ทันทีที่ “เศรษฐา ทวีสิน” ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย สปอตไลต์ทุกดวงก็จับจ้องไปที่ครอบครัวของท่านนายกฯ โดยเฉพาะทายาททั้ง 3 คน ที่ไม่เพียงจะโปรไฟล์เลิศ สวยหล่อ, เรียนเก่ง, การศึกษาดี และทำงานดีกันทุกคน ลูกนายกฯยังเป็นต้นแบบของคนรุ่นใหม่ ที่เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตด้วยความอดทนใครอยากได้อะไรต้องลงมือทำอย่ามัวแต่ฝัน เพราะบ้านนี้ไม่เคยโอ๋ลูก แต่ปล่อยให้ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง เรียกว่าล้มเมื่อไหร่ต้องหาทางลุกขึ้นมาเอง!! “นุ้บถูกเลี้ยงดูมาแบบอิสระเป็นตัวของตัวเอง แต่ต้องรู้หน้าที่และความรับผิดชอบ คุณพ่อเป็นคนที่อยากให้ลองทำทุกอย่าง พอเราได้ลอง ถ้าล้มแล้วลุกขึ้นมาเอง อันนั้นเราจะได้ประสบการณ์ จะได้เรียนรู้จากตรงนั้นมากกว่าที่พ่อแม่ยื่นให้เราทุกอย่าง ซึ่งเราจะไม่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ที่บ้านสอนให้นุ้บเป็นคนอดทน เวลาทำงานต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ที่สำคัญต้องมีความรับ ผิดชอบ และรู้จักหน้าที่ของตัวเอง”...“นุ้บ–ชนัญดา ทวีสิน” ลูกสาวคนเล็กของบ้าน บอกเล่าถึงคำสอนของพ่อที่จดจำขึ้นใจ นุ้บ-ชนัญดาปัจจุบัน “สาวนุ้บ” อายุ 29 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาประสาทวิทยาและพฤติกรรม จาก “บาร์นาร์ด คอลเลจ” (Barnard College) มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนิวยอร์ก และคว้าปริญญาโท สาขาสังคม สงเคราะห์ศาสตร์ (School of Social Work) จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เธอให้สัมภาษณ์ว่า คุณพ่อบอกเสมอว่าท่านไม่เชื่อเรื่องการสืบทอดธุรกิจ ที่บ้านจึงปล่อยให้นุ้บเรียนและทำงานที่ตัวเองสนใจ ซึ่งนุ้บมีความสนใจในเรื่องเด็กและครอบครัว จึงเลือกเรียนปริญญาตรีและปริญญาโทสาขานี้ นุ้บยังเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษาอยู่ที่ “EduSmith” แนะนำขั้นตอนการสมัครและการทำประวัติ เพื่อเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา “นุ้บชอบงานนี้เพราะชอบคุยกับเด็ก ชอบทำงานที่เป็น one on one หนึ่งต่อหนึ่งกับอีกคนหนึ่ง การแนะนำแต่ละเคสก็ไม่เหมือนกัน โดยภาพรวมเราจะช่วยกรอกแอปพลิเคชัน ช่วยสร้างประวัติ วางแผนภาคฤดูร้อนว่าเขาจะทำอะไร เพราะเป็นซัมเมอร์สุดท้ายแล้ว ที่เขาจะบูสต์ประวัติเขาขึ้นมาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงาน หรือโปรเจกต์ อะไรที่เขาสามารถทำได้ เช่น การทำงาน community service มีไหม ช่วงโควิดเรียนออนไลน์ ทำอะไรเพื่อสังคมหรือเปล่า งานนี้สนุกตรงที่ได้เจอเด็กๆ เด็กแต่ละคนมีคาแรกเตอร์ที่ไม่เหมือนกัน แล้ววิธีที่เราจะคุยกับเขาและหาวิธีที่จะช่วยเขา ก็ต้องต่างกัน รวมทั้งต้องดีลกับพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย” เพราะโตมากับคำสอนว่า “ให้ลงมือทำงานอย่ามัวแต่ฝัน” บวกกับแพชชันที่หลงใหลในการทำอาหารและมีความสุขกับการกิน นุ้บจึงลุยธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มเต็มตัว จนกลายเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามอง ประเดิมด้วยการนำแบรนด์ร้านอาหารดังจากฮ่องกง “เทสตี้ คอนจี้ แอนด์ นู้ดเดิ้ล วันตัน” (Tasty Congee & Noodle Wantun) เข้ามาสร้างความแปลกใหม่ให้วงการธุรกิจอาหารเมืองไทย เปิดตัวครั้งแรกที่สยามพารากอน เมื่อ 2 ปีก่อน จนวันนี้ขยายสาขามาที่ทองหล่อด้วย ถามว่ายังมีอะไรที่อยากทำอีกไหม สาวนุ้บยืนยันว่ายังแฮปปี้กับการทำธุรกิจนี้ พร้อมย้ำว่างานที่นุ้บทำต้องมีเซอร์วิสมายด์และต้องใจเย็น ที่สำคัญต้องอดทนถึงจะสำเร็จ น้อบ-ณภัทรฮอตสุดในหมู่สามคนพี่น้อง ต้องยกให้ “น้อบ–ณภัทร ทวีสิน” ลูกชายคนโตของนายกฯเศรษฐา ที่แจ้งเกิดตั้งแต่ปรากฏตัวช่วยคุณพ่อหาเสียงช่วงก่อนเลือกตั้ง ไม่ได้หล่อทะลุมิติเพียงอย่างเดียว แต่น้อบยังเรียนเก่งและมีอาชีพการงานที่โดดเด่นน่าภูมิใจ น้อบจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (PPE) จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้นำทางการเมืองระดับโลกมากมายนับไม่ถ้วน จากนั้นคว้าปริญญาโทด้าน MBA จากฮาร์วาร์ด บิสซิเนส สกูล ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวีลีกที่เข้าเรียนยากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ย้อนกลับไปวัยเด็ก น้อบและน้องๆเริ่มต้นเรียนอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดาถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนจะย้ายไปเรียนต่อที่ “ไวน์ฮอลล์ สกูล” (Vinehall School) เมืองซัสเซกซ์ ประเทศอังกฤษจนจบชั้นประถมปลาย โดยน้อบและแน้บไปต่อมัธยมต้นและมัธยมปลายที่โรงเรียนชายล้วน “อีตัน คอลเลจ” (Eton College) ประเทศอังกฤษ ขณะที่นุ้บแยกไปเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียน “ดาวน์ เฮาส์ สกูล” (Downe House School) โรงเรียนประจำหญิงล้วนชั้นนำของอังกฤษ ปัจจุบัน “หนุ่มน้อบ” อายุ 31 ปี และยังมีความสุขกับการทำงานในตำแหน่ง “Associate Partner” อยู่ที่ “Bain & Company” บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกในกรุงลอนดอน เขาพูดถึงคุณพ่อว่า รู้สึกโชคดีและภูมิใจมากที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างครับ แน้บ-วรัตม์เก็บตัวเงียบชอบโลว์โปรไฟล์ ไม่มีใครเกิน “แน้บ–วรัตม์ ทวีสิน” ลูกชายคนกลาง วัย 30 ปี ของนายกฯเศรษฐา ดีกรีด้านการศึกษาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน จบการศึกษาชั้นมัธยมจากอีตัน คอลเลจ ตามด้วยปริญญาตรี สาขาเศรษฐ ศาสตร์ และปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสแตนฟอร์ด ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยทำงานอยู่ที่วาณิชธนกิจระดับท็อปของโลก “The Raine Group” ในนิวยอร์ก ให้คำปรึกษาและการลงทุนในอุตสาหกรรมกีฬา, สื่อ และอุตสาหกรรมเอนเตอร์เทนเมนต์ ปัจจุบันรั้งตำแหน่งรองประธาน (Vice President) ฝ่ายควบรวมกิจการและการพัฒนาองค์กร (Mergers & Acquisition and Corporate Development) อยู่ที่บริษัท “Genius Sports” ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นบริษัทนวัตกรรมกีฬา ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวกับกีฬา ล่าสุด เพิ่งสละโสดจูงมือแฟนสาวเข้าประตูวิวาห์เมื่อปีที่แล้ว ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของเซ็นทรัลพาร์ค ใจกลางมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาโปรไฟล์แน่นขนาดนี้ สมกับเป็นต้นแบบของคนรุ่นใหม่ ที่มีอิสระทางความคิด แต่ไม่ลืมหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเอง.ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