คำพังเพยอีสานยุคหลังสงครามมหาเอเชียบูรพา เปรยว่า... “ไผมาเยือนเรณูนคร บ่ได้ขี่ช้างคู่ สิบ่ฮอดเรณูนคร” โดย “ขี่ช้างคู่” ก็คือการดูดอุจากไหคู่สาวเรณูฯนั่นเอง...นี่เป็นแต่ก่อนปัจจุบัน...“คุณชาย 3” รู้มาว่า “ไผมาถิ่นเรณูฯ บ่ได้กินข้าวปุ้นน้ำนัว คือบ่ฮอดเรณูนคร” เพราะ “ข้าวปุ้นน้ำนัว” เป็นซิกเนเจอร์หมวดวัฒนธรรมอาหารถิ่น “ภูไท” หรือ “ผู้ไทยเรณูนคร” ซึ่งอพยพข้ามโขงจากเมืองน้ำน้อยอ้อยหนู ซึ่งเชื่อว่าคือเวียดนามปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ผู้ไทยกลุ่มนี้ก็คือคนไทยที่ยึดมั่นการใช้ภาษาถิ่นในครัวเรือน...เคยฟังรู้ว่าไพเราะ ยิ่งถ้าผู้สาวเว้าด้วยแล้ว อุ้ย...มันมัดหัวใจบอกไม่ถูก เพราะสาวเรณูฯ ช่างสวย “กะด้อกะเดี่ย”...คือสวยอะไรปานนั้นมาเรณูฯ ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของ จ.นครพนมทีไร อดไม่ได้ที่จะกระดี๊กระด๊าเพราะถิ่นนี้มีสิ่งดีๆให้สัมผัสมากมาย อย่างข้าวปุ้นน้ำนัวคนอีสานเอิ้น “ข้าวปุ้น” หมายถึงขนมจีน “นัว” คือกลมกล่อม ผสมกันเป็นขนมจีนรสชาติกลมกล่อม...ก็ถือเป็นหนึ่งเดียวที่มีในแดนเรณูฯป้าพูนสิน โชคกลาง สาวผู้ไทยวัย 59 ปีเล่าว่า แต่ก่อนข้าวปุ้นน้ำนัวเป็น “พา” อาหารบ้านๆตามวิถีคนที่นี่ที่เอาปลาร้า หรือ “ปลาแดก” ทั้งตัวมาต้มปรุงรส แล้วนำมากินกันในครอบครัว ให้ดี เก็บผักริมรั้วมาเป็นเครื่องเคียงยิ่งแซ่บอีหลี...นี่คือที่มาของ “ข้าวปุ้นน้ำ (ปลาร้า) นัว” ที่ต่อมาตัดคำว่าปลาร้าทิ้งให้ดูสั้นเข้าป้าพูนสินบอก ทุกวันนี้เรณูนครมีร้านข้าวปุ้นน้ำนัวเปิดขายในชุมชนอยู่หลายร้านหนึ่งในนั้น ได้แก่ “ข้าวปุ้นสดน้ำกะปิ ร้านพูนสิน” ของป้า ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวง 2015 สายเรณูฯ-ปลาปาก-หนองฮี เยื้องสถานีบริการน้ำมัน ปตท. หาง่าย...ทั้งอำเภอมีปั๊มยี่ห้อนี้ปั๊มเดียว...ฮา555 “แต่ก่อนพ่อกับแม่เคยหาบข้าวปุ้นน้ำนัว เร่ขายตามบ้านทั่วชุมชน จนถึงรุ่นลูกคือป้านี่แหละได้เปลี่ยนจากหาบมาเปิดเป็นร้านเมื่อ 30 ปีที่แล้ว...จนถึงวันนี้” ชื่อร้านต่างร้านอื่นตรงไม่ใช้ “ข้าวปุ้นน้ำนัว” ก็ตรงวิธีการได้พัฒนา ใช้ข้าวเจ้า เกรดเอมาเป็นวัตถุดิบ นวด หมักตามสูตรข้าวปุ้นสดสู่จานอาหาร และเปลี่ยนจากน้ำปลาร้านัวที่เคยต้มเป็นน้ำกะปิหอมชวนกินเอาละ...คุณชายฯเลิกพูดพร่ำทำเพลง จะได้ย่ำเฮือนเยือนร้านข้าวปุ้นสดต้นแบบเสียที เฮือนนี้ถ้ามองผิวเผินจะเห็นเป็นบ้านก่ออิฐถือปูนมีรั้วล้อม ไม่เหมือนเฮือนผู้ไทยนิยมสร้างด้วยไม้ยกพื้นสูงทั้งหลัง...อันนี้คุณชายว่า มันคือการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลามากกว่าอย่างอื่นพอเข้าไปด้านในถึงพบว่า สภาพร้านใช้บริเวณลานหน้าบ้านต่อเติมมุงหลังคาปล่อยโล่งสี่ด้าน ปีกขวาใช้เป็นครัวตั้งเตากับหมอต้มแป้ง สำหรับรีดเส้นข้าวปุ้นสดลงแช่ในหม้อน้ำอุ่นปีกซ้ายเป็นครัวสำรองวางหม้อบรรจุน้ำกะปินัวคู่กับผักสดสารพัด ถัดมาตรงกลางตั้งโต๊ะเก้าอี้ให้ลูกค้านั่ง 4-5 ชุด ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในอำเภอกับคนต่างถิ่นแวะเวียนมาชิมในแต่ละวัน บรรยากาศดูคึกคัก ถึงตอนนี้ต้องปล่อยให้ป้าพูนสินแสดงฝีมือ ไปยืนจับเส้นข้าวปุ้นที่แช่ในหม้อน้ำอุ่นแล้วสาวขึ้นมาขยุ้มใส่จานไม่ต้องวางเป็น “จับๆ” เรียงกันแบบที่เห็นทั่วไป เสร็จแล้วยกให้ลูกค้าราดน้ำกะปินัวจากหม้อน้อยบนโต๊ะใส่กันเอาเองตามใจชอบ...