มุ่งยกระดับงานผ้าและหัตถกรรมไทยสู่แฟชั่นยั่งยืนระดับสากล ปลัดกระทรวงมหาดไทย “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “โครงการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับ และพัฒนามรดกภูมิ ปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตามพระ ดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริ วัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” จุดดำเนินการที่ 5 ณ ห้องนิมมาน 3 โรงแรมยูนิมาน จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจากคณะที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ร่วมเป็นวิทยากร อาทิ ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, ดร.ศรินดา จามรมาน, ดร.กรกลด คำสุข, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน, ดร.กิติศักดิ์ เยาวนานนท์, ดร.ฐิศิรักน์ โปตะวณิช และ ดร.แพรวา รุจิณรงค์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะในการสนองงานแบ่งเบาพระราชภารกิจของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และ “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของ “พระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” และ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา หัตถกรรมไทยให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน โดยพระราชทานแนวพระดำริการผสมผสานระหว่างศิลปะงานผ้าที่มีความเป็นอัตลักษณ์ในแต่ละภูมิภาค กับมุมมองด้านแฟชั่นร่วมสมัย ภายใต้แนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งก่อให้เกิดความนิยมอย่างแพร่หลายในทุกเพศทุกวัย อันเป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณค่าผ้าไทยสู่สากล พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ โดยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ทรงได้รับประกาศเชิดชูพระเกียรติ และเหรียญสดุดีจาก UNESCO ในฐานะผู้มีคุณูปการด้านการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมทรงเน้นย้ำถึงการส่งเสริมและพัฒนาการทอผ้าพื้นเมืองของไทย ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ อาทิ โครงการดอนกอยโมเดล โครงการนาหว้าโมเดล และศูนย์เรียนรู้บาติกโมเดล รวมถึงโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” พระองค์ยังทรงนำเสนอให้ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในปี พ.ศ.2569 สะท้อนถึงคุณค่าและเอกลักษณ์อันงดงามของวัฒนธรรมไทย อันมีรากฐานจากพระราชวิสัยทัศน์ของ “สมเด็จ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระองค์ท่านได้พระราชทานแบบลายผ้าพระราชทานหลากหลายลวดลาย รวมถึงพระราชทานเครื่องหมายรับรอง “Sustain able Fashion แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” แก่ผู้ผลิตผ้าและงานหัตถกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลในการพัฒนางานหัตถศิลป์ ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม น้องๆเยาวชน ผู้ประกอบการ และผู้เข้าร่วมการสัมมนาในวันนี้ ถือเป็นกำลังสำคัญที่จะต้องร่วมกัน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” งานหัตถศิลป์และงานฝีมือทรงคุณค่าเหล่านี้. อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่