“มัลดีฟส์” คือสัญลักษณ์ของความงามแห่งธรรมชาติ, การพักผ่อนอันสงบ และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตช้าๆแบบสโลว์ไลฟ์ ท่ามกลางทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ไร้ขอบเขต เกาะสวรรค์แห่งนี้ยังเป็นแหล่งดำน้ำชมฉลามวาฬ, เต่าทะเล และปลากระเบนยักษ์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก“สาธารณรัฐมัลดีฟส์” ตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย และศรีลังกา มีพื้นที่ประกอบด้วยหมู่เกาะปะการังราว 1,190 เกาะ จัดเป็น 26 อะตอล และมีพื้นที่บนบกรวมเพียง 298 ตารางกิโลเมตร โดยมีประชากรอาศัยอยู่ 200 เกาะ ซึ่งในจำนวนนี้ได้รับการพัฒนาเป็นโรงแรมและรีสอร์ตหรูราว 74 เกาะ ปัจจุบันมีรีสอร์ตกว่า 150 แห่งกระจายอยู่ทั่วหมู่เกาะ การเดินทางไปเที่ยวมัลดีฟส์สะดวกมาก เมื่อใช้บริการ “สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส” บินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิไปลงที่สนามบินนานาชาติเวลานา กรุงมาเล่ เมืองหลวงของมัลดีฟส์ ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงนิดๆ มีให้เลือกทั้งชั้นธุรกิจ (Blue Ribbon Class) และชั้นประหยัด ด้วยบริการแบบฟูลเซอร์วิส โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม พร้อมบริการห้องรับรองผู้โดยสาร ส่วนการเดินทางจากกรุงมาเล่ไปยังเกาะต่างๆของมัลดีฟส์มีทั้งเรือเร็วสปีดโบ๊ต, Seaplane และสายการบินภายในประเทศ ถ้าพูดถึงจุดหมายปลายทางในฝันของการเยือนมัลดีฟส์ที่ครบรสทั้งความหรูหราและความยั่งยืน ต้องยกให้ “โซเนวา จานี่” ตั้งอยู่บนเกาะเมดูฟารู ในนูนุ อะตอล ของมัลดีฟส์ ในลากูนขนาด 5.6 กิโลเมตร ถือเป็นรีสอร์ตสุดหรูที่มีความหนาแน่นน้อยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ของท้องทะเลโดยรอบแบบไม่มีสิ่งใดบดบัง ใช้เวลาเดินทางด้วยสปีดโบ๊ตของโซเนวาเพียง 15 นาที จากสนามบินนานาชาติมาฟารู ในนูนุ อะตอล หรือใช้เวลาเดินทางโดยซีเพลนเพียง 35 นาที จากสนามบินนานาชาติกรุงมาเล่ ชื่อของ “โซเนวา จานี่” ได้แรงบันดาลใจจากภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “สติปัญญา” ภายในรีสอร์ตสุดหรูประกอบด้วยวิลล่าบนน้ำ 51 หลัง และวิลล่าบนเกาะ 3 หลัง แบ่งเป็นสองส่วนคือ “แชปเตอร์ วัน” อันเป็นเอกลักษณ์ในเฟสแรก และ “แชปเตอร์ ทู” ที่เปิดตัวไปล่าสุด วิลล่าทั้งหมดมาพร้อมบริการส่วนตัวจาก “Barefoot Butler” ประจำวิลล่า ซึ่งดูแลทุกความต้องการตลอด 24 ชั่วโมง เหนือระดับไปอีกขั้นเมื่อเข้าพักใน “แชปเตอร์ ทู” ทั้งวิลล่าบนน้ำและวิลล่าบนเกาะ ผู้เข้าพักจะได้สิทธิประโยชน์จาก “Soneva Unlimited” บริการใหม่ให้ได้สัมผัสประสบการณ์จาก “โซเนวา จานี่” ได้อย่างทั่วถึงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ครอบคลุมถึงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มแบบไม่จำกัด, ประสบการณ์หลากหลายที่ไม่เหมือนใคร และการบำบัดเพื่อสุขภาพแบบไม่จำกัด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้เพลิดเพลินอีกมาก เช่น สำรวจกลุ่มดาวกับนักดาราศาสตร์ประจำหอดูดาวที่ “Observatory”, ชมภาพยนตร์คลาสสิกที่โรงหนังกลางแจ้งเหนือน้ำ “Cinema Paradiso”, ปลูกปะการังร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญชีววิทยาทางทะเล, ล่องเรือชมปลาโลมาช่วงพระอาทิตย์ตก, รับประทานอาหารเช้าบนหาดส่วนตัว และสำรวจแนวปะการังที่ดีที่สุดในหมู่เกาะกับผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำมืออาชีพ พร้อมลิ้มลองอาหารรสเลิศจาก 11 ห้องอาหารชั้นนำของ “โซเนวา จานี่” ภายใต้โปรแกรม “Soneva Stars” มีเชฟมิชลินสตาร์ผลัดเปลี่ยนกันมาให้บริการ ที่นี่ยังเป็นสวรรค์ของครอบครัว อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมสำหรับเด็กทุกวัย โดยมีสไลเดอร์ส่วนตัวที่ลื่นลงทะเลเป็นเอกลักษณ์ดึงดูดใจสมแล้วกับการเป็นต้นแบบของการเที่ยวมัลดีฟส์ในแบบหรูหราและยั่งยืนอย่างแท้จริง. อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่