หากคนเป็นพระด้วยกัน ดูภาพพระนางพญาวัดนางพญา องค์ในคอลัมน์วันนี้ ก็คงเป็นพิมพ์ใหญ่เข่าตรง แม่พิมพ์ “มือตกเข่า” ที่เล่นหากันในวงการ แต่เมื่ออ่านชื่อหัวข้อเรื่อง “นางเข่าตรงทรงชะลูด” ก็คงมีคำถาม เอ๊ะ! นางพิมพ์นี้เคยมีหรือ?คำถามนี้! สำหรับผม ดี เพราะมีเรื่องอยากคุย...ยาวเริ่มกันที่ “แม่พิมพ์” ก่อน หากใครได้อ่านปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องเล่ม 2 พระนางพญา ก็จะรู้ว่า “ครูตรียัมปวาย” ท่านเขียนไว้ เป็นพิมพ์ใหญ่เข่าตรง พิมพ์เดียว แต่ภาพพระขาวดำที่ท่านนำมาประกอบเรื่อง ก็มีนักเลงดีเห็นว่า นอกจากมีพิมพ์ใหญ่เข่าตรง ที่มักมีคำลงท้าย “ทรงพุงป่อง” ที่คุ้นตาแล้วยังมีพิมพ์เข่าตรงอีกพิมพ์ที่มีเส้นสังฆาฏิ เส้นขอบจีวรแตกต่าง ทั้งพระกรขวาที่แปะพระเพลา มีส่วนปลายนิ้วพระกรแหลมยื่นเลยพระเพลา เรียกกันติดปาก “มือตกเข่า” ด้วยต่อๆมา วงการก็แยกพิมพ์ใหญ่เข่าตรง ออกเป็นสองแม่พิมพ์ พิมพ์ใหญ่เข่าตรงทรงพุงป่อง และพิมพ์ใหญ่เข่าตรงมือตกเข่า...และพิมพ์ใหญ่เข่าตรงมือตกเข่านี่เองในบางองค์ที่ตัดขอบชิดองค์พระ บีบสายตาให้มองเป็นพิมพ์ผอมชะลูด เป็นที่มาของคำเรียก เข่าตรงทรงชะลูดในหนังสือพระนางพญา หรือเป็นเล่ม วิธีล้างพระ ที่คุณเชียร ธีรศานต์ เขียนให้สำนักพิมพ์ลานโพธิ์ของเจ๊พิมพา พี่ที่นับถือของผมพิมพ์จำหน่ายราวๆปี 2520 ผมจำได้แม่น คุณเชียรเคยนำภาพนางพิมพ์เข่าตรงทรงชะลูดตีพิมพ์ประกอบเรื่องไว้องค์หนึ่งสำหรับคนรักพระน้องใหม่...ก็อาจแยก พิมพ์ใหญ่เข่าตรงสองแม่พิมพ์ นี้ไม่ถนัด เพราะพิมพ์มือตกเข่าบางองค์ ตัดชัดพระเพลา ปลายมือที่ยื่นเลยเข่าหาย...ดูผิวเผินก็คล้ายกันก็ขอให้ดูที่เส้นขอบจีวร...ครับ ถ้าเป็นพิมพ์ใหญ่เข่าตรงทรงพุงป่อง เส้นขอบจีวรเรียวบาง อ่อนช้อยวกเข้าหารักแร้องค์พระ แต่ถ้าเป็นพิมพ์มือตกเข่า เส้นขอบจีวรจะเป็นแท่งหนาทอดระดับเฉียงลงตรงๆแต่ความแตกต่างของเส้นสายลายพิมพ์ คงไม่สำคัญเท่ากับเนื้อหา และธรรมชาติของพระนางพญาวัดนางพญาแท้ ต้องไม่ลืม...นางพญาวัดนางพญาไม่ว่าพิมพ์ไหน เซียนขายให้เศรษฐี องค์สวยๆ กว่ายี่สิบล้านไปนานแล้วคราวนี้ก็หันไปดูภาพองค์ในคอลัมน์เห็นความแปลกตาที่ดูเหมือนองค์พระท่านจะเป็นพิมพ์ชะลูดกับตาแล้ว ดูเส้นสายอื่นเทียบพระแท้ในหนังสือวงการ ผ่านทุกเส้นสายแล้วก็ต้องมาถึงบทเรียนสำคัญ คือเรื่องเนื้อ...เนื้อพระนางพญาองค์นี้ ด้านหน้าสีออกน้ำตาล ด้านหลังเห็นประกายแดงสดใส พื้นผิวพระนางพญาแท้มักมีปุ่มนูน เนื่องจากผิวพระปิดคลุม “เม็ดแร่” เอาไว้ถ้าผิวเปิดเห็นเม็ดแร่ เรียกแร่ลอย ตรียัมปวาย สอนว่า แร่พระแท้นอกจากมีหลายสี (บางท่านว่าสามสี) แล้วต้องมีขนาดเม็ดแร่ที่ไม่เท่ากัน (ถ้าเม็ดแร่เท่ากัน ให้ระแวงไว้...ไม่ดี)อาจมีคนตาดี เห็นสีดำคล้ำออกเขียว มุมล่างขวาองค์พระ และบางส่วนด้านหลัง...ข้อพิจารณาของคนเป็นพระ องค์นี้ เป็นพระที่เผาด้วยความร้อนสูง เป็นสีเขียว (หรือดำคล้ำ) หากเป็นองค์ที่สุกเต็มที่ เขียวคล้ำทั้งองค์ วงการเล่นหากันแพงกว่า สีเหลืองแดงธรรมดานางพญาเนื้อ “ปริ่มเขียว” องค์นี้ ถือเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญ...ของเซียนพระรุ่นตำนาน...คุยกันว่า นางเขียว ราคาก็แพงกว่า แต่รุ่นเด็กเห็นกับตาก็งง...ก็เนื้อแดงธรรมดาๆ นี่คือความยากอย่างหนึ่งสำหรับ “น้องใหม่”แต่เป็นความง่ายของมือเก่า เห็นเมื่อไหร่ ก็ตัดสินได้ เนื้อนางเขียวแท้ เป็นอย่างนี้ เมื่อรวมที่มา องค์นี้เป็นพระมรดกตกทอดในครอบครัวเจ้าสัว ใกล้ชิดจอมพลถนอม...ใคร ผู้ใด กล้าทักว่าดูยากหรือส่ายหน้าว่าเก๊ ก็ลอง!พลายชุมพลคลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม