ขึ้นชื่อว่าเป็นช่างภาพแฟชั่นมือทองของเมืองไทย ที่แหกทุกกฎของการถ่ายภาพ และมีมุมมองไม่เคยเหมือนใคร สำหรับ “จอร์จ–ธาดา วารีช” กว่า 30 ปี ในวงการถ่ายภาพ ผลงานของเขาไม่เพียงแต่จะโดดเด่นและมากไปด้วยเสน่ห์ แต่ยังปลุกกระแสร้อนแรงในวงการแฟชั่นและศิลปะมาอย่างต่อเนื่องข้ามทศวรรษล่าสุด ช่างภาพชื่อดังของเมืองไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการจับมือ Big Camera, Chivas Regal และ Jacob’s Creek เปิดห้องลับส่วนตัว นำผลงานภาพถ่ายที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน ผนวกเข้ากับสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามสไตล์เวเนเชียนโกธิคของ “ลา ชาเปล กรุงเทพ” (LA CHAPELLE Bang kok) สถานที่จัดงานอเนก ประสงค์ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากจินตนาการของเขาเอง เพื่อจัดแสดงนิทรรศการแนวใหม่ “IN THE PRIVATE ROOM OF TADA VARICH” เสมือนเป็นการเปิดห้องส่วนตัวของธาดา ต้อนรับและเชื้อเชิญผู้ชมให้เข้าไปสัมผัสเรื่องราวชีวิตและการเดินทางในโลกแฟชั่นและศิลปะตลอดกว่า 3 ทศวรรษ พร้อมกันนี้ผู้ชมยังสามารถเป็นเจ้าของผลงานภาพถ่ายชุดพิเศษของ “ธาดา วารีช” จำนวนจำกัด โดยรายได้จะมอบให้กับโรงเรียนวัดป่าถ้ำภูเตย จ.กาญจนบุรี พูดถึงเสน่ห์ของ “ธาดา วารีช” ช่างภาพชื่อดัง และ Exclusive Photographer ของนิตยสารโว้ก ประเทศไทย คือการดึงตัวตนของผู้ที่ถูกถ่ายออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ภาพถ่ายของเขาแสดงอารมณ์ของเหล่านางแบบและนายแบบออกมาได้อย่างน่าค้นหา จึงไม่แปลกเลยที่ทั้งศิลปิน, ดารา และเหล่าเซเลบริตี้ล้วนต้องการมีภาพถ่ายจากการลั่น ชัตเตอร์อันเฉียบคมของเขา นิทรรศการ “IN THE PRIVATE ROOM OF TADA VARICH” เชื้อเชิญผู้เสพงานศิลป์เข้ามาชมห้องส่วนตัวของ “ธาดา วารีช” ทั้งจากภาพถ่ายจำนวน 119 ภาพ ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน รวมถึงภาพชุดใหม่ที่ถ่ายขึ้นเฉพาะสำหรับนิทรรศการครั้งนี้ โดยมีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับสถาปัตยกรรมของ “ลา ชาเปล กรุงเทพ” อีกหนึ่งงานศิลป์ที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นในสไตล์ “Venetian Gothic” บอกเล่าเรื่องราวความชอบส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากทั้งเนื้อหาของภาพถ่ายและการจัดวางตามจุดต่างๆ ที่มีความหมายเข้ากับภาพถ่าย ผู้ชมงานจะได้สัมผัสเสน่ห์ของภาพและสถาปัตยกรรมไปพร้อมกัน โดยงานจัดแสดงขึ้นใน 2 อาคารของ “ลา ชาเปล กรุงเทพ” คือ “Saint Hall” อาคารหลักในสไตล์เวเนเชียนโกธิค ภายในเป็นโถงขนาดใหญ่สีขาวล้วน โดดเด่นที่บันไดมุกงามสง่าเชื่อมสู่ชั้นสองของอาคาร ส่วนที่สอง “L’Amour Building” คาเฟ่โทนสีน้ำตาลเข้มดูอบอุ่นและเคร่งขรึมดุจ “Gentleman club” และชั้น 2 เป็นห้องจัดเลี้ยงอเนกประสงค์ขนาดย่อมในสไตล์โกธิคเพื่อให้ความหมายของ “Private Room” สมบูรณ์แบบ งานนี้จึงเชื้อเชิญผู้ที่เคยร่วมงานกับเขา ทั้งดารา, นางแบบ, นายแบบ, เซเลบริตี้, บุคคลเบื้องหน้า และเบื้องหลัง รวมถึงสปอนเซอร์ของงาน มาเป็นผู้ชม “ส่วนตัว” ในค่ำคืนแห่งความทรงจำวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2566 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Page : www.facebook.com/LaChapelleBangkok อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่