สแตตินเพิ่มความเสี่ยงของการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากโรคหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมอง อย่างไรก็ตามในกลุ่มที่ไม่มีสมองเสื่อมการใช้ยาที่มีความแรงสูง หรือได้รับการสั่งจ่ายใหม่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกันนักวิจัยในเยอรมนีดำเนินการศึกษาแบบย้อนหลังในกลุ่มที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชราที่มีและไม่มีภาวะสมองเสื่อม ระหว่างเดือนมกราคม 2558 ถึงธันวาคม 2562วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยาสแตติน กับอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากภาวะหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจการวิเคราะห์กลุ่มย่อยพิจารณาถึงการมี หรือไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดแดงแข็งมาก่อน ชนิดของภาวะสมองเสื่อม ภาวะไขมันในเลือดสูง และ การใช้ยาสแตตินในคนที่ไม่เคยใช้มาก่อน รวมถึงอายุ ระดับการพึ่งพาการดูแล และเพศ ผลการศึกษาได้รับการ ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2025 วารสาร Strokeมีผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 96,162 ราย โดย 58,900 ราย มีภาวะสมองเสื่อม และ 37,262 ราย ไม่มี ภาวะสมองเสื่อม อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 83.4 ปี และ 82.2 ปี ตามลำดับ โดย 69.8% และ 66.9% เป็นผู้หญิง ผู้ป่วยได้รับ การวินิจฉัยภาวะไขมันในเลือดสูง 71.1% และ 66.2% การใช้ยาสแตตินสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ของการเข้ารักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากโรคหลอดเลือด หัวใจและหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (hazard ratio[HR], 1.06[95% CI, 1.01 to 1.12]; P=0.023), และความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เมื่อใช้ยาที่มีความแรงมากขึ้น (HRs, 1.15 [95% CI, 1.07 to 1.23] for moderate-intensity statins [P<0.001] and 1.55 [95% CI, 1.15 to 2.10] for high-intensity statins [P=0.005])การวิเคราะห์กลุ่มย่อยพบความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สแตตินกับความ เสี่ยงในการเข้ารักษาในโรงพยาบาล ในผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะ atherosclerotic cardiovascular disease (HR1.30[95% CI1.12 ถึง 1.52]; P<0.001) ที่มี ภาวะสมองเสื่อมจากหลอดเลือด (HR 1.18 [95% CI 1.06 ถึง 1.32]; P=0.003]) และ โรคอัลไซเมอร์ (HR 1.14 [95% CI1.00 ถึง 1.31]; P=0.047) เช่นเดียวกับใน กลุ่มสแตตินที่เพิ่งสั่งจ่ายใหม่ (HR 2.71 [95% CI 2.33 ถึง 3.15]; P<0.001) ไม่พบความสัมพันธ์กับการเข้ารักษาในโรงพยาบาลในผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะสมองเสื่อม ยกเว้นผู้ป่วยที่รับประทานยาสแตตินความเข้มข้นสูง (HR 1.51 [ช่วงความเชื่อมั่น 95% 1.04 ถึง 2.19]; P=0.029) และผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับยาสแตติน (HR 1.99 [ช่วงความเชื่อมั่น 95% 1.56 ถึง 2.52]; P<0.001)โดยสรุปการศึกษาชี้ให้เห็นว่าสแตตินไม่มีประโยชน์ในผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม และบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยาสแตติน กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากโรคหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมองแพทย์ควรประเมินความเสี่ยง และประโยชน์ของแต่ละบุคคลเมื่อพิจารณาการใช้ยาสแตติน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสั่งจ่ายยาใหม่ในผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม จำเป็นต้องมีกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นและมีความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงการศึกษาแบบไปข้างหน้าเพื่อยืนยันผลการศึกษาเหล่านี้และชี้แจงกลไกพื้นฐาน.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม