ความเป็นทั้งสาวนักช็อป และชอบทำโน่น ทำนี่อยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้หญิงกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงของการเกิด “โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ” มากกว่าผู้ชายถึง 8 เท่าโรคเอ็นข้อมืออักเสบ หรือโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ (De quervain’s Tenosynovitis) คือโรคที่เกิดจากการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นเอ็น และเส้นเอ็นบริเวณข้อมือตรงโคนนิ้วหัวแม่มือ ส่งผลให้เกิดการกดทับของเส้นเอ็นภายใน อาการสำคัญของโรคคือ อาการปวดบวมบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือ ซึ่งหากปล่อยปละละเลย ไม่ทำการรักษาอย่างถูกวิธี จากความเจ็บปวดเล็กน้อย จะค่อยๆเพิ่มความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นโรคเรื้อรัง ที่ทำให้ปวดทรมานระยะยาวในอนาคต อาการของโรคเอ็นข้อมืออักเสบ เริ่มต้นคือ ปวดกะทันหัน หรือเจ็บแปลบข้อมือทุกครั้งที่ยกของผิดองศา แบบค่อยเป็นค่อยไป อาจมีอาการชาที่นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ บางรายที่มีอาการรุนแรงอาจจะมีอาการช้ำ ระบม บริเวณนิ้วโป้งด้านปลายแขนใกล้กับข้อมือ มีเสียงเอี๊ยดๆเมื่อเอ็นเคลื่อนไหว ส่งผลต่อการใช้งานเนื่องจากจะมีอาการปวดบริเวณนิ้วหัวแม่มือเวลาขยับข้อมือ หรือหยิบกำสิ่งของสาเหตุหลักของการเกิดโรคเอ็นข้อมืออักเสบมีหลายสาเหตุ เช่น มีการใช้งานข้อมือมากเกินไป หรือการใช้งานข้อมือลักษณะซ้ำๆบ่อยๆ และเกิดจากอุบัติเหตุ ผิดท่า หรือเคยมีการบาดเจ็บบริเวณตำแหน่งนี้มาก่อนทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง หรืออาจเกิดจากโรคข้ออักเสบเรื้อรัง เช่น โรครูมาตอยด์ ฯลฯ จากสถิติพบว่า ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมไปถึงผู้หญิงที่ออกแรงทำงานบ้าน เช่น การกวาดบ้าน ถูบ้าน บิดผ้า ซักผ้าด้วยมือ โดยพบได้บ่อยในสตรีอายุ 30-60 ปี คนที่ทำงานโดยใช้ข้อมือนานๆ โดยเฉพาะงานที่ใช้แรงบีบนิ้วโป้งมากๆ เช่น การใช้กรรไกร ช่างไม้ พนักงานออฟฟิศที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน นักกีฬาบางประเภท เช่น แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส รวมถึงคนที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์การรักษาเอ็นอักเสบที่ข้อมือ เริ่มต้นเลยคือ ต้องหยุดพักการใช้งานข้อมือข้างที่ปวด ปรึกษาแพทย์ เพื่อวินิจฉัยลักษณะอาการมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด ซึ่งส่วนใหญ่ หากอาการไม่มาก เบื้องต้นแพทย์อาจแนะให้ใช้อุปกรณ์พยุงข้อมือ หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวของมือ ดูแลให้ข้อมืออยู่ในแนวระนาบเดียวกับแขน การทำกายภาพบำบัด การประคบอุ่น ในบางรายแพทย์อาจแนะนำให้เข้าเฝือกแขน ข้อมือ นิ้วโป้ง เพื่อให้ข้อมือและกระดูกข้อต่อบริเวณใต้นิ้วโป้งอยู่กับที่ เพื่อลดการใช้งานของเส้นเอ็นหากแต่ถ้ารักษาด้วยวิธีที่กล่าวมาแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้นอีก แพทย์อาจจะแนะนำให้ฉีดยาสเตียรอยด์ (Steroid) ซึ่งจะใช้ฉีดเพื่อลดการอักเสบ เนื่องจากเป็นยาที่ออกฤทธิ์เร็ว ลดอาการอักเสบได้ดีและตรงจุด โดยส่วนใหญ่จะให้ฉีดสเตียรอยด์ไม่เกิน 2 ครั้ง ถ้ายังมีอาการปวด หรืออาการปวดรุนแรงมากกว่านี้ จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด การผ่าตัดมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการกดทับของเส้นเอ็นภายใน โดยแพทย์จะผ่าตัดคลายปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณที่มีการเสียดสีกันออก ช่วยให้เส้นเอ็นเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น เป็นการผ่าตัดเล็ก แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่นาน หลังผ่าตัดไม่จำเป็นต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล เพราะเป็นผ่าตัดเล็ก แผลมีขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร และใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดไม่นานโรคนี้แม้จะรักษาหายแล้วก็อาจกลับเป็นซ้ำได้อีก หากยังมีพฤติกรรมเดิมๆ ถ้าไม่อยากกลับเป็นซ้ำก็ต้องพยายามระวังการใช้งานของข้อมือและนิ้วหัวแม่มือซ้ำๆติดต่อกันเป็นประจำ เช่น เขียนหนังสือ ทำงานบ้าน บิดผ้า กวาดบ้าน พิมพ์คอมพิวเตอร์นานๆ ซึ่งมีส่วนทำให้ปลอกหุ้มเอ็นข้อมือบริเวณฝั่งด้านโคนนิ้วหัวแม่มืออักเสบ มีอาการปวด และอาจกลับมามีอาการป่วยอีกครั้งได้ข้อควรระวังสำหรับโรคนี้คือ ห้ามนวดหรือบิดบริเวณข้อมือที่อักเสบเพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น.