ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่หลายฝ่ายจับตาอย่างใกล้ชิด ตัวเลขล่าสุดของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในเดือนมกราคม 2569 ได้จุดประกายความหวังครั้งใหม่ เมื่อ “สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์” ที่ปรึกษาประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ แห่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญตัวเลขการผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 118,386 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.53 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ภาพการขยายตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกระจัดกระจาย หากแต่มีแรงหนุนชัดเจนจากการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อการส่งออกที่พุ่งขึ้นถึงร้อยละ 46.56 การผลิตรถกระบะเพื่อจำหน่ายในประเทศที่ขยับตัวอย่างก้าวกระโดด รวมถึงรถบรรทุกที่เติบโตสอดรับกับการลงทุนภาคเอกชนในช่วงปลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งการเร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้าตามมาตรการรัฐ ยิ่งทำให้โครงสร้างการผลิตของไทยเริ่มเปลี่ยนผ่านอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจาะลึกไปที่รถยนต์นั่ง พบยอดผลิต 41,535 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.30 โดยรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ หรือ BEV ผลิตได้ 2,471 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.41 ขณะที่รถยนต์ไฮบริดเติบโตร้อยละ 21.58 สะท้อนความต้องการเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่ขยายตัวต่อเนื่อง สวนทางกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในและปลั๊กอินไฮบริดที่ชะลอลงอย่างเห็นได้ชัดด้านรถกระบะขนาด 1 ตัน ซึ่งยังคงเป็นเสาหลักของอุตสาหกรรม ผลิตได้ 75,468 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.89 สัดส่วนการผลิตเพื่อการส่งออกยังคงสูงถึงร้อยละ 75.71 ของกำลังการผลิตทั้งหมด คิดเป็น 79,686 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.19 อย่างไรก็ตาม หากมองที่ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจริง กลับพบตัวเลข 58,405 คัน ลดลงร้อยละ 6.28 และนับว่าต่ำสุดในรอบ 45 เดือน ปัจจัยหลักมาจากการยุติการผลิตรถยนต์บางรุ่นเพื่อส่งออก กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศคู่ค้า รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบางแม้เช่นนั้น รถยนต์ไฟฟ้า BEV ส่งออกได้ 1,265 คัน และรถกระบะไฟฟ้า 59 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 จากปีก่อน สะท้อนช่องว่างโอกาสใหม่ในตลาดต่างประเทศขณะที่ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนมกราคมอยู่ที่ 73,936 คัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 53.77 แรงส่งสำคัญมาจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าตามโครงการสนับสนุนของรัฐ ทำให้ยอดขายรถยนต์นั่งและ SUV เติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะรถยนต์นั่งไฟฟ้า BEV ที่ทำยอดได้สูงถึง 31,859 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 273.38 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 43.09 ของยอดขายรวม สูงสุดนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติข้อมูลการจดทะเบียนใหม่ยิ่งตอกย้ำทิศทางการเปลี่ยนผ่าน เดือนเดียวกันมีรถยนต์ไฟฟ้า BEV จดทะเบียนใหม่ถึง 45,668 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 210.43 โดยเป็นรถยนต์นั่งถึง 40,443 คัน ขณะที่ HEV และ PHEV ก็ขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดสะสมรถยนต์ไฟฟ้า BEV ทั่วประเทศ ณ สิ้นเดือนมกราคม แตะ 418,046 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 72.69 ส่วน HEV และ PHEV มียอดสะสม 621,949 คัน และ 83,301 คันตามลำดับตัวเลขทั้งหมดนี้ไม่เพียงสะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยบนฐานเศรษฐกิจที่เริ่มกระเตื้องขึ้น หากยังบอกเล่าการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าอย่างชัดเจน แม้เส้นทางการส่งออกยังเต็มไปด้วยความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แต่แรงขับเคลื่อนจากตลาดในประเทศและการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ กำลังวางรากฐานสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง แข็งแรง และเปี่ยมด้วยพลวัตมากยิ่งขึ้น!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “มอเตอร์วอร์ส” เพิ่มเติม