สมมติฐานของทฤษฎีสมคบคิดการเกิดฝีดาษลิงชนิดใหม่จากสหรัฐฯ ที่มาจากมูลนิธิ Gates และกระทรวงของสหรัฐฯ และมีการเลือกฝีดาษลิงให้เป็นโรคอุบัติใหม่ทั่วโลกในปี 2021 โดยมีการฝึกซ้อมจำลองในห้อง (tabletop) และฝึกซ้อมปฏิบัติการจริงและการวิเคราะห์การควบรวมส่วนของพันธุกรรมของไวรัสที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นจาก สถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่น ที่พิมพ์ในวารสาร Virolo gica sinica ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2022 ซึ่งวารสารนี้ สนับสนุนโดยสถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่นและมีการเปิดเผยถึง ความร่วมมือกันระหว่าง NIH ของสหรัฐฯ และสถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่นในเรื่องฝีดาษลิง ในขณะเดียวกันมีการให้ทุนฉุกเฉินกับยา tecovirimat ในการรักษาผู้ที่ติดเชื้อและมีอาการจากไวรัสฝีดาษลิงในปี 2022 และในปี 2024 มีการพัฒนาวัคซีนฝีดาษลิงโดยเล็งเห็นว่าเป็นโรคระบาดทั่วโลกและไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่รักเพศเดียวกันหรือทั้งสองเพศ ดังนั้นจะมีความพยายามให้มีการฉีดในประชาชนทั่วโลกทฤษฎีสมคบคิดฝีดาษลิงจากสหรัฐฯ • https://youtu.be/RLPbhPcnlx8 และข้อสังเกต NIH Wuhan •John Campbell 31/5/65 https://youtu.be/4E6cD-VWhQY การเตรียมการรับมือโรคระบาดอุบัติใหม่ฝีดาษลิงเริ่มจากในปี 2021 เป็นการฝึก ในห้อง (NTI-Munich Security conference 2021 tabletop exercise on reducing high -consequence biological threats) โดยสมมติเหตุการณ์ (simulated scenario) ว่าจะเกิดผู้ก่อการร้ายปล่อยเชื้อฝีดาษลิงชนิดใหม่ที่สร้างในห้องปฏิบัติการ องค์กรที่จัดเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ NTI nuclear threat initiative โดยมีอดีตสมาชิกรัฐสภา Sam Nunn และ Ted Turner (philanthropist) เป็นคนก่อตั้งและในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 การฝึกซ้อมในสถานที่จริง ไม่ใช่เป็นห้องเรียนโดยสมมติชื่อไวรัสคือ Akhmeta ที่เป็นหนึ่งในสมาชิก 12 ตัวของครอบครัว Pox virus การฝึกซ้อมสมมติเหตุการณ์ว่ามีการโจมตีเกิดขึ้นในพฤษภาคม 2022 และมีการรายงานไปยังองค์การอนามัยโลกในวันที่ 13 พฤษภาคม 2022 และสมมติว่าในวันที่ 5 มิถุนายน 2022 จะมีการระบาดของโรค ในประเทศสมมติ 1,421 ราย ตายสี่รายในวันที่ 10 มกราคม 2023 จะมีการระบาด 83 ประเทศ มีผู้ติดเชื้อ 70 ล้านคน และตาย 1.3 ล้านคน และเชื้อฝีดาษลิงตัวใหม่นี้เป็นชนิดดื้อวัคซีนและในวันที่ 10 พฤษภาคม 2023 ทั่วโลกจะมีผู้ติดเชื้อ 480 ล้านคน ตาย 27 ล้านคน และ 1 ธันวาคม 2023 จะติดเชื้อ 3,200 ล้านคน ตาย 271 ล้านคนไวรัส Akhmeta ตัวนี้มีจริงโดยเป็นหนึ่งในสมาชิกของไวรัสฝีดาษ มีการพบไวรัสในคนเลี้ยงวัวในจอร์เจียในปี 2013 โดยมีแผลที่ผิวหนังสองรายและพบว่าไวรัสตัวนี้มีความเหมาะสมที่สุดในการก่อให้เกิดโรคและมีอัตราตายสูง 100% ในสัตว์ทดลอง หนู Mus musculus โดยที่ขนาดเชื้อคือ 3X102 pfu เป็นต้นไป ในปี 2018 มีการพบไวรัสตัวนี้ในจอร์เจียในสัตว์ฟันแทะ การสร้างไวรัสใหม่ยังไม่ได้จบง่ายๆ เพราะมีผลตอบแทนสูงกับผู้ทำ และผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจ ในการผลิตยา วัคซีน ในการให้องค์การอนามัยโลกกำหนดกฎเกณฑ์วิธีการประพฤติปฏิบัติตัว ต้องใช้ยาและวัคซีนตัวที่บริษัทยาผ่านทางองค์กรกลางสหรัฐฯและองค์การอนามัยโลกเป็นผู้สั่งนอกจากตัวต่างๆเหล่านี้แล้ว มีการสร้างไวรัสโควิดตัวใหม่ ไวรัสอีโบลาตัวใหม่ รวมทั้งไวรัสนิปาห์ ที่ทำให้เกิดปอดบวมและสมองอักเสบทุนเหล่านี้มาจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ DARPA DTRA CDC USAID ผ่าน EcoHealth alliance ลงที่ประเทศไทย สถาบันหลักโรงเรียนแพทย์ หน่วยงาน มีทั้งคนปฏิบัติงานในพื้นที่ ในห้องแล็บ ปฏิบัติการวิเคราะห์พันธุกรรม และส่งไปยังต่างประเทศ เพื่อคัดเลือกตัวที่ร้ายแรงขึ้น และสร้างขึ้นได้ในห้องทดลอง โดยถ้าตัวใดพิสูจน์ในสัตว์ทดลองที่ปรับแต่งคล้ายมนุษย์และตายหมดก็มีการจัดทำสิทธิบัตร จัดทำวัคซีน ทดลองยาเตรียมพร้อม ถ้าไวรัสเหล่านี้เกิดการระบาด ข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญและไม่ใช่เรื่องไกลตัว อาจต้องมีการสังเกตให้ดีขึ้นว่า องค์กรใด นักวิชาการใดต่อต้านกำเนิดของไวรัสจากห้องแล็บ ปกป้องวัคซีนโดยเฉพาะ mRNA ว่ามีประสิทธิภาพการกันติด กันแพร่กันตาย และยังสนับสนุนให้มีการฉีดบังคับในนักเรียน ในสถานที่ธุรกิจ โรงงาน ในกลุ่ม 608 จนกระทั่งในเด็กตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปเหล่านี้ควรต้องมีการตรวจสอบความเชื่อมโยงการผ่านเงินจากต่างประเทศ และมีตัวรับและผันเงินไปให้คนอื่นในวง และอย่าลืมรายการสื่อที่บิดเบือนความจริงกลุ่มเหล่านี้ต้องรับผิดชอบและต้องมีการลงโทษและให้ชดเชยคนไทยที่สูญเสียคนในครอบครัวคนที่มีความพิการระยะยาวทั้งสิ้น และต้องมีการฟ้องร้องบริษัทเหล่านี้.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ “สุขภาพหรรษา” เพิ่มเติม