแลป่า น้ำ และสิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นต่อไป ด้าน อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร EEC กล่าวว่า การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำ โดยกิจกรรม “เพาะรักษ์น้ำ ฟื้นป่าคืนชีวิต” ปีที่ 3 ได้ออกแบบการเรียนรู้ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ “เรียนรู้คุณค่าของน้ำ” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของแหล่งน้ำและความสำคัญของทรัพยากรน้ำ “บำรุงดิน ดูแลต้นไม้” เพื่อฟื้นฟูคุณภาพดินและสุขภาพต้นไม้ และ “เพาะกล้า สร้างพื้นที่สีเขียว” เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ดินและเสริมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ความเชื่อมโยงระหว่าง น้ำ ดิน ต้นไม้ และพื้นที่สีเขียว พร้อมปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านประสบการณ์ตรง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนและอาสาสมัครนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดในชีวิตประจำวันและขยายผลสู่สังคมในวงกว้างอย่างยั่งยืน.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่