ดูแล้วน่าสนุกดี ส่วนใครชอบเค็มเติมน้ำปลา เพราะกะปิจะลดความเค็มเมื่อต้มกับน้ำ ส่วนหวานเติมน้ำตาล เผ็ดซี้ดซ้าดให้เหยาะพริกน้ำส้มสดตำกับกระเทียม ถ้าเผ็ดไม่พอก็โรยพริกแห้งป่นคั่ว หรือจะแนมด้วยพริกขี้หนูสดก็มีให้ บางคนชอบเปรี้ยวป้าพูนสินก็จัดมะนาวไว้ให้ในชุดผักแต่...ขอกระซิบ คนถิ่นนี้ไม่นิยมใช้ผสมเกรงความเปรี้ยวทำลายความหอมกลมกล่อมน้ำกะปิคุณชายฯได้ “ข้าวปุ้น”...ที่ยังอุ่นไอร้อนเล็กน้อย มาจัดแจงตักน้ำกะปิราดแล้วลงมือชิม ถึงรู้...น้ำแกงข้าวปุ้นที่ไร้เนื้อปลาผสม มีเพียงน้ำต้มกับกะปิชั้นดีจากระยอง หอมโชยปนรสชาติหวานน้ำตาล เค็มกะปิแค่ปลายๆไม่อันตรายต่อไต เมื่อเติมเครื่องปรุง...น้ำปลา น้ำตาล พร้อมพริกน้ำส้ม โรยด้วยพริกป่น นั่นแหละ...จะได้รสตามต้องการที่ไม่สะเทือนถึงน้ำตาลในเลือดและไตที่ไม่ชอบความเค็ม ต่อจากนั้นให้เติมผักลวก เช่น กะหล่ำปลี ถั่วงอก ถั่วฝักยาว ผสมลงไป ยกเว้นผักบุ้งป้าไม่ใช้ด้วยลวกแล้วสีไม่น่ากินเมื่อคลุกเข้ากันดีแล้ว คำแรกที่ชิม...คุณเอ๊ย! กะปิที่ว่าเหม็น ไม่เห็นเป็นเหมือนคำลือ กะปิน้ำนัวสูตรนี้ ได้กลิ่นหอมจากกะปิกุ้งผสมเคยเมืองระยองรับรองได้ ส่วนเส้นสดที่อุ่นใสสะอาด สุดแสนที่จะนุ่มยามเคี้ยวบดแต่ละคำ ยิ่งกินคู่กับน้ำแกงชุ่มๆผสมผักลวกก็ยิ่งนัว แถมผักสด อาทิ ใบกระถิน ชะอม กะหล่ำปลี สะระแหน่ ผักชีหอม ผักชีฝรั่ง ผักชีลาว ถั่วงอก ถั่วฝักยาว อีกต่างหาก หรือจะเสริมโปรตีนด้วยไข่ต้ม ไข่ทรงเครื่อง ลูกชิ้นปลา เนื้อและหมู ก็มีให้เหมือนจะเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการอย่างนั้นแหละข้าวปุ้นสดน้ำกะปิ ร้านพูนสิน @ เรณูนคร บ่งบอกถึงวัฒนธรรมการกินแบบบ้านๆ กินง่ายอยู่ง่ายตามวิถีถิ่นผู้ไทย และไม่น่าเชื่อว่าจะกลายมาเป็นธุรกิจร้านอาหารของครัวเรือน แทนงานหัตถกรรมถักทอผ้าที่เคยเลื่องชื่อกับถิ่นนี้มาก่อน นี่กระมัง...ที่มีส่วนทำให้การกำหนดราคาขายค่อนข้างถูก ตามค่าครองชีพชุมชนคือ...ถ้ากินคนเดียวชุดเล็กประกอบด้วยข้าวปุ้นขนาดอิ่ม 1 จาน มีน้ำกะปินัวให้ราดแล้วเติมเพิ่มได้ตามใจชอบ เสริมด้วยผักลวกผักสดทุกอย่างเบ็ดเสร็จคิดแค่ 50 บาท...ถูกกว่าขนมจีนน้ำยาในห้างดังชัวร์ๆแน่ถ้าเป็นชุดใหญ่กินได้ 2-3 คน 100 บาท ต้องการผักเพิ่มเพื่อเติมโปแตสเซียม จ่ายอีก 50 บาท “คุณชาย 3” บอกก่อน...ร้านนี้ยังไม่มีดีลิเวอรีเซอร์วิสส่งตรงถึงบ้าน แต่ใครจะหิ้วไปฝากคนที่กรุงเทพฯหรือที่ไหนๆ “ป้าพูนสิน” ก็ฝากบอกมาว่ายินดีที่จะจัดการให้ผู้ที่ สนใจใคร่ลองโทร.ไปได้ที่ 09-8815-4041หรือ 0-4257-9019“ข้าวปุ้นสดน้ำกะปิ ร้านพูนสิน @ เรณูนคร” เปิดตั้งแต่ 09.00–20.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด...ย้ำอีกที “เยือนเรณูนครแดนสาวงามบ่กินข้าวปุ้นสดน้ำกะปิ คือบ่ฮอด...เด้อ” คุณชาย 3