เมื่อสนามแข่งไม่ได้มีไว้ตัดสินเพียงผู้ชนะ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เผยให้เห็นศักยภาพของรถยนต์อย่างแท้จริง การแข่งขัน “2026 TOYOTA 4×4 The Magnificent Ten” หรือ “10 เซียนประจัญบาน” จึงยังคงเป็นเวทีออฟโรดที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของเมืองไทยด้วยภาพรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่ทะยานผ่านเนินดิน แอ่งโคลน และอุปสรรคสุดโหดอย่างไม่ย่อท้อ สร้างความเร้าใจให้ผู้ชมทุกครั้งที่ล้อหมุน พร้อมตอกย้ำว่า “สมรรถนะที่แท้จริงต้องพิสูจน์ได้ในสนามจริง!” ค่ายโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เจ้าพ่อตลาดรถบ้านเรา ร่วมกับ ค่ายกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จัดการแข่งขันรายการนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ระหว่างวันที่ 9-12 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ สนาม Grand Prix Motor Park อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เพื่อเฟ้นหาแชมป์ประเทศไทยทั้ง 4 รุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงเชียร์และความท้าทายจากสนามออฟโรดมาตรฐานสากล ซึ่งพร้อมทดสอบทั้งฝีมือของนักแข่งและสมรรถนะของรถยนต์อย่างเข้มข้น“ศุภกร รัตนวราหะ” รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ค่ายโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา “10 เซียนประจัญบาน” ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันที่รวบรวมยอดฝีมือจากวงการออฟโรดเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นสังเวียนแห่งศักดิ์ศรีที่นักแข่งจากไทย มาเลเซีย และ สปป.ลาว ต่างเฝ้ารอการประชันฝีมือ ปีนี้มีรถเข้าร่วมแข่งขันถึง 131 คัน แบ่งออกเป็น 4 รุ่น ได้แก่ TOYOTA Hilux 4×4, Super Open, เที่ยวป่า Open และ Off Road Club Team แต่ละรุ่นต่างงัดทั้งเทคนิค ประสบการณ์ และการควบคุมรถขั้นสูง เพื่อพิชิตอุปสรรคที่ถูกออกแบบมาให้ท้าทายทุกขีดจำกัด สำหรับโตโยต้า เวทีแห่งนี้เปรียบเสมือนสนามพิสูจน์สมรรถนะของรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อในสภาพการใช้งานจริง ภายใต้แนวคิด “TOYOTA’s 4×4 King of Off–road” ที่ไม่ได้อาศัยเพียงตัวเลขบนแผ่นโบรชัวร์ หากแต่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ ผ่านการเผชิญเส้นทางออฟโรดที่เต็มไปด้วยโคลน หล่ม เนินชัน และพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Toyota Hilux Travo ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.8 GD Superpower ให้กำลังเหลือเฟือสำหรับการลุยทุกสถานการณ์ ผสานเทคโนโลยี Dynamic Cloud ที่ช่วยยกระดับการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ขณะที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและฟังก์ชัน Multi-Terrain Select (MTS) จะปรับการทำงานให้เหมาะกับสภาพพื้นผิวแต่ละรูปแบบ ช่วยให้ผู้ขับสามารถผ่านอุปสรรคได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการออกผจญภัยบนเส้นทางที่ท้าทาย อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันคือ Land Cruiser FJ ซึ่งสืบทอดดีเอ็นเอ ความแข็งแกร่งจากตระกูล Land Cruiser ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ทั่วโลกมายาวนาน กว่า 75 ปี ภายในงานยังเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองขับบนสนามออฟโรดจริง เพื่อสัมผัสประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ระบบล็อกเฟืองท้าย Rear Differential Lock และโหมด 2nd Start ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและควบคุมรถได้อย่างมั่นใจแม้บนพื้นผิวลื่นหรือเส้นทางสุดโหดแม้การแข่งขันจะมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวในแต่ละรุ่น แต่สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ผลการแข่งขันคือการได้เห็นศักยภาพของรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่พร้อมรับมือทุกอุปสรรคอย่างไร้ความลังเล เพราะทุกโค้ง ทุกหล่ม และทุกเนินที่ถูกพิชิต ล้วนเป็นคำยืนยันถึงมาตรฐานการพัฒนายานยนต์ของโตโยต้าได้อย่างชัดเจนและนั่นคือเหตุผลที่ “TOYOTA 4×4 The Magnificent Ten” ยังคงเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนความหมายของคำว่า “King of Off–road” ได้อย่างสมศักดิ์ศรีในทุกปีที่จัดการแข่งขัน!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “โชว์รูมหัวเขียว” เพิ่มเติม