ขอนแก่นอ่วมพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านพังกว่า 350 หลัง เร่งตั้งจุดอพยพรองรับผู้ได้รับผลกระทบ โคราชแรงลมพัดกระหน่ำปล่องเมรุ วัดหักโค่น เคราะห์ดีไม่มีใครบาดเจ็บ ขณะที่เชียงใหม่พายุกระหน่ำบ้านเสียหายกว่า 100 หลัง เร่งสำรวจให้ความช่วยเหลือ ระทึกพายุถล่มงานวันไหลสระบุรี ซุ้มป้ายยักษ์พังทับโจ๋ดูคอนเสิร์ตดับ 1 บาดเจ็บ 11 ตำรวจเร่งสอบสรุปสาเหตุ ผู้จัดยืนยันดูแลผู้บาดเจ็บและรับผิดชอบเต็มที่ “ศุภจี” ช่วยซับน้ำตาชาวสวนทุเรียนสั่งช่วยเหลือเยียวยา อุตุฯเตือนรับมือฝนตกหนักถึง 7 พ.ค.นี้พายุฤดูร้อนพัดถล่มเกิดความเสียหายหลายพื้นที่ เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 พ.ค. นายพิชัย วันตา นอภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า พายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ จ.ขอนแก่น ต่อเนื่องตลอด 2 วัน ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง สั่งการให้ชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมกำลังอาสารักษาดินแดนลงพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นพบบ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า 350 หลังคาเรือน โดยพื้นที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือ ต.ดอนหัน มีบ้านเรือนเสียหายกว่า 200 หลังคาเรือน อย่างไรก็ตาม สั่งเตรียมสถานที่ปลอดภัยไว้เป็นจุดอพยพและที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมกันนี้ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพายุฤดูร้อนยังคงมีแนวโน้มพาดผ่านพื้นที่อย่างต่อเนื่องวันเดียวกัน นายคเณศ คำนนท์ นอภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ หมู่ 5, 8, 9, 10 และ 11 ต.บวกค้าง พบว่ามีบ้านเรือนถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มเสียหายประมาณ 100 หลังคาเรือน วัด 1 แห่ง รวมถึงต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนและริมทางหลายจุด ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบต่อไปส่วน อ.ฮอด เกิดเหตุพายุพัดต้นมะขามขนาดใหญ่หักโค่นล้มทับศาลาครอบองค์พระนอนโบราณ ภายในวัดพระเจ้าโท้ บ้านแพะดินแดน หมู่ 2 ต.ฮอด ส่งผลให้กระเบื้องและโครงหลังคาเสียหายบางส่วน โชคดีองค์พระนอนไม่ได้รับความเสียหายและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ ต.บ้านตาล เกิดพายุฤดูร้อนถล่มพื้นที่ หมู่ 1, 3, 4, 5, 9 และ 10 ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 40 หลังคาเรือน รวมถึงต้นไม้และพืชผลทางการเกษตรเสียหายหลายพื้นที่ ขณะที่ ต.สะเมิงเหนือ อ.สะเมิง เกิดพายุฝนตกหนักทำให้หลังคาบ้านเรือนเสียหายอีก 4 หลังจ.นครราชสีมา เกิดฝนตกหนักและลมพายุกระโชกแรงในพื้นที่บ้านดอนกรูด ต.แชะ อ.ครบุรี แรงลมทำให้ปล่องเมรุของวัดบ้านดอนกรูดหักโค่นพังเสียหาย สอบถามพระครูวินัยธร สุทิน สุทินโน เจ้าอาวาส เปิดเผยว่า มีฝนตกหนักและลมพายุพัดกระหน่ำรุนแรงตั้งแต่ช่วงเย็น กระทั่งเวลา 20.00 น. ได้ยินเสียงโครมดังสนั่นหวั่นไหว แต่ด้วยฝนหนักลมกระโชกแรงไม่กล้าออกมาดู กระทั่งฝนหยุดพบว่าปล่องเมรุหักโค่น รวมถึงหลังคากระเบื้องของเมรุพังเสียหาย แต่เคราะห์ดีช่วงนั้นเป็นช่วงกลางดึกไม่มีใครได้รับอันตราย ส่วนบริเวณอื่นของวัดยังไม่มีความเสียหายเพิ่มเติมส่วน จ.สระบุรี ช่วงค่ำวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มบริเวณงานวันไหลสงกรานต์ ที่ตลาดพงษ์ศิริ ต.โคกสว่าง อ.เมืองสระบุรี ส่งผลให้ซุ้มป้ายทางเข้าขนาดใหญ่พังถล่มลงมาทับประชาชนที่มาชมคอนเสิร์ต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือนายศุภวิชญ์ หมัดอ่าดัม อายุ 17 ปี นอกจากนี้ มีผู้บาดเจ็บ 11 ราย แยกเป็นชาย 5 ราย หญิง 6 ราย ทั้งหมดถูกนำส่ง รพ.สระบุรี เพื่อรักษาอย่างเร่งด่วนนายชินนาอาชว์ รสิอัครศักดิ์ นอภ.เมืองสระบุรี เรียกผู้จัดงานชี้แจงพร้อมกำชับให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ยังอนุญาตให้จัดการแสดงต่อไปได้ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างรัดกุม หากเกิดเหตุซ้ำผู้จัดงานต้องรับผิดชอบทั้งหมด ขณะที่ พ.ต.อ.ศักดิ์ ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.เมืองสระบุรี เตรียมเชิญผู้จัดงานคอนเสิร์ตมาสอบปากคำ หากพบว่ากระทำผิดโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตจะได้แจ้งข้อหาและดำเนินคดีต่อไป ขณะที่ทางผู้จัดงานยืนยันดูแลผู้บาดเจ็บและรับผิดชอบทุกกรณีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรีประสานผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่สำรวจความเสียหายสถานการณ์พายุส่งผลกระทบต่อพื้นที่สวนทุเรียนในจังหวัดโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อเร่งหารือแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรชาวสวนที่ประสบภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นสั่งคัดแยกทุเรียนที่ได้รับความเสียหายเพื่อนำไปแปรรูปช่วยเพิ่มมูลค่าลดความสูญเสีย รวมถึงทำการตลาดไลฟ์สดเป็นการปลุกกระแสบริโภคทุเรียนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะ จ.จันทบุรี ที่ทุเรียนใกล้เก็บเกี่ยวได้รับความเสียหายร่วงหล่น สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจและรายงานเข้าสู่ศูนย์ติดตามภัยพิบัติทันที เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด พร้อมสั่งการให้เครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่จัดจุดรับซื้อทุเรียนที่ร่วงหล่นแต่มีคุณภาพเพื่อเข้าสู่การแปรรูปช่วยบรรเทาความเสียหาย และแนะนำให้ฟื้นฟูสวน ตัดแต่งกิ่ง ค้ำกิ่ง โยงผล เพื่อป้องกันการร่วงเพิ่มเติมกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าช่วงวันที่ 2-3 พ.ค.69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองลดลง และมีอากาศร้อน เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง จากนั้นในช่วงวันที่ 4-7 พ.ค.69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ โดยยังคงมีอากาศร้อน สำหรับภาคใต้ช่วงวันที่ 2-5 พ.ค.69 มีฝนเพิ่มขึ้นเนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ส่วนในช่วงวันที่ 6-7 พ.ค.69 ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่