หลังจากการห้ามใช้ไมโครบีดส์ (microbeads) ซึ่งเป็นพลาสติกที่เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเครื่องสำอาง ยาสีฟัน ครีมกันแดด ไปจนถึงสครับขัดผิว เป็นต้น ลักษณะของไมโครบีดส์จะเป็นพลาสติกขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 0.5 มิลลิเมตร ไมโครบีดส์ในผลิตภัณฑ์หลายชนิดสามารถล้างออกได้ พลาสติกจิ๋วเหล่านี้จะไหลผ่านโรงบำบัดน้ำเสียและไปลงเอยในระบบนิเวศทางทะเล จนสามารถสะสมและก่อเกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล หรือแม้กระทั่งมนุษย์ที่บริโภคสัตว์น้ำที่กลืนกินไมโครบีดส์เข้าไปล่าสุด ทีมวิจัยจากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ได้ประเมินทางเลือก 29 ทางสำหรับไมโครบีดส์เกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การสกัดและการผลิตจนถึงการสิ้นสุดการใช้งานและการกำจัดเช่น แร่ซิลิกา เกลือ หินภูเขาไฟ ผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์อย่าง เปลือกอัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต ไข่มุก ฯลฯ ทีมวิจัยพบว่าซิลิกาซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและอุดมสมบูรณ์ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดโดยรวมที่มีประสิทธิภาพดีกว่าพลาสติกไมโครบีดส์ทุกประเภทอย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์นี้ชี้ว่าเปลือกอัลมอนด์ ที่มักถูกมองว่าเป็นทางเลือกจากธรรมชาติ แต่ก็ต้องการที่ดินและน้ำจำนวนมากในการเติบโต เมื่อปลูกในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ ก็จะแสดงให้เห็นว่านี่เป็นทางเลือกที่ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนกรดซิตริกนั้นต้องการน้ำและที่ดินน้อยกว่า ทว่าการประมวลผลอย่างหนักทำให้ต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการผลิต ทางเลือกที่ดีที่สุดจึงไปตกที่แร่ซิลิกา เพราะไม่มีฤทธิ์ทางเคมี ไม่เป็นพิษ และเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้ง่ายต่อการจัดหาและแปรรูป รวมถึงไม่ก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาว.