ในยุคที่ความเชื่อเรื่องการมูเตลูเฟื่องฟู “พระอินทร์” ถูกยกย่องให้เป็น “เทพแห่งความสำเร็จและการคุ้มครอง” ผู้คนมากศรัทธานิยมกราบไหว้ขอพรท่านในหลายๆ เรื่อง...นับตั้งแต่ การปัดเป่าอุปสรรค ด้วยวชิราวุธที่ฟาดฟันสิ่งชั่วร้าย, การเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง ในฐานะที่ท่านเป็น “ราชา” ผู้ปกครองสวรรค์, ความเป็นสิริมงคล ผิวกายสีเขียวสื่อถึงความร่มเย็นเป็นสุขและความอุดมสมบูรณ์เรื่องราวของพระอินทร์ไม่ใช่เพียงแค่นิทานปรัมปรา แต่เป็นเครื่องเตือนใจชั้นยอดว่า “อำนาจที่แท้จริงต้องมาพร้อมกับความเมตตา” และหน้าที่ของผู้นำคือการสอดส่องดูแลทุกข์สุขของผู้อยู่ใต้ปกครอง วันนี้หากคุณกำลังท้อแท้หรือเผชิญกับอุปสรรคที่หนักหนา ลองตั้งจิตอธิษฐานถึง “องค์อมรินทร์” ไม่ใช่เพื่อให้ท่านดลบันดาลโชคลาภอย่างเดียว แต่เพื่อขอ “ตาทิพย์” ให้เรามองเห็นทางออก และขอ “วชิระ” มาเป็นพลังใจให้เราฟาดฟันอุปสรรคเหล่านั้นด้วยตัวเองเรื่องทำนองอย่างนี้...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่ถ้าทำดีไว้พระอินทร์ท่านเห็นแน่นอน?O O O Oตั้งนะโม 3 จบ...“โอม สักกะ เทวะตา สัพพะ สิทธิ ชะยะ ลาภา สัพพะ อันตรา เยวินาสสันติ”(บทขอพร) “สาธุ...ข้าพเจ้า (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออาราธนาบารมีแห่งองค์ท้าวสักกะเทวราชจอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ขอพระองค์ทรงเมตตาเปิดทางสว่าง ปัดเป่าอุปสรรคขวากหนาม และสิ่งอัปมงคลทั้งหลายให้พ้นไปจากตัวข้าพเจ้าขอพระองค์ทรงประทานพรให้ข้าพเจ้ามีความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีชัยชนะเหนือศัตรูและมีชีวิตที่ร่มเย็นเป็นสุขดั่งน้ำฝนจากสรวงสวรรค์ด้วยเถิด...สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิลาโภ ชะโย นิจจัง”ข้างต้นนี้คือบทสวดบูชาพระอินทร์ (ท้าวสักกะเทวราช) สำคัญคือก่อนสวดให้ตั้งจิตให้นิ่ง ระลึกถึงความดีที่เคยทำ เพราะพระอินทร์ท่านจะโปรด “คนดี” เป็นพิเศษจุดธูป 9 ดอก (หรือสวดโดยไม่จุดธูปก็ได้) ส่วนดอกไม้ก็ใช้พวงมาลัยดาวเรืองหรือดอกไม้สีขาว...เขียว เคล็ดลับเสริมดวงหากท่านอยากให้ “อาสน์ร้อน” จนท่านต้องลงมาช่วยไวๆ โบราณว่าต้อง “ถือศีล 5” หรือ “ทำทานแก่คนยากไร้” ก่อนไปกราบไหว้ เพราะพระอินทร์ท่านกำเนิดมาจาก “มฆมาณพ”...ผู้ชอบสร้างศาลาและถนน การทำบุญสาธารณ ประโยชน์ จะทำให้พรของท่านสัมฤทธิผลเร็วขึ้นสอดคล้องกับความเชื่อที่น่าสนใจและถูกหยิบยกมาเล่าขานบ่อยครั้งในหน้าประวัติศาสตร์และวรรณคดี คือเรื่อง “บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์” หรือที่นั่งของพระอินทร์ ซึ่งเป็นศิลาอ่อนนุ่มสีแดง...