เลี้ยงลูกอย่างให้อิสระในการเลือกชีวิต ชุติภัทร–สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร จึงได้เห็นลูกๆในสายงานแตกต่าง คนโต ดวงภัทร เป็นนักพัฒนาอสังหาฯระดับไฮเอนด์ในอเมริกา บ้านแต่ละหลังหลักพันล้านบาท พลวุฒิ ทำงานอยู่ลอนดอน ณพาภรณ์ เป็นหลักดูแลธุรกิจครอบครัวในไทย--ส่วนน้องสุดท้อง สาวสวยสายอาร์ต แพท–พัชรวิภา ก็สร้างแบรนด์ จิวเวลรี Patcharavipa จนมีชื่อเสียงระดับสากลคุณแพท–พัชรวิภา เริ่มทำ Costume Jewellry ตั้งแต่อายุ 13 ซึ่งยังเรียนอยู่จิตรลดา โดยเปิดโชว์รูมที่โรงแรมปาร์คนายเลิศ ชื่อ All That Gritters by Pat Bodirat Collection แรกคือ Cotton Candy จากนั้นก็ไปเรียน Foundation ที่ Chelsea College of Arts และ Jewelry Design ที่ Central Saint Martins กับคอร์สอัญมณีที่ GIA และ AIGS หลังจบก็หาประสบการณ์ จนเปิดตัว PATCHARAVIPA คอลเลกชันแรก TUSHROOM เมื่อปี 2016 และค่อยๆ สร้างชื่อ ออกดีไซน์ใหม่ๆทุกปี รวมแล้ว 20 Collections โดยรับออกแบบ และผลิตทั้ง แหวน กำไล สร้อยคอ-ข้อมือ ต่างหู รวมถึงงาน Redesign งาน Customized นาฬิกา แบรนด์ต่างๆ โดยส่งออกโซนเอเชีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และยุโรปที่อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี และในอเมริกาหลายรัฐ Broken English Jewelly LA, New York, Yaya Publicity New York โดยได้ Whole Sale ระดับโลก DOVER STREET MARKET นำ PATCHARAVIPA สัญชาติไทย ไปแสดงหลายประเทศ จนมีชื่อเสียงและมีลูกค้าเซเลบอย่าง Rihanna, Kate Hudson, Gigi Hadid เพราะชอบเอกลักษณ์แบรนด์สไตล์ Contemporary Fine Jewelry ทั้งดีไซน์ และกรรมวิธีผลิตแบบทำมือซึ่งสมัยนี้หาคนทำยาก โดยผสมผสานศิลปะร่วมสมัยกับธรรมชาติเน้นวัสดุแปลกใหม่ ทำให้ Patcharavipa เคยร่วมงานกับแบรนด์ตำนาน อย่าง Adler เคยคอลแล็บกับ Mister Cartoon ศิลปินสักลายและกราฟิตี้ชาวอเมริกัน กับ Aesop แบรนด์หรูในเครือของ L'Oreal AesopFC Patcharavipa จึงดีใจมากที่ คุณแพท นำคอลเลกชันดังมาจัด Valentine Promotion ที่โชว์รูมอาคารภักดี ถนนวิทยุ โดยลด 20% จนถึง 14 ก.พ.รับปากกับลูกว่าช่วยเลี้ยงหลาน แต่ ฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล ซึ่งทุกคนจะเรียกว่า วิวัฒน์ ก็ไม่สามารถทำหน้าที่ อากง ตามที่บอกไว้ เพราะมีงานช่วยชาติเข้ามาตลอด ล่าสุดเพิ่งรับตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษ ด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดี กรรมการ ป.