เมื่อโลกเปลี่ยนไป บางสิ่งบางอย่างที่เคยประสบความสำเร็จหรือเป็นบทท่องจำกันมาแต่ครั้งอดีต อาจกลายเป็นสิ่งล้าหลังในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สื่อ” ที่โลกทุกวันนี้ หันเข้าหาความเป็นออนไลน์มากขึ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถาน เปิดตัวสื่อออนไลน์เพื่อสร้างสังคมแห่งปัญญา ผ่านเว็บไซต์ walkofwisdom.co แพลตฟอร์มสำหรับผู้แสวงหาปัญญาและความสุข ผ่าน 4 สัมผัส ในรูปแบบ podcast รวมทั้งเปิดตัวโครงการ 1+1 ไม่เท่ากับ 2แม่ชีศันสนีย์ บอกว่า 1+1 ไม่เท่ากับ 2 เป็นเรื่องมหาศาลมาก มันเริ่มต้นจากถ้าเราพบกับใคร 1 คน และเราให้ได้มากกว่าที่เคยให้ได้ ไม่ใช่แค่เราสองคนมาเจอกัน แต่การให้ที่มีสติปัญญาที่จะเอาพลังงานดีๆของคนแต่ละคนที่เราพบไปรับใช้โลก มันมหาศาลมาก ยิ่งโลกในปัจจุบัน เราทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานแบบบวกกัน ให้สิ่งที่เรามีความไม่เหมือนกัน แต่เชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน สามารถที่จะทำงานแบบสามัคคีกันได้ เอาความเด่นแต่ละอย่างมา ไม่อิจฉากัน ทำให้เกิดความรอบรู้ในการที่จะไปให้เข้าถึงหัวใจของคน“เป็นเรื่องท้าทายที่เราจะเอาธรรมะเข้าไปสู่หัวใจของคน ในรูปแบบที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ แต่เป็นสิ่งที่เอาหัวใจเข้าไป เอาหัวใจไปสั่งสมอง เพื่อให้สมองไปคิด ที่จะทำให้คนเข้าถึงความเป็นอิสระอย่างแท้จริงได้” แม่ชีศันสนีย์บอก ในขณะที่โลกหลายส่วนกำลังถูก Disrupt สิ่งที่เราพูดถึงกันบ่อยๆเรื่องของจิตวิญญาณ หรือ Spiritual จะมีส่วนช่วยปกป้องโลกจากการถูก Disrupt ได้อย่างไร แม่ชีศันสนีย์ บอกว่า ถ้าเรามองว่า Disrupt เป็นโอกาส ตรงนั้นเป็นโอกาสอย่างมาก การที่เราได้รับใช้คนอย่างไม่เลือกปฏิบัติ ไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณ เป็นโอกาสที่ต้องขอบคุณโลก เพราะโอกาสที่เราจะได้เข้าไปนั่งในหัวใจของใครสักคน หรือหลายๆคน ที่เขาเห็นว่าเราเป็นเพื่อนในขณะที่เขาทุกข์ เราจึงเป็นผู้รับใช้ด้วยหัวใจที่เข้าไปช่วยสะกิดให้เขาคิดเป็น ให้เขาตั้งหลักด้วยตัวของเขาเองได้ เรียกว่า เป็นเพื่อนร่วมทุกข์อย่างแท้จริงเมื่อถามว่า Disruption เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ทำไมธรรมะของพระพุทธองค์จึงไม่ถูก Disrupt แม่ชีศันสนีย์ บอกว่า เพราะธรรมะของพระพุทธองค์เป็นเรื่องจริง เป็นของจริง พิสูจน์ได้จริง ถ้าเรารู้จริง เราก็จะรู้แจ้ง และเมื่อใดที่เราไปถึงความรู้แจ้งแล้ว จะรู้เลยว่า มันหมดสงสัย เมื่อหมดสงสัย ก็เป็นอิสรภาพ มันพ้น คือ พ้นทุกข์ “การสื่อสารในโลกนี้มีอิสรภาพมากในการที่จะเข้าถึงธรรมะไม่มี Gen ไม่มีแพลตฟอร์ม ถ้าถามว่าคนรุ่นใหม่เค้าอยู่กับอะไร เราก็ไม่ปฏิเสธสื่อนั้น แต่ขณะเดียวกันมีอีกสิ่งหนึ่ง คือ การพัฒนาจิตของเรา ในการที่จะส่งจิตของเราออกไปแบบไม่มีแพลตฟอร์มในโลกนี้ สามารถทำได้ทุกคน โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือข้างนอก แต่อาศัยการฝึกฝนจากข้างใน ขัดเกลาจากข้างใน จนเป็นกิจวัตร เป็นวิถีชีวิต เป็นกระแส ซึ่งการเริ่มต้นเอาธรรมะเข้าไปสู่ผู้คนโดยไม่ยึดติดกับแพลตฟอร์มแบบนี้ จะนำไปสู่การฉุดช่วย ที่ทำให้คนช่วยตัวเองได้และให้คนอื่นเป็น” ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถานบอกขณะที่ มนทิรา จูฑะพุทธิ ผอ.