ในโอกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จแทนพระองค์ ไปทรงร่วมพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์แกรนด์อีจิปเชียน (Grand Egyptian Museum-GEM) ณ กรุงไคโร สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ตามคำทูลเชิญของนายอับดุล ฟัตตาห์ อัสซีซี ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ โดยในพิธีเปิดมีผู้นำประเทศ นายกรัฐมนตรี และราชวงศ์จากหลายชาติได้มาร่วมพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์แกรนด์อีจิปเชียนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งใหม่เป็นการส่วนพระองค์ ซึ่งพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงไคโร ติดกับพีระมิดกีซา โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เรื่องอารยธรรมอียิปต์โบราณ ใช้งบประมาณการก่อสร้างมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และถูกออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อุทิศให้กับอารยธรรมเดียว โดยจัดแสดงโบราณวัตถุกว่า 50,000 ชิ้น ซึ่งมากกว่าจำนวนชิ้นจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในกรุงปารีสที่มีอยู่ราว 35,000 ชิ้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกจากไอร์แลนด์ Heneghan Peng Architects ด้วยการออกแบบที่หลีกเลี่ยงแสงอาทิตย์สำหรับการดูแลรักษาวัตถุโบราณที่จะนำมาเก็บไว้ที่นี่ รูปแบบสถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยผนังกระจกทรงสามเหลี่ยมขนาดมหึมา ที่สะท้อนรูปทรงใกล้เคียงกับพีระมิด จึงไม่เป็นการรบกวนภูมิทัศน์โดยรอบ บริเวณโถงทางเข้าตั้งตระหง่านด้วยรูปสลักหินแกรนิตขนาด 11 เมตร ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ซึ่งมีอายุกว่า 3,200 ปี เดิมตั้งอยู่กลางวงเวียนหน้าสถานีรถไฟหลักของกรุงไคโร ก่อนถูกย้ายมาจัดแสดงที่นี่ จากโถงใหญ่มีบันไดหินขนาดมหึมาสูง 6 ชั้น เรียงรายด้วยรูปสลักโบราณนำขึ้นสู่ห้องจัดแสดงหลัก พร้อมมุมชมวิวพีระมิดกีซาโดยตรง ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีทางเชื่อมตรงไปยังพีระมิด เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินหรือใช้รถพลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปมาระหว่างสถานที่ได้อย่างสะดวก มีพื้นที่จัดแสดงถาวรกว่า 24,000 ตารางเมตร พร้อมพิพิธภัณฑ์เด็ก ศูนย์การประชุมและการเรียนรู้ พื้นที่พาณิชย์ และศูนย์อนุรักษ์โบราณวัตถุขนาดใหญ่ ซึ่งมีโซนหลัก 12 โซนที่เปิดบางส่วนไปเมื่อปีที่แล้ว จัดแสดงโบราณวัตถุตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคโรมัน แบ่งตามยุคสมัยและธีมเรื่องราว โดยบอกเล่าเรื่องราวอารยธรรมอียิปต์โบราณยุคต่างๆ ที่ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่และสื่อมัลติมีเดียในการนำเสนออย่างน่าสนใจ เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน รวม 4 ยุคด้วยกัน ได้แก่ Pre-Dynasty/Old Kingdom ยุคอาณาจักรเก่าแก่ อายุ 3,100 ปีก่อนคริสตกาล ควบคู่กับยุค The Old Kingdom หรือยุคก่อสร้างพีระมิด, Middle Kingdom ยุคอาณาจักรกลาง, New Kingdom ยุคอาณาจักรใหม่ สมัยฟาโรห์ตุตันคาเมนและฟาโรห์รามเสส, Graeco-Roman ยุคกรีกโรมัน โดยมีการจัดแสดงโบราณวัตถุจำนวนมากกว่า 50,000 ชิ้น มาจากพิพิธภัณฑ์อียิปต์เก่าในจัตุรัสทาห์รีร์ใจกลางกรุงไคโร ส่วนอีกหลายชิ้นถูกขุดค้นขึ้นใหม่จากแหล่งโบราณคดี เช่น สุสานซักการา ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางใต้ราว 22 กิโลเมตร สำหรับห้องจัดแสดงพิเศษ “คอลเลก ชันของกษัตริย์ตุตันคาเมน” นั้นมีจำนวนกว่า 5,000 ชิ้น ที่ถูกนำมาจัดแสดงครบชุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ถูกค้นพบในปี 1922 โดยโฮเวิร์ด คาร์เตอร์ นักโบราณคดีชาวอังกฤษ ภายในประกอบด้วย บัลลังก์ทองคำ โลงศพหุ้มทอง หน้ากากฝังศพ และรถศึกโบราณ6 คัน ซึ่งบางชิ้นได้รับการบูรณะที่ศูนย์อนุรักษ์ของพิพิธภัณฑ์รวมถึงหน้ากากทองคำของตุตันคาเมน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นพิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้อารยธรรมโบราณที่ควรค่าแก่การศึกษาอย่างยิ่ง.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่