ป.ช. (สุชาติ สุนทรีเกษม) วาระ 7 ปี ลูกๆที่อยากให้คุณพ่อพักผ่อนได้แล้วจึงบ่นพึม แต่สุดท้ายก็ยอมรับเหตุผลที่บอกว่าชีวิตมาถึงวันนี้ ผ่านความลำบากมามาก จนมีคนยอมรับ เห็นคุณค่าเห็นความสามารถ ถ้าพ่อมีโอกาสก็ขอตอบแทนแผ่นดิน วันที่เพื่อนๆเลี้ยงยินดี พอกรึ่มไวน์ได้ระดับ จึงได้ฟัง คุณวิวัฒน์ เล่าประวัติว่าตอนเด็กๆครอบครัวลำบาก ตอนไปเรียน ปวส.ที่โคราช ทางบ้านที่ อ.สูงเนิน ส่งเงินให้เดือนละ 100 บาท พร้อมเสบียงคือปลาเค็ม แจ่วบอง กินกับข้าวเหนียว จึงขี่สามล้อรับส่งของตลาดหารายได้พิเศษ ได้เงินมาก็ซื้อแต่ปลาร้า ปลาเค็ม --ทุกคนขำตอนเล่าว่าเวลาทอดปลาเค็มซ้ำ กลิ่นจะตลบสามบ้านแปดบ้าน จึงยังจำคำที่เด็กข้างบ้านพูดกับแม่เขาว่า “แม่ๆบ้านนี้มันเอาอีกแล้ว” มาจนวันนี้จนเรียนปี 3 โชคดีได้งานดูแลบังกะโล ผู้เช่าที่จ่ายค่าเช่าไม่ทันจึงรุมเอาใจ (ตรงนี้มีเซ็นเซอร์) จึงกินอยู่ดีขึ้น ไม่ต้องพึ่งเงินทางบ้าน แต่วันเรียนจบก็เกือบตาย เพราะฉลองจนเมามากจึงขึ้นไปนั่งเท่บนมอเตอร์ไซค์ที่อยู่บนปิกอัพ พอปิกอัพพุ่งลงข้างทางจึงเหาะลงไปด้วย หมดสติไป 3 วันจนแม่นึกว่าตาย แต่ก็รอดมา และไปเรียนต่อเทคโนฯลาดกระบัง แต่ถูกอีกสถาบันชวนไปเรียน เพราะเตะบอลเก่งจนติดทีมราชประชา แต่สักพักเห็นว่าถ้ามัวเตะบอลจะไม่ได้อะไร จึงตั้งหน้าเรียน พอจบก็ไปสอบเป็นนายช่างสาธารณสุข ได้เงินเดือน 1,700 (พ.ศ.2521)ช่วงนั้นชีวิตก็มีแต่งานเลิกงานก็ตั้งวง จึงต้องไปอยู่ รพ.ยุพราช ที่ จ.เลย เพราะรับปากนายตอนเมา แล้วเพิ่งรู้ว่าเป็นพื้นที่สีแดง ไม่มีใครอยากไป แต่วันเงินเดือนออกก็ได้เยอะกว่าใครๆ เพราะมีเบี้ยเลี้ยง โอที แต่ก็ใช้หมดคืนนั้น เพราะเลี้ยงเพื่อนและจ่ายค่าอะไรต่างๆ (ตรงนี้ก็มีเซ็นเซอร์) ทำให้มีเพื่อนทุกวงการ และได้วิชามาหลากหลาย เช่นร้องเพลงลูกทุ่งที่ลูกคอพลิ้วสุดๆ จนได้ไปทำงานกับตำนานนักการเมือง เสธ.หนั่น–พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ โลกจึงกว้างขึ้น มีประสบการณ์ทุกแบบ จนกลายเป็นเพื่อนพี่น้องที่ใครๆ ยอมรับในน้ำใจ--แต่เมื่อรับตำแหน่งใน ป.ป.ช. บางทีน้ำใจอาจจะน้อยลงไหม เพราะต้องให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมากว่า 400 คดี."โสมชบา"คลิกอ่านคอลัมน์ "ของว่างวันอาทิตย์" เพิ่มเติม