ฝ่ายพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในฐานะผู้บริหารและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ walkofwisdom.co กล่าวถึงคอนเซปต์ของเว็บไซต์ ว่า เริ่มต้นจากการเสียดายคอนเทนต์ดีๆที่คนสามารถเข้ามาแสวงหาเรื่องราวดีๆที่เรานำเสนอเนื้อหาแล้วเขาได้อ่าน ได้ฟัง แล้วเขาได้คิด เพื่อให้เกิดปัญญา เกิดความสุข ในท่ามกลางกระแสของคอนเทนต์ในโลกออนไลน์ที่ถาโถมเข้ามาหาเราอย่างไม่หยุดยั้ง“ก่อนอื่นต้องบอกว่า เว็บไซต์และแพลตฟอร์มที่ทำครั้งนี้ เราออกแบบแพลตฟอร์ม เป็นโมบาย เฟิร์สตเพื่อผู้ใช้สมาร์ทโฟนเป็นหลัก เราเปิดเว็บไซต์ เมื่อ 24 พ.ย. 2562 จนถึงวันที่ 9 ธ.ค.2562 มีผู้เข้ามาดูเว็บไซต์ของเรา 1,500 คน ในจำนวนนี้ 500 คนเป็นคนใหม่ คือ ไม่ซ้ำเลย และ 81% access จากมือถือ เราจึงมองว่าเป็นการเดินมาถูกทางแล้ว” มนทิราบอก เมื่อถามว่า มีคนบอกว่า คอนเทนต์ดีๆ ไม่มีคนดู มนทิรา บอกว่า คอนเทนต์ดีๆมีคนดูแต่น้อย อันนี้ต้องยอมรับ ว่าเราไม่สามารถ ไม่ยอมรับสิ่งที่คนไทยเสพได้ 80% ของคนเสพชอบคอนเทนต์เป็นเอนเตอร์เทนเมนต์“เรายอมรับมั้ยว่า เรื่องใหญ่ๆเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆเสมอ ถ้าเราเชื่อเรื่องแบบนี้ เราไม่ได้ไปหวังว่าเปลี่ยนแปลงโลก แต่เราเริ่มทำในสิ่งที่เราเชื่อ และดูไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ถ้าเรานำเสนออะไรสักอย่างและทำให้คนได้คิด หรือคิดได้ นั่นเรียกว่า “สื่อ...เป็นปาฏิหาริย์” แล้ว”มนทิรา ทิ้งท้ายว่า โครงการ 1+1 ไม่เท่ากับ 2 คิดง่ายๆว่าถ้าเราชวนคนมาเป็นคนให้ แล้วเราเห็นคนเป็นคนให้แล้วมีความสุข เราก็อยากเป็นคนให้ ไม่คิดหรือว่า เขาจะช่วยส่งต่อความสุขแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆส่วนที่ว่า สังคมไทยทุกวันนี้ มีแต่ดราม่า ถ้าไม่ใช่ดราม่าขายไม่ได้ ผอ.ฝ่ายพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน บอกว่า สื่อมีส่วนสำคัญมาก คนอ่านก็บอกว่า ก็เพราะสื่อผลิตแต่เรื่องดราม่า มีแต่เรื่องดราม่าจะให้เสพอะไร สื่อก็บอกว่า ก็คนดู คนอ่าน ชอบเรื่องแบบนี้ก็ต้องผลิตเพื่อตอบสนอง ก็พูดกันไปอยู่แบบนี้ เพราะฉะนั้น งานของเราคือทำเรื่องที่แตกต่างเพื่อให้คนได้เสพเรื่องดีๆผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการ 1+1 ไม่เท่ากับ 2 ได้ในเว็บไซต์ walkofwisdom.co และติดตามเนื้อหาที่เรียกว่า premium content ได้ในทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง facebook, youtube, sound cloud และ line.