เป็นเรื่องวินิจฉัยยากมากแต่เกิดขึ้นได้อาจมากถึง 10% แต่ผลก็คือมีเส้นประสาทอักเสบอยู่ภายใน และอาจย้อนกลับเข้าไขสันหลังประสบการณ์ตนเองเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว มี อาการชาแสบร้อน ต้นขาซ้ายทางด้านหน้าและด้านข้าง ระบุได้ไม่ชัดตามบริเวณที่เส้นประสาทแต่ละเส้นไปเลี้ยง เป็นแผ่กระจาย และไม่มีท่าใดที่กระตุ้นให้เกิดอาการเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นก้มแอ่นหรือบิดหลัง อาการค่อยๆเป็นมากขึ้น และเริ่มลามมาที่บริเวณหน้าแข้ง พร้อมกับเริ่มมีอ่อนแรงบริเวณต้นขาภายในวันที่สอง ความที่ตนเองเป็นหมอทางระบบประสาท และหมอยาอายุรกรรม ลักษณะดูไม่เข้ากับเส้นประสาทถูกกดทับจากกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูก แต่ก็ลากขา เดินไปขอทำ เอ็มอาร์ไอ กระดูกสันหลังตั้งแต่บริเวณระดับหน้าอก บั้นเอว ถึงก้นกบ ทั้งนี้ ไม่ได้คิดว่าเป็นกระดูกหรือหมอนรองกระดูก แต่น่าจะเป็นงูสวัด ซึ่งกินหลายเส้นและอาจลุกลามเข้าแผงประสาท lumbosacral plexus แต่ต้องนึกถึงสาเหตุอื่น เช่นเป็นก้อนเนื้องอก หรือเป็นก้อนมะเร็ง ที่กระจัดกระจายผลออกมา ไม่มีการกดทับ เป็นที่น่าเสียดายของรุ่นพี่ที่เป็นหมอผ่าตัดสมองและเส้นประสาท ที่รออยู่หน้าเครื่อง MRI ว่า “อดผ่าเลย เตรียมผ่าให้เลยคืนนี้ 555” ลักษณะเช่นนี้เหมือนกับงูสวัดที่ออกผื่น คือต้องรักษาภายในสองถึงสามวันยา งูสวัด acyclo vir 800 มก. ทานวันละห้าครั้ง ห่างกัน 4 ชั่วโมงเป็นเวลาอย่างน้อยเจ็ดวันเช่น 06.00 10.00 14.00 18.00 22.00 น.ความจริงถ้ามีอาการอ่อนแรงในกรณีของหมอเอง ต้องฉีดยาเข้าเส้น แต่ขี้เกียจเข้าโรงพยาบาล เลยใช้แต่ยากินอาการปวด เจ็บ แสบชา ดีขึ้นภายในสองสามวัน แต่อ่อนแรงไม่ดีขึ้นและคล้ายจะมากขึ้นด้วยซ้ำ เดินขาเป๋ หมอทางเส้นประสาทรุ่นน้องสองท่านเลยขอตรวจ พบมีอ่อนแรงจริง และทำการตรวจกระแสไฟฟ้า เสนอว่า ให้สารสกัดน้ำเหลือง IVIG สี่วัน หรือให้สเตียรอยด์ฉีดเข้าเส้นเลือดดำ 1,000 มิลลิกรัมต่อวันติดต่อกันสามถึงสี่วัน เหมือนอย่างที่เรารักษาผู้ป่วยในลักษณะนี้ ความที่ดื้อ ขี้เกียจเข้าโรงพยาบาล และเบื่อการได้สเตียรอยด์ เพราะโรคเดิมที่เป็นมาตั้งแต่สมัยแพทย์ ฝึกหัด ต้องนอนโรงพยาบาลอยู่เกือบเดือน กระดุกกระดิกตัว ก็ปวดกระดูกไปหมดเพราะเป็นโรคข้อกระดูกกระดูกสันหลังอักเสบ และกระดูกเชิงกรานอักเสบ ที่เรียกว่าโรค AS (ankylosing spondylitis) และต้องกินยาแก้ปวดแทบทุกชนิด โดยโชคชะตายังปรานี ไตยังไม่พัง และตัวโรค ไม่ลุกลามเข้าลูกตา ซึ่งอาจตาบอดได้ และเลยมาใช้กัญชา ด้วยตนเองโดยศึกษาจากตนเองและจากชมรมต่างๆ ดูได้ผลดี และปรับเปลี่ยน เทอร์ปีนและในที่สุดเป็นกัญชง.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม