เค้าว่าหวานจัดมากๆ เข้าอาจมีบาดคอขมคอ ถึงแม้เพิ่งโชว์บทรักดั่งขนมหวานฝรั่งเศส อวดสัมพันธ์แนบแน่นกับ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ และ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม มาหมาดๆ จู่ๆ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” เปลี่ยนฟีลไวจัด กลับมาขมเข้ม แว้งดุนักข่าว ดีกรีถมึงทึงขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่ต้องล้างเท้าก็ขึ้นเทศน์ สอนน้องๆนักข่าวตั้งคำถาม ติวความเป็นมืออาชีพของสื่อ เหน็บการเชิญแขกไปร่วมรายการวิเคราะห์วิจารณ์การบ้านการเมืองเหมือนอะไรๆไม่ได้ดั่งใจ จวกเหมาทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายต้าน นักวิชาการ และสื่อ “รำคาญ–สมเพช–ไม่ใช่ธุระอะไรของพวกคุณ เรื่องของผม ครอบครัวผม” ฯลฯไม่สนภาพ “ผู้นำเฟรนด์ลี” ที่สั่งสม ไม่กลัวเป็น “ครูหนูใจร้าย”เรื่องของเรื่อง อารมณ์แปรปรวนมาลงกับนักข่าว ส่วนหนึ่งเพราะกดปุ่มสร้างเครือข่ายจัดตั้ง จนคุ้นเคยการใช้งาน “นิ้วชี้” แต่เมื่อเกมทีมงานแทรกแซง แทรกซึมแทรกอัดฉีดไม่เข้าเป้า “ชี้นิ้ว” ไม่ถนัด เลยหงุดหงิด “ของขึ้น” ง่ายที่สำคัญเพราะเข้ามาเป็นผู้นำบริหารประเทศ รัฐบาลภูมิใจไทยเฟส 2 “อนุทิน” ก็รู้ดี ไม่ถึง 4 เดือน “มีแต่เรื่องแต่ราว” ปมร้อนประเด็นฉาวโผล่ไม่หยุดทั้งส่อโกง กำลังโกง โกงสำเร็จแล้ว เป็นข่าวรายวันเรื่องเครือข่ายแวดล้อมขั้วอำนาจยังแตะเบรกจัดการได้ เพราะแม้แต่เครือข่ายแวดล้อม “ครูใหญ่ บ้านใหญ่” ในปีก “เนวิน–พิพัฒน์” สำหรับคนเป็นผู้นำไม่ลังเลอย่างที่ประกาศ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” จ่อเชือดไม่เลี้ยง หากผิดจริงจนเริ่มเก็บคะแนนกู้ศรัทธาความเชื่อมั่นได้ ตั้งแต่คิว “โกงสอบบรรจุข้าราชการ” ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) บรรดามือจัดการโกง ทั้งข้าราชการระดับเล็ก ระดับใหญ่ ไปจนถึงระดับบิ๊ก อธิบดี แม้แต่ที่ถูกโยงว่าเป็นสาย “บุรีรัมย์” เครือข่ายบ้านรัฐมนตรีสาย “พิพัฒน์” ก็ตามถูกลากติดบ่วงเรียบทั้งหมดทั้งปวง ในมุมหนึ่งอาจมองว่า ที่ “อนุทิน” ขึงขังก็เป็นแค่ลีลาการเจรจาต่อรองภายในขั้วภูมิใจไทย ตัดสินใจ “หือกับพี่ๆ” ดึงดุลอำนาจแต่อีกทางก็มองหรูๆได้ อาจเป็นเพราะ “ถือตั๋วอำนาจ” ผิดพลาดประการใดก็ต้องรับผิดชอบเต็มๆปล่อยให้ฉาวถี่ๆ “ตั๋วผู้นำ” อาจอายุสั้นได้เหมือนกันเพียงแต่เวลา สถานการณ์เดินมาถึงจุดนี้ จุดที่ผู้นำกำลังกู้เครดิตล้างโกงท่ามกลางเสียงเชียร์ จู่ๆรูปการณ์ก็เริ่มแปร่งๆ คิวล้างโกงสอบท้องถิ่นชักยึกยัก เหมือนมีสัญญาณชะลอคันเร่งส่ออาการ “ฮั้วเกี้ยเซียะ” ในหมู่พี่ๆน้องๆพร้อมกับคิวโชว์รักออกสื่อ “หนู–เน–พิพัฒน์” จัดหวานก็เลยมีคนมองเป็นอื่นไม่ได้ เพราะต่างก็รู้แล้ว ที่ประลองกำลังกัน “น้องหือพี่ พี่สั่งสอนน้อง น้องล่อเด็กพี่ พี่ก็ต้องสวนกลับ” จบได้ก็ต้องรีบจบ เพราะเจ็บเลือดซิบทั้งสองฝั่งที่สำคัญเมื่อทั้ง 3 ผู้มีอำนาจในภูมิใจไทยต่างรู้ดี กำลังเจอ “กรรมร่วม” เต็มๆ ในปมร้อน “ฮั้ว สว.” ทั้งถูกข้อกล่าวหาพาดพิงตรงๆ หรือที่โยงใยเครือข่าย มีแรงกระทบกระแทกถึงที่สำคัญมีข้อสังเกตถึง “จุดความร้อน” คิว “ฮั้ว สว.” ส่วนใหญ่ ทับซ้อนพื้นที่บ้านใหญ่หลายจังหวัดแทบจะตรงกับจุดเกิดเหตุ “โกงสอบท้องถิ่น”โดยเฉพาะปมฮั้ว สว. ถ้าไล่เรียงรายชื่อแกนนำภูมิใจไทยที่เจอข้อกล่าวหาจนต้องเรียงคิวไปชี้แจงกับอนุกรรมการสอบ กกต.มาแล้ว ขานชื่อแล้ว ล้วนระดับคีย์แมนแกนนำ พ่วงบรรดาลูกเทพลูกเจี๊ยบมาครบแถมโทษทัณฑ์รายการนี้หนักหนา ผิดจริงโละเหมาเข่ง ถึงขั้น “ยุบพรรค” ล้างค่ายกันเลยฉะนั้นถ้า 2 น. 1 พ. ไม่หวานกันวันนี้ ก็จะพากันขมขื่นวันหน้า หากไม่ร่วมมือหาช่องทางสกัดดับไฟ “ฮั้ว สว.” ที่กำลังร้อน ก็มีความเสี่ยงไฟลามเผาวายวอดไปทั้งระบอบสีน้ำเงิน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม