เหตุประท้วงจากหลายประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่ต่างมีปมเดียวกันคือ ทนไม่ไหวกับการบริหารของรัฐบาล ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความยุติธรรมที่ไม่เสมอภาคกัน การตกงาน ค่าครองชีพสูง แม้แต่ ชิลี ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ดีที่สุดในอเมริกาใต้ เพราะรายได้ดี อัตราเงินเฟ้อต่ำ ดัชนีคอร์รัปชันก็น้อยกว่าประเทศอื่นๆในอเมริกาใต้ สวัสดิการ เงินบำนาญ สาธารณสุขอะไรก็ดีไปหมดแต่ “น้ำผึ้งเพียงหยดเดียว” มาจากรัฐบาลประกาศขึ้นค่าโดยสารรถไฟใต้ดิน 4% ที่แม้ไม่มาก แต่เป็นการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเหมือนเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ของความอดทนที่เก็บกดของประชาชนด้วยสาเหตุสากลตามที่กล่าวข้างบนส่วนการประท้วงใน อิรัก มาจากความล้มเหลวของรัฐบาล เรื่องปัญหาคอร์รัปชันโกงกินของชนชั้นนำ คนหนุ่มสาวว่างงาน การบริหารสาธารณสุขย่ำแย่ และรัฐบาลที่ยอมให้อิหร่านเข้ามากุมอำนาจ ซึ่งไม่ใช่ตัวแทนของประชาชนอย่างแท้ จริง แม้แต่ อิหร่าน ที่ประท้วงเรื่องขึ้นราคาน้ำมัน เอกวาดอร์ ก็เหลือทนกับเรื่องนี้ด้วย เลบานอน “ไม่ยอม ไม่ทน” เรื่องเก็บค่าธรรมเนียมใช้มือถือ ซูดาน รับไม่ได้กับข้าวยากหมากแพง อินเดีย ไม่น้อยหน้า เพราะกฎหมายสัญชาติฉบับใหม่ ซึ่งชาวมุสลิมมองว่าพวกเขากลายเป็นคนไร้ค่าและที่ ฮ่องกง มิไยต้องพูดถึงจากจุดเริ่มต้นของการเสนอกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน นั่นเพราะความคืบคลานเข้าไปกุมอำนาจของรัฐบาลจีน รวมถึงทุกอย่างเลยเป็น “ระเบิด” ที่ได้เวลาทวงคืนสำหรับประเทศไทยที่กำลังคุกรุ่นจากการชุมนุมของกลุ่มนิสิต นักศึกษา และนักเรียนทั่วประเทศ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) ก็แนะนำวิธีการก่อม็อบอย่างสบายใจ และรับมือต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เช็กข้อมูลรายละเอียดการชุมนุมให้เรียบร้อยก่อนเดินทางว่า เกี่ยวกับประเด็นอะไร ใครเป็นผู้จัด เวลาและสถานที่ รวมถึงรูปแบบกิจกรรม เพราะบางครั้งผู้จัดก็ต้องการให้คุณเตรียมป้าย พร้อมข้อความเกร๋ๆไปชูในงานด้วยกันเช็กเส้นทางและเผื่อเวลาไว้สำหรับการเดินทางเสมอ ด้วยหลายๆครั้งอยู่ในพื้นที่เชิงสัญลักษณ์หรือย่านใจกลางเมือง ซึ่งมีการจราจรหนาแน่น หรืออาจถูกเจ้าหน้าที่รัฐพยายามปิดเส้นทางการเดินทาง อย่าลืมบอกคนใกล้ชิดของคุณเรื่องการเข้าร่วมชุมนุมด้วยแต่งกายให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ อย่าลืมพกยาประจำตัว เช่น หากการชุมนุมที่ต้องวิ่ง ใส่รองเท้าที่สะดวกสบาย อย่าพกสิ่งของมีค่า อย่าลืมเช็กเรื่องความปลอดภัยของโทรศัพท์มือถือ ก่อนออกจากบ้าน ลบข้อมูลสุ่มเสี่ยง หรือละเอียดอ่อน ชาร์จแบตให้เรียบร้อย ตั้งล็อกหน้าจอและตั้งค่าปิดการโชว์ข้อความแจ้งเตือน ด้วยรหัส PIN แทนการสแกนนิ้วมือ/ใบหน้า เพื่อป้องกันกรณีเจ้า-หน้าที่บังคับ ในการชุมนุมอาจถูกตัดสัญญาณหรือไม่มีสัญญาณ มือถือ เพราะมีผู้ใช้งานมาก ดังนั้นอาจลองศึกษาการใช้ แอปพลิเคชันที่สามารถสื่อสารแบบไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต เช่น Bridgelyพกเบอร์ติดต่อทนายความ หรือญาติ เผื่อฉุกเฉิน รวมถึงเพื่อนสนิท หากคุณถูกเจ้าหน้าที่คุมตัว หรือได้รับบาดเจ็บ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที อย่าลืมว่า เราถูกจับกุมก็มีสิทธิติดต่อทนายหรือญาติได้ช่วยกันสอดส่องและป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุม ดูแลรักษาความปลอดภัย แต่ในระหว่างการชุมนุมอาจมีความพยายามสร้างสถานการณ์ ทุกคนจึงต้องยืนยันว่าการชุมนุมโดยสงบและสันติวิธีปราศจากอาวุธ หากคุณถูกคุกคามหรือละเมิดสิทธิ ขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือทางกฎหมายที่ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ทั้งทางเฟซบุ๊ก หรืออีเมล tlhr@tlhr2014.com โทร.09- 2271-3172, 09-6789-3173 เรียนรู้กฎหมายและสิทธิของคุณก่อนออกจากบ้าน ด้วยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44 ระบุว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ” และอย่าลืมว่า “คุณมีสิทธิ” หากเจ้าหน้าที่ต้องการค้นตัว จับกุมหรือยึดอุปกรณ์ให้สอบถามข้อมูล ขอดูบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ว่าชื่ออะไร สังกัดอะไร แจ้งข้อหาอะไร จะพาไปที่ไหน แล้วรีบแจ้งญาติและทนายให้ทราบโดยด่วน หากตำรวจต้องการคัดลอกข้อมูล ส่งข้อมูล ล็อกอินเข้าระบบ ขอรหัสผ่าน ยึดอุปกรณ์ ต้องมีหมายศาลเท่านั้น และเมื่อคุณถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจ ไม่ควรให้การใดๆ หากไม่มีทนาย ทั้งอย่าลืมอ่านเอกสารให้ละเอียดก่อนลงชื่อทุกครั้ง ...จะได้รู้เท่าทัน ชุมนุมอย่างมีปัญญา.@เจ๊หม่า