ภาวะนอนไม่ดี หรือสุขภาพการนอนโดยรวมไม่มีคุณภาพ ไม่เพียงแต่ส่งผลระยะสั้น เช่น การง่วงนอนกลางวัน หรือลดประสิทธิภาพในการทำงาน แต่อาจส่งผลถึงสุขภาพและความเสี่ยงต่อการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อ โรคติดเชื้อยังคงเป็นสาเหตุหลักของปัญหาสุขภาพ โดยมีจำนวนผู้เสียชีวิตประมาณ 10.2 ล้านคน (18.4% ของอัตราการเสียชีวิตทั่วโลก) ในปี 2562 พฤติกรรมการนอนหลับได้รับการยอมรับว่ามีส่วนสำคัญของการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน แต่การศึกษามักประเมินปัจจัยการนอนหลับ (เช่น ระยะเวลาหรือภาวะนอนไม่หลับ) แยกกันแทนการประเมินในรูปแบบรวมกันในปี 2568 มีการตีพิมพ์ข้อมูลการศึกษาที่ใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่จาก UK Biobank (สหราชอาณาจักร) อ้างอิง : https://www.nature.com/articles/s41398-025-03314-6.pdf เพื่อตรวจสอบว่ารูปแบบการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพแบบรวมมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากโรคติดเชื้อหลายชนิดอย่างไร การศึกษานี้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วม 397,523 คน (อายุเฉลี่ย 56.3 ปี) และเป็นเพศหญิง 54.9% ที่ในช่วงปี 2549 ถึง 2553 (ผู้ที่มีเชื้อ HIV/AIDS โรคมะเร็ง หรือผู้ที่มีข้อมูลการนอนหลับไม่ครบถ้วนจะถูกคัดออก) คะแนนการนอนหลับที่ดี (ตั้งแต่ 0 ถึง 4) พิจารณาจากพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ 4 ประการ ได้แก่ : 1.ระยะเวลาการนอนหลับที่เพียงพอ (7–8 ชั่วโมงต่อวัน) 2.นาฬิกาชีวิต/ลักษณะการตื่นเช้า (เป็นคนตื่นเช้า) 3.ไม่มีอาการนอนไม่หลับบ่อย 4.ไม่มีอาการง่วงนอนมากเกินไปในเวลากลางวันข้อมูลการเข้ารักษาในโรงพยาบาลถูกติดตามโดยใช้รหัสการจำแนกโรคระหว่างประเทศฉบับที่ 10 (ICD-10) ซึ่งครอบคลุมประเภทย่อยต่างๆ เช่น การติดเชื้อทางเดินหายใจ ทางเดินอาหารตับ ระบบประสาทส่วนกลาง และระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดจากการติดตามผลเป็นระยะเวลาเฉลี่ย 13.5 ปี พบว่ามีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากการติดเชื้อทุกชนิดจำนวน 60,377 ราย ผู้เข้าร่วมที่มีคะแนนการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพสูงกว่า (ซึ่งบ่งชี้ถึงพฤติกรรมการนอนหลับโดยรวมที่ดีกว่า) มักจะมีตัวชี้วัดสุขภาพที่ดีอื่นๆด้วย โดยทั่วไปอายุน้อยกว่า มีกิจกรรมทางกายมากกว่า และมีดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำกว่านอกจากนี้ยังมีอัตราการเกิดโรคประจำตัวต่ำกว่า เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยคะแนนการนอนหลับที่ดีเพิ่มขึ้นจะมีความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากการติดเชื้อทุกชนิดจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (P< 0.001) ผลกระทบของปัจจัยการนอนหลับแต่ละอย่าง : เมื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการนอนหลับทั้งสี่อย่างแยกกัน พบว่าแต่ละอย่างเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างมีนัยสำคัญ 1.อาการง่วงนอนมากเกินไปในเวลากลางวัน : คือตัวบ่งชี้ที่สำคัญที่สุด โดยผู้ที่รายงานว่าไม่มีอาการง่วงนอนมากเกินไปมีความเสี่ยงที่จะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อใดๆ ลดลง 17% 2.ระยะเวลาการนอนหลับและภาวะนอนไม่หลับ : ปัจจัยทั้งสองนี้มีผลกระทบมากที่สุดต่อความเสี่ยงที่เกิดจากประชากร (PAR%) ซึ่งเป็นการประมาณจำนวนผู้ป่วยที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อวันสามารถป้องกันการรักษาในโรงพยาบาลได้ 8% ในขณะที่การหลีกเลี่ยงภาวะนอนไม่หลับบ่อยๆสามารถป้องกันได้ 6.4% 3. ลักษณะการตื่นเช้า : เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่ลดลง 4%ดร.พัทธมน วิโรจนาภิรมย์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข มหาวิทยาลัยรังสิตหมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม