พรรคภูมิใจไทยย้อนเกล็ด พรรคประชาชน “ศุภชัย” จี้ กกต.ไต่สวนฮั้ว สว. สีส้ม ซัดพฤติกรรมชวนสงสัยจัดชุมนุมผู้สมัครกลุ่ม สว.ประชาชน 300 คน ใครจ่ายค่าจัดเลี้ยง ค่าห้องประชุม ตั๋วเครื่องบิน ลั่นมีหลักฐานมัดพร้อมจัดให้คนยื่นคำร้อง “พิสิษฐ์” ฉะฝ่ายค้านชี้นำสังคมด้อยค่าสภาสูง ตอก 5 ข้อเร่งโหมไฟปั่นโกง สว.บี้ไปสอบตั้งผู้เชี่ยวชาญ-ผู้ชำนาญการ-ผู้ช่วย สว. คือใบเสร็จการเมืองของจริง “วิโรจน์” หยัน สว.ทำปากแจ๋ว แต่ไม่กล้าให้ตรวจเส้นเงิน “ณัฐชา” จับตาปรับ ครม.หนู 2 คืนดีหรือหักเหลี่ยมโหด เตือน “2 น. 1 พ.” ย่ามใจชนะต่อรองผลประโยชน์มักจบไม่สวย “โฆษก ภท.” ไล่ส่งไปลงพื้นที่ฟังปัญหาชาวบ้านดีกว่ามัวเสี้ยมให้เขาทะเลาะกัน บก.ป. เรียก 13 คน รับทราบข้อหาโกงสอบท้องถิ่น “วิน-ศตพร-จ่าพิชิต” รับเพิ่มข้อหาสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่มิชอบพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ย้อนศรพรรคประชาชน (ปชน.) เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบขบวนการฮั้ว สว.กลุ่ม “สว.ส้ม” ระบุมีหลักฐานการจัดชุมนุมผู้สมัคร 300 คน ใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยง ค่าเช่าห้องประชุม ซื้อตั๋วเครื่องบินเองหรือมีคนจ่ายให้“ศุภชัย” จี้ กกต.สอบฮั้ว สว.สีส้มเมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีที่มีนักวิชาการออกรายการทีวี กล่าวท้าทายว่าหากกลุ่ม “สว.ส้ม” ทำผิดหรือโกงการเลือกตั้ง สว.ให้ไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ความจริงแล้วต่อให้ไม่มีผู้ร้อง กกต.มีอำนาจตามกฎหมายในการเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนได้เอง แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน หากมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีข้อมูลปรากฏว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เพราะตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 41 บัญญัติไว้ว่า “เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อคณะกรรมการไม่ว่าโดยทางใด ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่ คณะกรรมการมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้มีการสืบสวนหรือไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานโดยพลัน” หาก กกต.เห็นกรณีการนัดชุมนุมของกลุ่ม “สว.ประชาชน” หรือ “สว.สีส้ม” กกต.ย่อมมีอำนาจตามกฎหมายนี้ในการสืบสวนไต่สวนว่า ผู้สมัคร 300 คนที่มาร่วมชุมนุม ใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยง ค่าเช่าห้องประชุม ซื้อตั๋วเครื่องบินเองหรือมีคนจ่ายให้อยากได้คนร้องพร้อมจัดให้“กกต.ก็สามารถสืบสวนไต่สวนไปได้ว่าท่านสว.กลุ่มท่าน เช่น นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย หรือ น.ส.เทวฤทธิ์ มณีฉาย ได้รับการเลือกมาเป็น สว.มาตั้งแต่ระดับอำเภอ จนมาถึงระดับประเทศนั้น มีกระบวนการฮั้ว (โกง) หรือไม่ ขอเรียกร้องให้ กกต.รีบดำเนินการตามมาตรา 41 โดยเร็ว และหากอยากให้มีการยื่นคำร้องก็ยินดีจะจัดให้เนื่องจากมีหลักฐานพร้อม” นายศุภชัยระบุสว.ฉุนฝ่ายค้านชี้นำสังคมด้อยค่านายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องคดีฮั้ว สว.ว่า 2 สัปดาห์ติดกันแล้วที่พรรคฝ่ายค้าน รวมถึงอดีตผู้สมัคร สว.และ สว.สํารองรวมตัวกันชี้นำสังคมว่า สว.ปัจจุบันมาอย่างไม่ถูกต้อง ใช้คำว่าฮั้ว โกง ทุจริต เพื่อด้อยค่าดูถูก สว.ชุดนี้ ที่สำคัญคือพยายามกดดันแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดี สว. 138 คน สว.พยายามอดทนอย่างถึงที่สุด ไม่อยากตอบโต้มากเพื่อลดความขัดแย้งต่อสังคม ส่วนเรื่องเส้นเงินที่นำมาเปิดเผย ไม่ทราบข้อมูล ไม่เห็นสำนวน กกต.คงตอบไม่ได้ตั้งผู้ช่วย สว.ใบเสร็จการเมืองของจริง“แต่สิ่งที่เห็นชัดๆเป็นใบเสร็จการเมืองคือ คำสั่งแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วย สว. โดยเฉพาะอดีตผู้สมัคร สว.มาเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญสว.หลายคนในชุดนี้ กกต.ควรตั้งกรรมการสอบว่า มีการตกลงหรือสัญญาว่าจะให้หรือไม่ แบบนี้ชัดเจนสุด เรียกว่าใบเสร็จทางการเมือง ไม่ต้องไปพิสูจน์ ควรไปร้อง กกต.ตั้งกรรมการสอบว่า การแต่งตั้งตกลงกันมาก่อนหรือไม่ ไอลอว์เคยขอเอกสารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาไปแล้ว แต่ไม่ทำอะไร แค่ออกมาโชว์ชื่อเฉยๆ ทำไมไม่ลองแกะดูว่าผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการสว.แต่ละคน เคยเป็นอดีตผู้สมัคร สว.หรือไม่”ปูด 5 ข้อเร่งโหมไฟโกง สว.เมื่อถามว่า ทีมกฎหมายฝั่ง สว.จะดำเนินคดีกลับหรือไม่ นายพิสิษฐ์ตอบว่า ขณะนี้กระบวนการทุกอย่างอยู่ในชั้น กกต.ที่เร่งทำงานอยู่แล้ว ส่วนที่มี ข้อสงสัยคุณสมบัตินางแดง กองมา และนายสมพาน พละศักดิ์ สว.อำนาจเจริญ ไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งคู่ไปชี้แจง กกต.แล้ว กกต.อาจจะต้องมายืนยันเอง อีกที เมื่อถามว่า มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ เพราะสมัย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรมกับนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ ทำเรื่องนี้ พรรคประชาชน (ปชน.) เหมือนจะเงียบ นายพิสิษฐ์ ตอบว่า มองประเด็นที่ช่วงนี้พรรคประชาชนและพรรค ฝ่ายค้านมาตีประเด็นนี้ไว้ 5 ข้อ คือ 1.การจัดกิจกรรมทำเป็นขบวนการ เอาคนที่เคยเสียประโยชน์ ไม่ได้รับ แต่งตั้งจาก สว.ปัจจุบัน รวมถึง สว.สำรอง อดีตผู้สมัคร ทำเป็นขบวนการเรื่องเกมการเมือง สว.ไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว 2.หลักฐานและคลิปต่างๆ เช่น เส้นเงิน ตั๋วเครื่องบิน ได้มาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สอดคล้อง หรือบิดเบือน จากสำนวน กกต.แค่ไหน วันนี้ฝ่ายค้านเปลี่ยนจาก คำว่า “ฮั้ว” เป็นคำว่า “โกง” ทำไมถึงเปลี่ยนก่อน เลือกตั้งพวกคุณจัดประชุม มีการตกลงอะไรกันหรือไม่ ทุกคนถูกยึดมือถือทั้งหมด ย้อนกลับไปใบเสร็จ ทางการเมือง หนังสือแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ สว. ตกลงกันหรือไม่ ถ้าใครได้เป็น สว.แล้วใครจะ ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ สว.ดักคอพยานให้การไม่ตรงกันนายพิสิษฐ์กล่าวว่า 3.พยานในคดีที่ให้การกับ กกต.ตรงกับที่มาพูดในกิจกรรมที่รัฐสภาหรือไม่ถ้าให้การไม่ตรงกันก็ไม่น่าเชื่อถือ 4.ผู้สมัคร สว.ที่ใส่เสื้อเหลืองในวันเลือก สว.ระดับประเทศ วันที่ 26 มิ.ย.2567 ช่วงดังกล่าวรัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนใส่เสื้อเหลือง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว ในเดือน ก.ค. ดังนั้นการประณามคน ใส่เสื้อเหลืองว่า ทำทุจริต ต้องถามกลับว่า มีเจตนา บิดเบือน หรือเจตนาอื่นใดแอบแฝงหรือไม่ ต้องการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันหรือไม่ 5.การนำเสนอ ข่าวบางสำนักชี้นำประชาชน เชิญแขกมาออกรายการ แต่เจ้าประจำ นำเสนอในมุมที่ไม่ได้เอาข้อเท็จจริง เหมือนเป็นศาลเตี้ยตัดสินไปแล้ว ชี้ว่าคนนั้นผิดแต่สุดท้ายศาลยกฟ้อง“วิโรจน์” ฉะทำเจ๋งไม่กล้าให้ตรวจเส้นเงินนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. แสดงความเห็นต่อการตรวจสอบคดีฮั้ว สว.ของพรรคฝ่ายค้านว่า สว.พยายามอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด ไม่อยากตอบโต้เพื่อลดความขัดแย้ง ไม่ใช่ไม่มีหลักฐานที่จะชี้แจงต่อสาธารณชน สว.ปัจจุบันไม่มีปัญหา เห็นกันชัดๆเลย ไม่ต้องไปดู เส้นเงินอะไรทั้งนั้น ทั้งนี้นายวิโรจน์แสดงความเห็นว่า ปกติคนทั่วไป ถ้าไม่ได้รับเงินรับทองอะไร เขาจะท้า ให้ไปดูเส้นเงิน จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตนเองได้ทันที แต่นี่อะไรปากบอกว่าไม่มีปัญหา แต่ไม่กล้าให้ตรวจเส้นเงิน ตรรกะมันแปลกๆชอบกลกกต.รับลูก 2 สว.อำนาจเจริญส่วนกรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เรียกร้องให้นายสมพาน พละศักดิ์ และนางแดง กองมา 2 สว.อำนาจเจริญ เปิดคำวินิจฉัย กกต.ที่อ้างว่า กกต.ยกคำร้องไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว กรณีทั้งสองถูกร้อง ว่า ขาดคุณสมบัติลงสมัคร สว.กลุ่มที่ 10 คือ กลุ่มประกอบกิจการอื่น นอกจากกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน หลังนายสมพานและนางแดงเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพที่กล่าวหาเรื่องนี้ ฐานทำให้ประชาชนสับสน ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และเสื่อมเสียชื่อเสียงแจง “นางแดง” คุณสมบัติครบถ้วนวันเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต.ยกคำร้องกรณีนายสมพาน พละศักดิ์ และนางแดง กองมา 2 สว.อำนาจเจริญถูกร้องว่า ขาดคุณสมบัติลงสมัคร สว. ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกต.ว่า คำวินิจฉัย กกต.ที่ 249/2567 ลงวันจันทร์ที่ 23 ธ.ค.67 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ระดับประเทศ นางแดง ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 (กลุ่มประกอบกิจการอื่น นอกจากกิจการ ขนาดกลางและขนาดย่อม ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรืออื่นๆในทำนองเดียวกัน) หมายเลข 24 ถูกร้อง ว่า ไม่มีคุณสมบัติ เนื่องจากประกอบอาชีพค้าขายหมู โดยไม่มีใบประกอบกิจการตั้งแต่ปี 2541 กกต.ไต่สวนพบว่า นางแดงนอกจากขายเนื้อหมูในตลาดเอกชนวิชิตสิน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ตั้งแต่ปี 40 ยังเป็นกรรมการพัฒนาตลาดสดน่าซื้อ ตั้งแต่ปี 47 ถึงปัจจุบัน มีเจ้าของตลาดและผู้ค้าในตลาดเอกชนวิชิตสิน 3 ราย ลงชื่อรับรองเป็นพยานให้ รับฟังได้ว่า เป็นผู้มีประสบการณ์ทำงานในกลุ่มที่สมัครมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นยืนยันกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา จึงรับฟังไม่ได้ว่า นางแดงกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตามคำร้องยกคำร้องค้าน “สมพาน” พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวคำวินิจัยของ กกต. ระบุอีกว่า ส่วนกรณีนายสมพาน กกต.มีคำวินิจฉัย กกต.ที่ 17/2568 วันจันทร์ที่ 13 ม.ค.68 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ ซึ่งนายสมพานผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 หมายเลข 99 ถูกร้องข้อหาเดียวกันว่า ประกอบอาชีพ ขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเป็นเวลา 12 ปี แต่ไม่มีใบประกอบ กิจการตามที่กฎหมาย ไม่ใช่บุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ หรือทำงานด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี จากการไต่สวนฟังได้ว่านายสมพาน ประกอบกิจการขายก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน “ปุ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.52 ตามใบทะเบียนพาณิชย์ออกให้โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ ออกวันที่ 4 มิ.ย.52 มีพยาน 3 ปาก ให้การสอดคล้องยืนยันว่านายสมพานขายก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ปี 52 ถึงปัจจุบันและมีร้านหลายสาขา ใน อ.เมืองอำนาจเจริญ อีกทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐาน อื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย ตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่านายสมพานกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนตามคำร้อง“ณัฐชา” ลุ้นปรับ ครม.คืนดี–หักเหลี่ยมโหดอีกเรื่อง นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงภาพสยบรอยร้าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม จะทำให้ความขัดแย้งภายในของรัฐบาลจบลงจริงหรือไม่ว่า ยิ่งมีการโพสต์โชว์ภาพเพื่อแสดงถึงการกระชับความสัมพันธ์ หรือเคลียร์กันจบมันยิ่งสะท้อนว่าที่ผ่านมามีรอยร้าวเกิดขึ้นจริง และร้อยร้าวนั้นมันร้าวลึกเรื่องการจัดสรรอำนาจ หรือผลประโยชน์หรือไม่ ที่ผ่านมาแทบทุกรัฐบาลมีปัญหาลักษณะนี้ แต่เวลาคืนดีกันหลังจากมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรอำนาจ ใช่ว่าจะคืนดีได้เพียงรูปรูปเดียว ต้องมีอะไรซ่อนอยู่ภายใน มองว่ารูปนี้ยิ่งส่งสัญญาณใกล้ที่จะปรับ ครม.แล้ว ต้องจับตาว่าจะเป็นการปรับ ครม.ต่างตอบแทนเพื่อเอาใจใคร หรือจะเป็น ครม.หักเหลี่ยมโหด ดื้อกับกู กูต้องเอาคืนหนักกว่าเดิมหรือไม่ รูปนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ส่วนผลลัพธ์ออกมาอย่างไร จะคืนดี แฮปปี้เอนดิ้งหรือไม่ ให้รอการปรับ ครม.หนู22 น. 1 พ.ต่อรองผลประโยชน์มักจบไม่สวยนายณัฐชากล่าวถึงกรณีนายกฯออกอาการฉุน เมื่อถูกนักข่าวถามจี้ใจดำเรื่องการสร้างภาพการเคลียร์ใจ นายณัฐชากล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่น่าจบปลายทางเรื่องนี้จบหรือไม่จบมันต้องเป็นต้นเหตุของเรื่อง คือการบริหารจัดการอำนาจใหม่ เรื่องผลประโยชน์ใหม่ รูปดังกล่าวกับสิ่งที่นายกฯให้สัมภาษณ์สื่อเป็นแค่จุดยืนยันว่าที่ผ่านมามีความขัดแย้งจริง ไม่ใช่ข่าวโคมลอย ดังนั้นเรื่องนี้ 2 น. จะเอาใจ 1 พ. โดยการประเคนผลประโยชน์ให้ เพื่อกลับมาคืนดีกัน หรือจะเล่นท่าไม้ตายหักเหลี่ยมโหด ถ้าดื้อถ้าแข็ง เดี๋ยวเจอเรื่องการยึดคืนอำนาจ หรือว่ายึดคืนผลประโยชน์บางส่วน แต่ถ้าเกิดยังไม่ยอมต่อไป จะเป็นเรื่องของคดีความตามมา เรื่องกลไกอำนาจที่เขาถืออยู่ทั้งหมดที่จะไปบีบ“อยากฝากเตือนผู้มีอำนาจว่าในเกมนี้โดยเฉพาะ 2 น. 1 พ. พวกคุณกำลังต่อรองผลประโยชน์ภายใต้งบประมาณแผ่นดิน ภายใต้อำนาจของประชาชน จะทำอะไรแล้วแต่ จะถ่ายรูปหวานหยาดเยิ้มก็แล้วแต่ แต่เบื้องหลังคือสิ่งที่ประชาชนต้องรับสภาพปัญหาในประเทศที่ต้องเผชิญต่อไป นอกจากนี้คนที่เข้าสู่อำนาจ และคุมอำนาจได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด คิดว่าตัวเองชนะแล้วซึ่งเกมนี้ และต้องการอยากได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ ผลลัพธ์ทางการเมืองของประเทศไทยที่ผ่านมา คนที่รุกคืบทางอำนาจมักจะเพลี่ยงพล้ำและมีจุดจบไม่สวย” นายณัฐชากล่าว“เสรีพิศุทธ์” ไม่ไกล่เกลี่ยคดี “เนวิน”พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊กกรณีศาลบุรีรัมย์นัดไกล่เกลี่ยคดีที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ ในวันที่ 6 ส.ค.ว่า ไม่ไกล่เกลี่ยเพราะต้องการพิสูจน์ความจริง ได้โทรศัพท์แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศาลให้แจ้งผู้พิพากษาเจ้าของคดีว่าไม่มีความประสงค์ไกล่เกลี่ยเรื่องดังกล่าวและขอให้ดำเนินการไปตามกระบวนพิจารณา ในวันที่ 30 ก.ค. จะเดินทางไป จ.บุรีรัมย์ พร้อมทนายความเพื่อลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานอีกครั้งหนึ่ง ให้ทนายความเห็นพื้นที่และเข้าใจข้อเท็จจริง ก่อนจะเริ่มไต่สวนคดีวันที่ 17 ส.ค.นี้ และในวันที่ 31 ก.ค.จะไปที่ศาลขอให้ออกหมายเรียกพยานเอกสารต่างๆ และพยานบุคคลมาประกอบการซักค้านด้วย“แนน” ไล่ไปลงพื้นที่ดีกว่ายุให้ทะเลาะกันน.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โฆษกพรรค ภท.กล่าวถึงนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. ตั้งข้อสังเกต 2 น. 1 พ. สร้างภาพสยบรอยร้าว สะท้อนมีรอยร้าวเกิดขึ้นจริงให้จับตาการปรับ ครม.ว่า จะมีการปรับ ครม.เอาใจใครหรือหักเหลี่ยมคนดื้อว่า พอไม่มีภาพก็สร้างประเด็นว่าพรรค ภท.มีรอยร้าว แต่พอมีภาพออกมาสร้างเรื่องอีกว่าสยบรอยร้าว ต่อให้จะมีภาพหรือไม่มีภาพเขาคงคิดแบบเดิม คนนอกจะเดากันไปเรื่อย แต่คนในยืนยันความแน่วแน่ของพรรค ภท.ที่ทำงานด้วยกันปกติ ทั้ง 3 ท่านไม่มีปัญหา นายเนวินเป็นผู้ใหญ่ที่คนในพรรคเคารพรัก คนนอกจะมารู้ดีกว่าคนในได้อย่างไร ตอนนี้คงไม่มีประเด็นมาโจมตีรัฐบาล คงต้องจับทุกประเด็นมาปั่นกระแสสร้างความแตกแยก แต่ถึงอย่างไรไม่มีผลอะไรกับพรรค ภท.แน่นอน คำพูดของคนพรรคอื่นไม่มีทาง สร้างผลกระทบต่อความเหนียวแน่นของคนพรรค ภท.ได้ เพราะเรารู้กันอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร และเราทำงานด้วยกันมาตลอด ช่วงปิดสมัยประชุมพรรคฝ่ายค้าน ควรเอาเวลาไปลงพื้นที่ฟังปัญหาชาวบ้านมาสะท้อนแก้ปัญหาในสภาฯ เพื่อทำการเมืองสร้างสรรค์ ดีกว่า ตีประเด็นสร้างข่าวว่าเขาทะเลาะกัน ทั้งที่ไม่ใช่ความจริงบก.ป.นัด 13 คนรับข้อหาโกงสอบท้องถิ่นที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 ก.ค. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยทางโทรศัพท์หลังพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ส่งหมายเรียกให้ผู้ต้องหา คดีโกงสอบท้องถิ่นทั้ง 13 คนเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาว่า ขณะนี้หมายเรียกที่ส่งไปให้นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนคริน ทรวิโรฒ (มศว) เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 31 ก.ค. ทั้งคู่ได้รับหมายเรียกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายเรืองเดชประสานจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 31 ก.ค.ตามหมาย ส่วนนายธีรุตม์รับการประสานว่าจะขอเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯสัปดาห์หน้า เนื่องจากยังอยู่ต่างจังหวัดรวมทั้งเป็นวันหยุดยาว ทั้งคู่จะถูกแจ้ง 7 ข้อหาหนัก11 คนทีมแก้ข้อสอบไม่มาเจอหมายจับผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ บก.ปปป.พบอยู่ที่บริษัทของจ่าพิชิต (จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม) ใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จำนวน 11 คน ขณะกำลังแก้ไขข้อมูลข้อสอบ ขณะนี้หมายเรียกน่าจะส่งไปครบแล้ว แต่ยังไม่มีการประสานว่าจะเข้ามาพบตำรวจเมื่อไหร่ ไม่น่าจะมีปัญหาในการเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา เพราะทั้งหมดเคยให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไปแล้ว แต่ทั้งนี้ถ้าออกหมายเรียกครั้งแรกจะครบกำหนดวันที่ 31 ก.ค.นี้ ถ้ายังไม่เข้ามาพนักงานสอบสวนกองปราบฯ จะออก หมายเรียกครั้งที่ 2 เมื่อครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 2 แล้วยังไม่มาอีก กองปราบฯจะขออำนาจศาลออกหมายจับ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไปแจ้งข้อหาเพิ่ม “วิน–ศตพร–จ่าพิชิต”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแจ้งข้อหาเพิ่มกับนายวิน ธนพชรโภคิน หรือวิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวิน และ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผู้อำนวยการกอง ยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำขณะนี้ ในวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. พนักงานสอบสวนกองปราบจะเข้าเรือนจำไปแจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ข้อหาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้แจ้งไปแล้ว 3 ข้อหา ประกอบด้วยมีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่และซ่องโจร ม.อาญา 188 ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่