ศึกมอเตอร์วอร์สในตลาดรถจักรยานยนต์บ้านเราช่วงครึ่งปี หลังนี้ส่อเค้าระอุเดือด เมื่อค่ายไทยฮอนด้า เจ้าพ่อตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทยประกาศรุกเข้ม พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ถึง 4 รุ่น“มาซายูกิ ฮามามัตสึ” ประธานกรรมการบริหารค่ายไทยฮอนด้า แถลงลั่นว่า แม้เศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังเป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการทั้งอุตสาหกรรมต้องเผชิญ แต่ไทยฮอนด้ายังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยครึ่งปีแรกของปีนี้มียอดเติบโต 102% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมประเมินว่าตลาดรถจักรยานยนต์ไทยตลอดปีจะมีขนาดราว 1.73-1.77 ล้านคัน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายในปีนี้ไว้ที่ 1.40-1.43 ล้านคันกลยุทธ์สำคัญของไทยฮอนด้าในช่วงครึ่งปีหลัง คือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทุกเซ็กเมนต์ของตลาด ทั้งกลุ่ม Premium A.T., Sport A.T. และ Lifestyle ผ่านการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ 4 รุ่น พร้อมเดินหน้าพัฒนาทั้งรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้นโดยเฉพาะการต่อยอดความสำเร็จของ Honda 160 Series ซึ่งยังคงเป็นหัวหอกสำคัญของแบรนด์ไฮไลต์อยู่ที่ New Honda Click160 สปอร์ตเอ.ที.โฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด “Click อย่างผู้นำ จ่าฝูงทุกเส้นทาง” ปรับดีไซน์ให้ดุดันและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 157 ซีซี 4 วาล์ว พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกครบครัน เปิดตัวในราคาแนะนำ 69,900 บาท พร้อมรุ่นตกแต่งพิเศษ CLICK160 R Limited Edition จาก H2C ผลิตเพียง 500 คัน ราคาแนะนำ 76,400 บาทด้าน New Honda PCX160 ยังคงรักษาจุดยืนในฐานะพรีเมียม เอ.ที. ภายใต้แนวคิด “Be The Mark of PRIDE” เพิ่มเฉดสีใหม่ทั้งรุ่น RoadSync Type และ Standard Type พร้อมเครื่องยนต์ eSP+ 157 ซีซี ระบบ Honda Selectable Torque Control (HSTC) และระบบเบรก ABS เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ วางจำหน่ายในราคา 99,900 บาท สำหรับรุ่น RoadSync Type และ 96,000 บาท สำหรับรุ่น Standard Typeนอกจากการเสริมทัพกลุ่มรถใช้งานหลักแล้ว ไทยฮอนด้ายังเพิ่มสีสันให้ตลาดด้วยการนำคาแรกเตอร์ระดับโลกมาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition ความร่วมมือกับ Disney และ Pixar ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Buzz Lightyear จากภาพยนตร์ Toy Story ลงบนตัวรถอย่างโดดเด่น ทั้งโทนสี ชุดตกแต่ง และรายละเอียดเฉพาะสำหรับนักสะสม ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,000 คัน ราคาแนะนำ 74,900 บาทขณะที่ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition นำแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมซิตี้ป็อปของญี่ปุ่นยุค 80 มาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบและอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ทั้งบังลมหน้าทรงวินเทจ สติกเกอร์ลาย Tokyo 80s ชุดกันลายโครเมียม หมวกกันน็อก และแจ็กเกตดีไซน์เฉพาะ ผลิตเพียง 500 คัน ราคาแนะนำ 54,000 บาท เจาะกลุ่มผู้ชื่นชอบรถคลาสสิกและนักสะสมที่มองหาความแตกต่างการเปิดตัวรถทั้ง 4 รุ่นในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าทิศทางของไทยฮอนด้าไม่ได้มองเพียงการแข่งขันด้านยอดขาย หากแต่กำลังสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ในทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนารถที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง การสร้างประสบการณ์ใหม่ผ่านงานออกแบบ ไปจนถึงการเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับเป้าหมาย Carbon Neutrality (ความเป็นกลางทางคาร์บอน) ภายในปี 2050.อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “มอเตอร์วอร์ส” เพิ่มเติม