เรียกเสียงฮือฮา เมื่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้อนุมัติการลงทุนมูลค่า 7,400 ล้านบาทของบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทร่วมทุนของมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เพื่อปรับปรุงโรงงานที่นิคม อุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง รองรับการผลิตรถยนต์ มาสด้ารุ่นใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยี Mild Hybrid Electric Vehicle (MHEV)นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ระดับโลก และสะท้อนความเชื่อมั่นที่ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำยังคงมีต่อศักยภาพของประเทศอย่างชัดเจนการลงทุนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขยายกำลังการผลิต แต่เป็นการยกระดับโรงงานสู่มาตรฐานการผลิตยุคใหม่ ด้วยการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในกระบวนการสำคัญ ตั้งแต่การเชื่อมโครงสร้างตัวถัง การประกอบ การพ่นสี ไปจนถึงการประกอบรถยนต์ทั้งคัน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ประสิทธิภาพ และคุณภาพของการผลิตให้สอดรับกับมาตรฐานการปล่อยมลพิษระดับยูโร 6 พร้อมเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดภายในโรงงาน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งความยั่งยืนมาสด้าเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักของรถยนต์ MHEV สำหรับจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังญี่ปุ่น รวมถึงตลาดอาเซียน โดยมีแผนเริ่มเดินสายการผลิตในปี 2570 ซึ่งรถรุ่นแรกจะเป็นรถอเนกประสงค์ขนาด B–SUV ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวลยิ่งขึ้นการตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ของมาสด้ายังสอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ MHEV ของภาครัฐ ซึ่งกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตพิเศษไว้ที่ 10% สำหรับรถที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร และ 12% สำหรับรถที่ปล่อยก๊าซในช่วง 101-120 กรัมต่อกิโลเมตร โดยเป็นอัตราคงที่ตลอดระยะเวลา 7 ปี ระหว่างปี 2569-2575 ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ประกอบการต้องลงทุนเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ใช้แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ รวมถึงติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS ตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งนโยบายดังกล่าวไม่เพียงช่วยดึงดูดการลงทุน แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และเทคโนโลยีภายในประเทศควบคู่กันไปปัจจุบัน มาสด้ามีฐานธุรกิจในประเทศไทยครอบคลุมทั้งการผลิตรถยนต์ เครื่องยนต์ เกียร์อัตโนมัติ ชิ้นส่วนยานยนต์ การจำหน่าย และการตลาดระดับภูมิภาค การขยายการลงทุนครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดความแข็งแกร่งของเครือข่ายการผลิตที่มีอยู่เดิม พร้อมยืนยันว่ารถยนต์ที่ผลิตจากประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากบริษัทแม่และผู้บริโภคทั่วโลกในด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิตควบคู่กับการลงทุนด้านการผลิต มาสด้ายังเดินหน้าปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อรองรับยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ในกลุ่ม xEV อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านแนวคิด Mazda Signature Experience เพื่อสร้างมาตรฐานการบริการที่เป็นหนึ่งเดียวทั่วประเทศสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ในวันนี้ไม่ได้วัดกันเพียงเทคโนโลยีของตัวรถ แต่ยังครอบคลุมถึงคุณภาพการบริการและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “มอเตอร์วอร์ส” เพิ่มเติม