สนามพระวิภาวดีวันนี้ ส่งมาจากสวิตเซอร์แลนด์ เพราะข้าพเจ้าอยู่ระหว่างดูงานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของสถาบันใหญ่ ซึ่งสามารถพัฒนาสร้างแพลตฟอร์มให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงนวัตกรรมการเงินได้ง่ายขึ้น และปลอดภัย ถูกกฎหมายฟังฝรั่งบรรยายก็ค่อนข้างเข้าใจยาก แต่สรุปสั้นๆว่า เป็นการเปิดโอกาสให้คนหาผลตอบแทนจากการ แปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน ซึ่ง สินทรัพย์ นั้นอาจจะเป็นอะไรก็ได้หลากหลาย เช่น พันธบัตร ภาพวาด แอนติค เครื่องประดับ ฯลฯ หรือสินทรัพย์อื่นๆ ซึ่งถ้าเมืองไทยสามารถทำได้ พระเครื่อง ของเรานี่แหละ ก็สามารถเป็น สินทรัพย์ดิจิทัล ที่ใครๆก็เข้ามาลงทุน เพื่อหาผลตอบแทน กำไรได้ แต่โดยที่คนใดคนหนึ่งไม่ต้องถือครอง--ที่คนไทยเริ่มรู้จักกัน ก็เช่น คริปโต, โทเคน นั่นแหละ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ กรุเก่า วัดใหม่อมตรส ของ อาจารย์ลิ้งค์ ขอนแก่น.อย่างองค์แรกวันนี้ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ กรุเก่า วัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ ของ เสี่ยชนะวุธ อุทโท (อาจารย์ลิ้งค์ ขอนแก่น) ถ้าทำเป็น สินทรัพย์ดิจิทัล ก็ได้อยู่ เพราะใครก็อยากเป็นเจ้าของ พระสภาพงาม สมบูรณ์เดิมๆ ฟอร์มทรงสมส่วน พิมพ์พระที่ติดชัดเต็มพิมพ์ ผิวเนื้อที่มีคราบกรุเป็นเอกลักษณ์ เนื้อในที่อุดมด้วยมวลสารครบสูตรแบบ “เนื้อจัด”ด้านหลังองค์พระไม่มีรอยปั๊มตราองค์พระเจดีย์ (หมึกม่วง) จึงบอกได้ว่าเป็น “พระกรุเก่า” เป็นพระดีพรีเมียม ที่หายากสุดๆ เพราะ “รังใหญ่” เก็บไปหมด องค์แชมป์แบบนี้ ราคาถึงหลักสิบล้าน หรือสูสี พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๑๒ ร.๙ ของเบียร์ นครปฐม.องค์ที่สอง พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๑๒ ที่เกิดจากฝีพระหัตถ์ของ ร.๙ ณ พระตำหนักจิตรลดา กรุงเทพฯ ซึ่งทรงจัดสร้างเองทุกขั้นตอน เพื่อมอบข้าราชบริพาร ตั้งแต่ออกแบบพิมพ์ทรงเป็นเอกลักษณ์ ที่จำลององค์พระพุทธนวราชบพิตร (หลวงพ่อจิตรลดา) รวบรวมมวลสารศักดิ์สิทธิ์ทั่วแผ่นดิน ผสมมงคลวัตถุส่วนพระองค์ กดพิมพ์ ตกแต่งสำเร็จเป็นองค์พระและพระราชทานจากพระหัตถ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๘-๑๓--แต่ละรุ่นปีต่างกันเพราะทรงสร้างไป แก้ไขไปชาวบ้านเรียกว่า พระสมเด็จจิตรลดา แต่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กำหนดนามว่า “พระกำลังแผ่นดิน”องค์นี้ของ เสี่ยเบียร์ นครปฐม เป็นพระปี พ.ศ.๒๕๑๒ ที่คมชัด งดงาม ด้านข้างหนา (เห็นชั้นเนื้อมวลสารบางกว่าเนื้อเรซิน) เป็นจุดพิจารณาสำคัญ หลังปิดทองตามพระราชดำริ เพื่อเตือนสติให้ดีโดยไม่หวังประโยชน์ “ปิดทอง หลังพระ”--แบบนี้ราคาหลักล้านแน่นอน พระกริ่งสวนเต่า สมัย ร.๕ พิมพ์ถือสังข์ สะดุ้งกลับ ของเบียร์ นครปฐม.ต่อด้วย พระกริ่งสวนเต่า ร.๕ ทรงสังข์สะดุ้งกลับ พระที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริของ ร.๕ ครั้งเสด็จฯกลับจากประพาสยุโรป เพื่อพระราชทานบุตรหลานเชื้อพระวงศ์เจ้านาย ที่เดินทางไปศึกษา-ปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศสร้างพิมพ์ด้วยฝีมือ “ช่างหลวง” ประกอบพิธีเททองหล่อบริเวณสวนเต่า ในพระบรมมหาราชวัง โดย สมเด็จพระสังฆราช (แพ) (ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมโกศาจารย์) เป็นประธาน มีพระเถระร่วมพิธีพุทธาภิเษก เช่น หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ พระพุฒาจารย์ (เจ้ามา) วัดจักรวรรดิ หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว ฯลฯเป็น พระเทหล่อลอยองค์ แยกพิมพ์ได้เป็นดอกบัว หม้อน้ำมนต์ สังข์ จักร ตรี--องค์นี้ก็ของ เสี่ยเบียร์ นครปฐม เป็น พิมพ์นิยม ทรงสังข์ (สะดุ้งกลับ) ที่มีพบน้อย สภาพงามสมบูรณ์เดิมๆ แบบนี้หลายแสน พระนาคปรก สนิมแดง กรุบ้านหัวเกาะ ของไพโรจน์ ศิวะพรชัย.