การสร้างระบบเมตตาธรรมที่ทำให้คนยังคงมีศักยภาพและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง และยึดโยงไปถึงระบบการทำงานของสมอง ถ้าสมองของประชาชนแข็งแรง มีความสามารถในการคิด เรียนรู้ ร่วมมือ และเห็นอกเห็นใจกัน ประเทศก็จะมีทั้งนวัตกรรม ผลผลิต และความมั่นคงทางสังคมความเมตตาเป็นเรื่องดีงามทางศีลธรรม อย่างไรก็ตาม รากฐานทางวิทยาศาสตร์ระบบประสาทชี้ว่าความเมตตาเป็นทั้งคุณธรรมและเป็นผลลัพธ์ของสมองที่แข็งแรงด้วยEmpathy คืออะไร?ปัจจุบันทางวิทยาศาสตร์สมองมองว่า empathy ไม่ใช่ “อารมณ์” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นสมรรถนะของสมองที่เกิดจากเครือข่ายหลายระบบทำงานร่วมกัน และเครือข่ายเหล่านี้สามารถถูกเสริมสร้างหรือถูกบั่นทอนได้จากประสบการณ์ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของสมองปัจจุบันแบ่ง Empathy เป็น 2-3 องค์ประกอบหลัก 1. Affective empathy คือ “รู้สึกไปกับเขา” เช่น เห็นคนเจ็บแล้วรู้สึกสะเทือนใจเกี่ยวข้องกับ anterior insula anterior cingulate cortex (ACC) amygdala periaqueductal gray ระบบนี้ทำให้เรา “รับรู้ความทุกข์” ของคนอื่น 2.Cognitive empathy หรือ Theory of Mind คือ “เข้าใจว่าคนอื่นกำลังคิดหรือรู้สึกอะไร” ไม่จำเป็นต้องรู้สึกเหมือนเขา เกี่ยวข้องกับ medial prefrontal cortex (mPFC) temporoparietal junction (TPJ) posterior superior temporal sulcus temporal pole ระบบนี้ใช้มากในการสื่อสาร การเจรจา การรักษาผู้ป่วย3.Compassion ปัจจุบันถือว่าแยกจาก empathy คือ “อยากช่วย” เกี่ยวข้องกับ ventromedial prefrontal cortex ventral striatum nucleus accumbens hypothalamus oxytocin system จึงอธิบายว่า ทำไมบางคนเข้าใจคนอื่นแต่ไม่ช่วยเพราะ cognitive empathy ยังดี แต่ compassion network ไม่ถูกกระตุ้นความเมตตาความเอื้อเฟื้อคุณธรรม มีการเชื่อมโยงเป็น network มากกว่าสมองตำแหน่งเดียว ได้แก่ 1.Salience Network ประกอบด้วย anterior insula ACC หน้าที่ “เห็นว่าความทุกข์ของคนอื่นสำคัญ” 2.Default Mode Network (DMN) ทำหน้าที่ “เข้าใจตัวเองและเข้าใจคนอื่น” ประกอบด้วย mPFC posterior cingulate precuneus angular gyrus 3.Mirror Neuron Network อยู่บริเวณ inferior frontal gyrus inferior parietal lobule ทำให้เห็นคนยิ้ม เราเผลอยิ้ม เห็นคนร้องไห้ เรารู้สึกตาม 4.Executive Network บริเวณ dorsolateral prefrontal cortex ควบคุม ไม่ใช้อารมณ์อย่างเดียว แต่คิดว่าจะช่วยอย่างไรทำไมคนยุคนี้เหมือน empathy ลดลง? ยังไม่มีคำตอบเดียวแต่มีหลายปัจจัยที่น่าสนใจ 1.Chronic stress เมื่อ cortisol สูงนาน prefrontal cortex ทำงานลดลง amygdala ทำงานมากขึ้นจึงเกิดเห็นแก่ตัว defensive หงุดหงิดง่าย คิดถึงคนอื่นน้อยลง 2.Sleep deprivation งานวิจัยพบว่า นอนน้อยทำให้อ่านสีหน้าคนผิด empathy ลดลง ช่วยเหลือผู้อื่นลดลง เพียงอดนอนคืนเดียวก็สามารถลดความเต็มใจช่วยเหลือผู้อื่นได้ ในงานทดลองบางประเภท 3.Digital overload การได้รับข้อมูลมหาศาลทำให้เกิด compassion fatigue เห็นข่าวทุกวัน สมองเริ่มชิน ไม่ตอบสนองเหมือนเดิม 4.Social isolation มนุษย์วิวัฒนาการมาอยู่เป็นกลุ่มเล็ก แต่ปัจจุบันมี social media แต่ขาด social bonding ความสัมพันธ์ที่ตื้นเขินอาจลดโอกาสฝึกการเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น แม้เทคโนโลยีเองจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรง 5.ความเหลื่อมล้ำสังคมที่มี inequality สูง trust ลดลง empathy ลดลง เพราะทุกคนอยู่ในโหมดเอาตัวรอด.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม