“ความสุขในชีวิต” ของแต่ละคนต่างกัน การที่เราได้หาสิ่งที่ใช่สิ่งที่ชอบจนเจอ ถือว่าชีวิตนี้ฟินแล้ว! เพราะความสุขเล็กๆที่ได้นั้น ได้มาเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น บางคนเลือกความสุขแบบง่ายๆ แต่สำหรับสาวเก่ง “ตั๊น–จิตภัสร์ กฤดากร” คนนี้กลับเลือกสิ่งที่ยากและท้าทายอย่างยิ่งกับความสุขในการเป็น “นักกระโดดร่มดิ่งพสุธา” ซึ่งกว่าจะได้ลอยละล่องบนท้องฟ้า เธอบอกว่า ความสุขนี้แลกมาด้วยใจล้วนๆ!“ตั๊นได้ไปอบรมหลักสูตรกระโดดร่มแบบกระตุกเองของค่ายนเรศวรร่วมกับตํารวจคนร่ม เป็นรุ่น Sky 1+64 ตอนปี 2564 หลังจากนั้นก็ติดใจ แล้วมาอบรม Indoor Sky diving ซึ่งคือการโดดร่มในอุโมงค์ลม และตอนนี้กําลังฝึกซ้อมในการเตรียมตัวไปแข่งขันทีมชาติ ประเภทเริงระบําในอากาศ ซึ่งใช้เวลา 1 นาทีครึ่ง เหมือนกับเริงระบําในอากาศตามกับเพลง กว่าจะมาถึงวันนี้ก็ต้องทุ่มเท เพราะการโดดร่มมันคือชีวิตความเป็นตายเนอะ เราต้องฝึกอย่างหนักเพื่อความปลอดภัย ตอนฝึกเราไม่สามารถคิดเรื่องอื่นได้เลยค่ะ” ความสุขที่ได้มานี้ต้องก้าวข้ามความกลัวสุดขีด ซึ่ง “ตั๊น–จิตภัสร์” เล่าถึงความรู้สึกแรกที่ลอยอยู่บนฟ้าว่า อธิบายไม่ถูกเลย ตื่นเต้น กลัว แต่ครูเขาสอนว่าให้มั่นใจในอุปกรณ์ คือเขาสอนว่าการที่เราโดดออกจากเครื่องบิน สมองเราจะบอกทันทีว่าอันตรายอย่าได้ทํา เพราะไม่มีใครที่อยู่ดีๆจะกระโดดออกจากเครื่องบินที่กำลังบินอยู่ ซึ่งเราต้องก้าวข้ามความกลัวอันนี้ การที่เราได้ฝึกอย่างหนักก็ทำให้เรามั่นใจและก้าวข้ามความกลัวนั้นมาได้ความฟินที่แลกมาด้วยความกลัวนี้ “ตั๊น–จิตภัสร์” บอกเลยว่า คุ้ม! การทำงานบางทีเราเครียด ซึ่งการที่เราเข้าไปอยู่ในจุดที่ไม่ต้องคิดอะไร การโดดร่ม เราต้องโฟกัสชีวิตที่ต้องหาความปลอดภัยอันดับต้นๆ เราไม่สามารถคิดเรื่องอื่นได้ ยกเว้นแต่ชีวิตของตัวเราเอง หัวสมองค่อนข้างปลอดโปร่ง ก็จะคิดอะไรออก คิดงานออก แก้ไขปัญหาได้ หายเครียด แล้วเราได้ฝึกสติสมาธิในตัวเราที่นำเอามาใช้ในการทํางาน และอีกอย่างที่สำคัญทําให้ตั๊นต้องกลับมาดูแลสุขภาพตัวเองด้วยสำหรับ ดร.สมศักดิ์ ชลาชล ผู้ก่อตั้งร้านทำผมแบรนด์ CHALACHOL ได้เติมเต็มชีวิตด้วยความฝันในวัยเยาว์ ด้วยการเป็นนักกีฬาแบดมินตันในวัย 60 พร้อมภูมิใจกับการสวมเสื้อทีมชาติแบดมินตันอาวุโส รุ่น 65-70 และนักแบดมินตันทีม TP12 เบียร์สิงห์ โดยบอกว่า ตอนเด็กๆเคยเป็นนักกีฬาแบดมินตัน ก็อยากติดทีมชาติมาก เพื่อนด้วยกันติด เราไม่ติดสักทีเลยโกรธเลิกเล่น มาเป็นช่างทำผม พอแก่ตัวก็อยากหากีฬาที่จะออกกำลังกาย เรามีพื้นฐานด้านแบดมินตันจึงกลับมาเล่นใหม่อีกครั้ง “แรกๆก็เล่นแบบออกกำลังกายไปเรื่อยๆ มาจริงจังตอน 60 ที่ปล่อยให้หลานบริหารธุรกิจ เล่นจนตอนนี้ได้แชมป์ International ในวัย 68 แล้วก็ติดทีมชาติประเภทซีเนียร์ตอนแก่ เป็นการเติมความฝันวัยเด็กที่ทำไม่ได้ มาทำได้ตอนแก่ มันก็อิ่มใจ มีความสุข แล้วก็อีกอย่างที่ได้มากๆ คือเรื่องสุขภาพ อันนี้สำคัญมากที่สุดเลย ไปเช็กอัปร่างกายตอนนี้ทุกอย่างดีหมด แล้วเราไม่ต้องไปพึ่งหมอเสียค่าดูแลสุขภาพ ซึ่งการได้ทำอะไรที่ตัวเองชอบเราจะมีความสุขมาก” อีกหนึ่งคนที่ค้นหาสิ่งที่เติมเต็มชีวิตของตัวเองจนเจอ ทั้งที่ตารางชีวิตค่อนข้างแน่นกับการดูแลธุรกิจ วิภาวรรณ เหล่าธนาสิน เจ้าของโรงแรมดัง “เดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ท” และ “วารานา” ในจังหวัดกระบี่ ยังต้องจัดตารางชีวิตให้ว่างสัปดาห์ละครั้งเพื่อบินมาออกกำลังกายในคลาส “เต้นซุมบ้า” ที่กรุงเทพฯ ชั่วโมงกว่า แล้วบินกลับทันที โดยบอกถึงเสน่ห์ของซุมบ้าที่ตนเองติดหนึบมาเกือบ 10 ปีนี้ว่า เป็นคนชอบฟังเพลง คลาสซุมบ้าทำให้เราได้ออกกำลังกายสนุกไปกับเพลงที่มีทั้งจังหวะเร็วและจังหวะช้า เราได้ออกกำลังเผาผลาญแคลอรีแต่ไม่มีการกระแทกให้ร่างกายบาดเจ็บ ค่อนข้างปลอดภัย ทั้งยังได้ฝึกสมอง เพราะว่าการเต้นซุมบ้า จะเป็นการประสานการทำงานของร่างกายระหว่างซ้ายขวา บนล่าง เป็นการฝึกสมองที่ดี“เวลาเราทำงานจะอยู่ในสภาวะที่นั่งเยอะแล้วก็ทำงานแบบไม่ค่อยเคลื่อนไหว การเต้นซุมบ้าเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราทำมาทั้งวัน เราได้ขยับแต่ที่สำคัญคือมันเป็นคาร์ดิโอ ทำให้หัวใจแข็งแรง ปอดแข็งแรง แล้วก็เป็นการเรียน coordination เพื่อให้สมองได้ทำงาน เป็นการออกกำลังกายที่มีความสุขนะคะ เลยหยุดไม่ได้ค่ะ” ส่วนความสุขที่ใช่ของเจ้าแม่ซิสเล่ย์ ประเทศไทย “รุจิตร สุธนะเสรีพร” ที่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต คือการเต้นลีลาศ ชื่นชอบถึงขนาดสร้างห้องสตูดิโอเต้นรำเป็นของตนเองในบ้านไว้ฝึกซ้อม และต้อนรับเพื่อนฝูงที่มาร่วมเรียนกับครูผู้ฝึกสอน โดยเล่าถึงเสน่ห์ของกิจกรรมนี้ว่า การเต้นรำเป็นกิจกรรมที่ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่และการลงทุน ทำให้เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการสร้างสุขภาพที่ดี ส่วนตัวชอบเต้นรำแนวละติน เพราะลีลาของการเต้นรำแนวละตินนี้มีความสวยงามและพลิ้วไหว ซึ่งเข้ากันได้ดีกับดนตรีที่ไพเราะ การเต้นรำแนวนี้ทำให้เราสนุกสนาน และยังทำให้เราสามารถออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกและกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วย“การเต้นรำเป็นสื่อกลางชนิดหนึ่งที่ทำให้คนทำอะไรเป็น unity ทำอะไรที่มันพร้อมเพรียง ทำให้เราเห็นถึงพลังของกิจกรรมนี้ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนทุกวัย ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักในเสียงดนตรี และใส่ใจในการดูแลสุขภาพ ความสนุกจากการเต้นรำจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตเรามีสีสันและมีความหมายมากขึ้นค่ะ!”.ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่