หากเมื่อใดที่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นบนโลกมนุษย์หรือมีผู้มีบุญญาธิการตกทุกข์ได้ยากอาสน์ศิลานี้จะแข็งกระด้างและร้อนดั่งไฟลน“พระอินทร์จะไม่ทอดทิ้งคนดี” คือหัวใจสำคัญของศรัทธา เมื่อคนดีมีภัย ท่านจะเนรมิตกายลงมาช่วยเหลือ หรือบันดาลให้เกิดปาฏิหาริย์เพื่อคลี่คลายสถานการณ์เสมอ O O O O“ท้าวสักกะเทวราช” หรือที่คุ้นหูในนาม “พระอินทร์” ราชาแห่งเหล่าทวยเทพผู้สถิตอยู่ ณ สรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ภาพจำของเทพองค์ที่มีผิวกายสีเขียวมรกต ทรงช้างเอราวัณพาหนะศักดิ์สิทธิ์ ถือ “วชิราวุธ” สายฟ้าพิฆาต ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและการปกปักรักษาที่สถิตอยู่ในใจผู้คนเสมอมา ตำนานการกำเนิดของพระอินทร์นั้นไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจาก “แรงศรัทธาและการสร้างบารมี” ในสมัยที่ยังเป็นมนุษย์นามว่า มฆมาณพ ท่านได้ชักชวนสหายอีก 32คน ร่วมกันสร้างศาลา ขุดบ่อน้ำ และทำสาธารณกุศล ด้วยจิตที่มุ่งมั่นช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่นี้เอง เมื่อสิ้นอายุขัยมฆมาณพจึงไปอุบัติเป็นพระอินทร์ และเหล่าสหายก็ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (ดาวดึงส์ แปลว่า 33 ตามจำนวนผู้สร้างความดีร่วมกัน) นี่คือคติความเชื่อที่สอนให้รู้ว่า “ตำแหน่งเทวดานั้นมาจากการทำคุณงามความดี” มิใช่ได้มาโดยบังเอิญ สถานที่ประดิษฐานพระอินทร์ศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพฯ อาทิ หน้าอาคารอัมรินทร์ พลาซ่า (แยกราชประสงค์)...เป็นอีกหนึ่งจุดที่เดินทางง่ายที่สุดใจกลางเมือง องค์พระอินทร์ที่นี่มีผิวกายสีเขียวหยก ประทับยืนอย่างสง่างาม ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่อง “การปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย” และ “ขอชัยชนะเหนือศัตรูคู่แข่ง”ใครที่ทำธุรกิจแล้วมีอุปสรรคหรือกำลังจะสอบแข่งขันมักมาขอพรที่นี่ถัดมา...เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ (เสาชิงช้า) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ภายในมีเทวสถานพระอิศวร พระนารายณ์ และพระมหาสรัสวดี แต่ที่สำคัญคือมีการประดิษฐานเทพเจ้าสำคัญตามคติพราหมณ์รวมถึงพระอินทร์ด้วย มาที่นี่จะได้ความเข้มขลังตามแบบแผนโบราณ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ “ความมั่นคงในหน้าที่การงาน”...การเดินทางใกล้กับศาลาว่าการกรุงเทพมหานครและ วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร เขตดุสิต ซึ่งชื่อวัดหมายถึงช้างของเทวดา...“เทวราช” หมายถึง “พระอินทร์”...“กุญชร” หมายถึง “ช้าง” ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์สักทองและรูปเคารพที่เกี่ยวข้องกับพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณที่งดงามมาก เชื่อกันว่ามาขอพรที่นี่จะช่วยเรื่อง “ความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภ”“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.รัก-ยมคลิกอ่านคอลัมน์ “เหนือฟ้าใต้บาดาล” เพิ่มเติม