ส่งเสริมดูแลสุขภาพจิตของเยาวชน บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรม กรุงเทพประกันภัย ส่งเสริมสุขภาพใจ ใส่ใจสุขภาพจิต ภายใต้แนวคิด ยินดีที่ได้รู้ใจ เพื่อ รณรงค์ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจให้แก่นักศึกษา ณ ห้องประชุมใหญ่ RBAC Hall มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต เมื่อเร็วๆนี้ในงานมุ่งเน้นไปยังการสร้างความเข้าใจเชิงลึก เพื่อนำไปสู่การตระหนักถึงภัยเงียบของปัญหาสุขภาพจิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจ การมีสุขภาพจิตที่ดี การทำความเข้าใจต่อภาวะทางจิตใจ ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้แบบ Interactive และสื่อวิดีโอกราฟิกที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 4 คาแรกเตอร์ ได้แก่ น้องรู้ใจ น้องใส่ใจ น้องเปิดใจ และน้องเบาใจ นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาที่เจาะลึกทั้งการดูแลสุขภาพกายและใจ โดยผู้เชี่ยวชาญ อาทิ พญ.ญานิกา วลีอิทธิกุล รองผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างอารมณ์เศร้าปกติกับโรคซึมเศร้า รวมถึงข้อควรระวังในการวินิจฉัย โรคเองจากโซเชียลมีเดียว่า อารมณ์เศร้าเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเคยเจอเวลามีเรื่องกระทบจิตใจ แต่โรคซึมเศร้าคือสภาวะที่เศร้าต่อเนื่องยาวนานจนกระทบต่อร่างกาย ความคิด และอารมณ์ หากสงสัยว่าตัวเองเข้าข่ายหรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือโทร.สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอคำแนะนำแทนการรีบตีตราตัวเองว่ามีความผิดปกติ ส่วนเทรนด์ Bed Rotting หรือการนอนเปื่อยอยู่บนเตียงทั้งวัน ซึ่งวัยรุ่นต่างบอกว่ามันคือการชาร์จแบต แต่ผู้ใหญ่กลับมองว่าขี้เกียจ คุณหมอญานิกา บอกว่า ถ้าทำในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อผ่อนคลายร่างกายและสมองก็ถือว่ามีประโยชน์และช่วยชาร์จพลังได้ แต่ไม่ควรทำติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียให้สมองสับสน โดยสมองจะแยกไม่ออกว่าเตียงคือที่นอนหลับหรือที่พักผ่อน หรือหากทำติดต่อกันนานๆ อาจกลายเป็นการนอนเพื่อหนีปัญหา ไม่กล้าเผชิญหน้าความจริง ร่างกายเฉื่อยชาจนสมองแยกไม่ออกระหว่างการพักกับการหนี ไม่เพียงเท่านั้น การนอนนานๆยังทำให้ความ ตื่นตัวลดลง ร่างกายเฉื่อยชา ความกระตือรือร้นหรือความอยากทำสิ่งต่างๆหดหาย และอาจกลาย เป็นคนหมดไฟได้ในท้ายที่สุด ดังนั้น เราจึงต้องมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดว่าทำเพื่อผ่อนคลายและต้องทำอย่างพอเหมาะ และต้องไม่กระทบความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน ด้าน หมอฟรัง–นรีกุล เกตุประภากร เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลใจว่า เราควรหันมาโฟกัสตัวเองมากกว่าเสียงรอบข้าง เพราะสุขภาพใจเป็นสิ่งสำคัญมาก และเมื่อเจอปัญหา อย่ามัวแต่ Zoom In จนเห็นเพียงมุมมองแคบๆ แต่อยากให้ลอง Zoom Out ถอยออกมามองภาพกว้างเพื่อจะได้เห็นว่าชีวิตยังมีด้านดีอื่นๆอีก เช่น ครอบครัว เพื่อน การมีสุขภาพดี หรือการมีอากาศหายใจ นอกจากนี้เรายังควรดูแลร่างกาย กินอาหารดีๆ และนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะบางครั้งการตื่นมาด้วยความสดชื่นก็ช่วยเปลี่ยนมุมมองได้.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่