อีกสำนักเป็น พระนาคปรก สนิมแดง กรุบ้านหัวเกาะ จ.สุพรรณบุรี พระกรุ-พระเก่า เลื่องชื่อ พุทธศิลป์ลพบุรี ซึ่งมีพุทธคุณด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรีจุดพิจารณาสำคัญอยู่ที่ สนิม ที่มีสีแดงเป็นเอกลักษณ์ ต่างจาก “สนิมแดง” พระกรุอื่นๆ องค์นี้ของ เฮียใหญ่–ไพโรจน์ ศิวะพรชัย เป็นพระสภาพสมบูรณ์สวยแชมป์เดิมๆ ราคาหลักแสน เหรียญหล่อหลวงปู่ทวด พ.ศ.๒๕๐๕ พิมพ์เตารีดกลาง ปั๊มซ้ำวัดช้างให้ ของ Mr.Lee Malaysia.ไปดู เหรียญหล่อ หลังเตารีด พิมพ์กลาง (ปั๊มซ้ำ) พ.ศ.๒๕๐๕ หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ที่ พระอาจารย์ (ทิม) จัดสร้างโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร (เสด็จฯพระองค์ชายกลาง) เป็นประธาน เพื่อออกให้สาธุชนทำบุญบูชา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๕ เพราะ พระเนื้อว่าน รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๗ หมดจากวัดโดยสร้างรูปแบบเดิม แต่เทหล่อด้วยเนื้อโลหะผสม ที่มีทั้งองค์ที่งดงามและองค์หย่อนงาม ต้องนำมาปั๊มซ้ำที่โรงงานในกรุงเทพฯ แล้วนำกลับไปเข้าพิธีปลุกเสกที่วัดช้างให้ได้รับความนิยมมาก และเรียกว่า “พระหลังเตารีด” แยกพิมพ์เป็น ใหญ่ กลาง เล็ก ตามขนาดที่มีพิมพ์แยกย่อยอีกมาก องค์นี้ของ Mr.Lee Malaysia เป็น พระพิมพ์กลาง (ปั๊มซ้ำ) สภาพสมบูรณ์ สวยเดิมแบบนี้หลักแสน แหวนโล่ เนื้อเงินลงยาสีแดงหลังสิงห์ รุ่นเมดอินไทยแลนด์ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ ของพิเชษฐ์ ฉิมวัย (โต้ง คนสุพรรณ)สุดท้ายเป็น แหวนโล่ เนื้อเงินลงยาสีแดงรุ่นเมดอินไทยแลนด์ หลวงพ่อมุ่ยวัดดอนไร่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เป็น แหวนมงคล ทรงหน้าโล่ (รูปหลวงพ่อ) เนื้อโลหะลงยา สร้างออกเป็นยุคแรกๆให้ใช้เป็นเครื่องราง (แหวน) คู่ตัว อันดับ๑ ของ “คนสุพรรณฯ”วงงามๆ สมบูรณ์ ลงยาเต็มร้อย หลังติดสิงห์งาแกะเดิมๆ เคยมีราคาสูงถึงหลักแสน โดยไม่ต้องเสริมแต่ง ส่วนวงนี้ของ โต้ง คนสุพรรณ–เสี่ยพิเชษฐ์ ฉิมวัย เจ้าถิ่นที่มีศรัทธาสูง จึงนำหัวแหวนไปขึ้นวงใหม่ ด้วยทองคำหนัก ๒ บาท ฝังเพชรล้อมหน้าโล่อีก ๒ กะรัตลากันด้วยเรื่องปิดท้าย ของ เสี่ยโจ กับ เสี่ยชาคริต ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เรียนมัธยมจนถึงจบปริญญา ต่างคนก็ทำงานมีครอบครัว และไปซื้อบ้านอยู่หมู่บ้านเดียวกัน และไปมาหาสู่มาเกือบ ๑๐ ปี มีสารทุกข์สุกดิบอะไรก็พูดคุยปรึกษากันวันหยุดยาวที่ผ่านมา เสี่ยโจ ก็ปรึกษาเพื่อนว่า ไม่รู้เมียเป็นอะไรเดี๋ยวนี้จู้จี้ ขี้บ่น มากขึ้นทุกวัน เสี่ยชาคริต ก็พูดปลอบว่า คงเป็น “วัยทอง” ของผู้หญิงนะ เสี่ยโจ ก็พยักหน้า และถามต่อว่า ในฐานะที่เพื่อนชอบพระ มีพระอะไรช่วยให้เมียเลิกบ่นได้มั้ยแต่ เสี่ยชาคริต ตอบทันที ไม่มี แต่มี คาถาพระปิดตา ให้ใช้ โดย “ปิดหูซ้ายขวา ปิดตาสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง เป็นทางสันติ”ถ้าเพื่อนไปทำตามคาถานี้ เมียจะบ่นยังไงรับรองทนได้เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.สีกาอ่างคลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม