ไปภูเก็ตคราวนี้ แทบไม่ได้เห็นทะเล นอกจากสองข้างทาง เพราะคุณกิตติกร คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ภูเก็ตแฟนตาซี และ บจก.คาร์นิวัลเมจิก ที่ชวนไปคราวนี้ บอกว่า มีความพิเศษมากกว่าทะเล นั่นก็คือการชวนไปดูคาร์นิวัลเมจิก ธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทย ที่เขาคุยว่า เป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเอเชียและมีเพียงแห่งเดียวในโลกเท่านั้นเหมือนกำลังจะย้อนเวลากลับไปหาอดีตในวัยเด็ก ที่อยากท่องโลกแฟนตาซี แว่บแรก...บอกเลยว่า ตื่นเต้นไม่น้อย เพราะอายุล่วงเลยมาขนาดนี้ จะให้ไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกแบบธีมปาร์ค มันก็ดูกระไรอยู่ แต่ก็เอาเถอะบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงนี่แล้ว...ไม่ลองก็ไม่รู้ สารภาพตรงๆว่า ถึงแม้ภูเก็ตแฟนตาซีจะเปิดมานานถึง 20 ปี แต่นี่...เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาสัมผัสโลกแฟนตาซีของที่นี่ ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ตื่นตา ตื่นใจ โดยเฉพาะความอลังการของทั้งแสง สี เสียง โดยเฉพาะไลท์ติ้ง ที่ไม่แพ้ต่างประเทศเลยทีเดียวเปิดม่านความมหัศจรรย์โซนแรก กันที่ คาร์นิวัลฟันแฟร์ (Carnival Fun Fair) ถือเป็นโซนเรียกน้ำย่อย ที่พอหลุดเข้าไปในโลกเมจิกแล้ว ก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับถนนช็อปปิ้ง ซึ่งนอกจากจะรวมเอาสินค้าคุณภาพนานาชนิดจากทุกภูมิภาคทั่วไทยมารวมไว้ในร้านค้ามากมายที่ออกแบบตกแต่งอย่างงดงามตระการตาสีสันสดใสสไตล์คาร์นิวัลแล้วยังมีเครื่องเล่น ทั้ง ถ้วยชาหมุน ชิงช้าสวรรค์ขับรถแข่ง นั่งรถไฟ และ ม้าหมุน ให้เด็กๆได้สนุกสนานเพลิดเพลินระหว่างที่รอพ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา ขาช็อปด้วยส่วนโซนที่ 2 อันนี้บอกเลยว่า อลังการงานสร้าง ด้วย ภัตตาคารเบิร์ดออฟพาราไดซ์ (Bird of Paradise) ร้านอาหารสไตล์บุฟเฟต์ 3,000 ที่นั่ง ที่สร้างบรรยากาศเหมือนการรับประทานอาหารในสวนแห่งสวรรค์ มีรูปปั้นนกยูงรายล้อม มีเมนูอาหารมากกว่า 100 เมนู ทั้งแบบตะวันตกและตะวันออก อาหารอินเดีย อาหารมังสวิรัติ และอาหารฮาลาล แถมด้านในยังมีภัตตาคารหรู 3 ชั้นอีกแห่ง ชื่อว่า “River of Bliss Luxury Restaurant” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทศกาลลอยกระทง ให้บริการอาหารแบบเซตเมนูที่ลูกค้าเลือกเองได้ ไฮไลต์ของภัตตาคารแห่งนี้อยู่ตรงทางเข้าของร้านเลย เป็นจุดที่เรียกว่า น้ำตกแห่งความสุข หรือ Happiness Falls ก่อนที่จะเดินผ่านไปขึ้น Barge of Happiness หรือเรือแห่งความสุขสำราญ ซึ่งจะลอยขึ้นเหนือจากพื้นประมาณ 7 เมตร เพื่อเข้าสู่บริเวณภายในภัตตาคารเรียกว่าไม่ธรรมดาเลยล่ะ...อิ่มอร่อยกันแล้ว ก็เข้าสู่โซนที่ 3 เป็นโซนแห่งความบันเทิง ด้วยโรงละครริเวอร์ พาเลซ (River Palace) โรงละครที่มีขนาดพื้นที่มากกว่า 16,000 ตร.ม. หรือประมาณ 10 ไร่ เรียกว่าเป็นโรงละครที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็น 1 ในโรงละครที่ใหญ่ที่สุดในโลก เฉพาะอาคาร มีความยาวถึง 200 เมตร รองรับผู้ชมได้มากถึง 2,000 ที่นั่ง ขณะที่เวทีการแสดงมีความกว้างถึง 70 เมตร สูง 22 เมตรการแสดงในโรงละครนี้ เป็นการแสดงพาเหรดอินดอร์ ในชื่อ ริเวอร์คาร์นิวัล (River Carnival) ที่ผสมผสานศิลปะไทยกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกัน ไฮไลต์อยู่ที่ขบวนรถพาเหรดที่ยาวที่สุดในโลกถึง 70 เมตร หรือเทียบเท่ากับเครื่องบินจัมโบ้ A380 นอกจากนี้ ยังมีฉากเรือในขบวนแห่และขบวนพาเหรดลอยฟ้าขนาดมหึมาที่ไม่มีใครสร้างมาก่อน ที่งานนี้ เจ้าของภูเก็ตแฟนตาซีคุยว่า เป็นความยิ่งใหญ่ทำลายสถิติโลกเลยทีเดียวแถมในช่วงของการแสดง ยังติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่ ใช้แสง สี เสียงและเอฟเฟกต์พิเศษที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน...ส่วนโซนสุดท้าย ซึ่งเป็นโซนที่ 4 ชื่อว่า คิงดอมออฟไลทส์ (Kingdom of Lights) เนรมิตพื้นที่เป็นเมืองที่มีไฟประดับประดาสวยงามมากกว่า 40 ล้านดวงงานนี้เหมือนเดินอยู่ในโลกแฟนตาซีจริงๆ ทั้งตื่นตา ตื่นใจ ตื่นเต้น ไปกับแสงไฟที่สวยงามเหนือจินตนาการ ไฮไลต์ของโซนนี้ คือ “River of Lights” ที่มีการนำดวงไฟหลายล้านดวง มาประดับบนโครงเหล็กดัด ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ล้อมรอบทะเลสาบ แบบพาโนรามารอบทิศทาง ว่ากันว่า ความยาวของดวงไฟที่พันไปพันมา ถ้านำมาวางตรงๆอาจจะยาวมากกว่า 50 กิโลเมตรหลุดออกมาจากโลกแฟนตาซีก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย กลับสู่โหมดชีวิตจริง ที่มีเพียงแสงไฟบนเพดาน แบบวอร์มไวท์ให้ความอบอุ่น แต่ความตื่นเต้นในโลกแฟนตาซียังคงมีอยู่ งานนี้...เจ้าของภูเก็ตแฟนตาซีบอกว่าทุ่มทุนไปกว่า 5,000 ล้านบาท แต่ก็หวังว่าจะมีรายได้กลับมาปีละ 1,500 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมความยิ่งใหญ่อลังการปีละ 1-2 ล้านคนงานนี้เขาเน้นต่างชาติ 70% คนไทย 30% ก็ถือว่ายังโชคดีที่คนไทยจะได้มีโอกาสสัมผัสความยิ่งใหญ่อลังการที่ลงทุนไปครึ่งหมื่นล้าน...แบบที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงต่างประเทศ...!!