ความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง เป็นสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติ ที่มีอยู่ในทุกชาติทุกภาษา รูปร่างหน้าตาอาจจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ความนิยมของแต่ละชาติแต่ละศาสนา แต่แก่นแท้เดียวกันของเครื่องรางของขลังคือ สิ่งใดก็ตามที่นับถือกันว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์สามารถป้องกันอันตรายได้ คนละเรื่องกับการทำคุณไสยมนตร์ดำ ซึ่งเป็นอวิชชาที่จ้องก่อกรรมทำเข็ญเบียดเบียนผู้อื่นต้นกำเนิดของอารยธรรมเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง “อียิปต์” ยกย่องแมลงปีกแข็งคล้ายด้วง “Scarab” เป็นแมลงศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบร่ำโบราณ โดยมีการนำ “สการับ” มาสลักเป็นเครื่องรางหลากหลายชนิด ชาวไอยคุปต์เชื่อว่า “ด้วงสการับ” คือสุริยเทพ มีความเชื่อมโยงกับเทพเจ้าแห่งรุ่งอรุณ “เคปริ” รับภารกิจสำคัญในการดันดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ขอบฟ้าทุกเช้า จะเห็นว่าในคัมภีร์หลังความตายของชาวอียิปต์โบราณมักมีภาพ “ด้วงสการับ” ปรากฏเสมอ ขณะเดียวกัน ยังมีการผูกโยง “สการับ” เข้ากับตำนานการฟื้นคืนชีพ, การเกิดใหม่และความเป็นอมตะ เนื่องจากเจ้าด้วงศักดิ์สิทธิ์จะวางไข่ในมูลกลมๆของมันเอง และฟักตัวออกมาจากมูลกลมๆเหล่านั้น กลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฏจักรการเวียนว่ายตายเกิดชาวไอยคุปต์ยังนิยมนำ “สการับ” มาสลักเป็นเครื่องรางของขลังพกติดตัว และที่อะเมซิ่งเหลือเชื่อคือ การใช้ด้วงแกะสลักวางแทนหัวใจของ “มัมมี่” เพื่อรอการฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ตามคติเรื่องชีวิตหลังความตายของอารยธรรมอียิปต์โบราณเชื่อว่า หลังจากมนุษย์ตายไปแล้ว ดวงวิญญาณจะกลับมาเกิดใหม่ในร่างเดิม จึงต้องมีการทำมัมมี่เพื่อเก็บร่างเอาไว้รอรับการจุติใหม่ กระนั้นในยุคอาณาจักรเก่าฝังหัวว่ามีเพียงกษัตริย์ฟาโรห์เท่านั้นที่กลับมาคืนร่างเดิมได้หลังวิญญาณหลุดลอยไป กระทั่งในสมัยต่อมา การทำมัมมี่จึงค่อยๆแพร่หลายมาสู่ขุนนางและสามัญชน แม้แต่สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าก็ถูกจับมาดองศพทำมัมมี่อย่างคึกคัก ค้นประวัติ “เครื่องรางเก่าแก่ที่สุดในโลก” พบว่า มีรูปร่างหน้าตา คล้ายกังหัน ซึ่งก็คือเครื่องหมาย “สวัสติกะ” ที่เห็นกันเจนตา สันนิษฐานว่ามีการใช้กันมาตั้งแต่สมัยยุคหิน โดยหลักฐานปรากฏชัดว่ามนุษย์ยุคหินได้สลักลายสวัสติกะไว้ที่อาวุธหิน กระนั้น สัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์อันเป็นมงคลของชาวฮินดู, พุทธ นิกายมหายาน และเชน ต้องมาแปดเปื้อนเพราะน้ำมือของผู้นำเผด็จการ “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ที่นำ “สวัสติกะ” ไปใช้เป็นสัญลักษณ์ของนาซีเยอรมันในยุคสงคราม โลกครั้งที่สอง จนชาวโลกชิงชังว่าเป็นของต้องห้ามไปแล้ว เพราะเห็นทีไรก็นึกถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อันโหดเหี้ยม ตามความเชื่อที่แพร่หลายในอินเดีย, จีน, ญี่ปุ่น และทิเบต เนื้อแท้ของ “สวัสติกะ” คือสัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์อันเป็นมงคลสูงสุด, ความดีงาม และความอุดมสมบูรณ์ โดยคำว่า “สวัสติกะ” มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึงความสวัสดี, มีโชค, มีกำลัง และความสำเร็จ ตามประตูเข้าวัดญี่ปุ่นจะมีเครื่องหมาย “สวัสติกะ” อยู่ด้วยเสมอ ขณะที่ในภาพเขียนพระพิฆเนศของอินเดีย มักปรากฏเครื่องหมายมงคลดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญ แม้แต่ “พระยูไล” สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของชาวจีน ก็มีเครื่องหมาย “สวัสติกะ” อยู่ที่พระอุระ ถ้าสังเกตให้ดีการเขียน “สวัสติกะ” มีสองแบบคือ แบบทักษิณาวัฏ เขียนเวียนขวา และแบบอุตราวัฏ เขียนเวียนซ้าย ในทิเบตใช้ทั้งสองแบบผสมกัน ส่วนพวกนาซีเยอรมันใช้แบบเวียนขวา และจะเอียงทำมุม 45 องศากับแนวระนาบ คนไทยนิยมเครื่องรางของขลังตั้งแต่เมื่อไหร่ เท่าที่มีหลักฐานแน่ชัดก็ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดารและวรรณคดีต่างๆ เมื่อบ้านเมืองเกิดศึกสงคราม อาจารย์ผู้มีวิทยาอาคมมักจะทำเครื่องรางของขลังแจกทหาร ดังปรากฏในเรื่องขุนช้างขุนแผน มีทั้งของที่มนุษย์ทำขึ้น และของที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตั้งแต่ ตะกรุด, พระภควัม, ผ้ายันต์ และคต ไปจนถึงเครื่องรางของขลังที่ฝังไว้ในกายอย่าง “เหล็กไหล” และยังมีการสักคาถาอาคมไว้ที่ผิวหนัง เพื่อความอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า เครื่องรางยอดนิยมในสมัยก่อนต้องยกให้ “ตะกรุด” มาแรงอันดับหนึ่ง ส่วนใหญ่ทำจากแผ่นโลหะ มีทั้งทองแดง, ทองคำ, นาก และเงิน เมื่อลงยันต์ทำพิธีปลุกเสกแล้วก็ม้วนให้กลม ใช้เชือกร้อยคาดเอวบ้าง นำมาร้อยสายสร้อยคล้องคอบ้าง แม้ยุคใหม่คนจะหันมานิยมห้อยพระเครื่องมากกว่า แต่เมื่อเร็วๆนี้กระแสความนิยมของ “ตะกรุดวัดดัง” ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยแพร่ระบาดในหมู่ดาราคนดัง และวัยรุ่น เพราะโดนใจกับรูปลักษณ์ใหม่อินแฟชั่นของตะกรุดร่วมสมัย สำหรับคนค้าขายทำธุรกิจ “นางกวัก” ถือเป็นของขลังยอดฮิตตลอดกาลครองใจชน เพราะให้คุณด้านเมตตามหานิยม ถือเป็นเทพีแห่งโชคลาภ ที่ช่วยกวักเงินกวักทองให้ผู้บูชา นอกจากจะตั้งไว้หน้าร้านเพื่อเรียกทรัพย์ดึงดูดลูกค้า บางคนยังเลี่ยมนางกวักแขวนติดคอ แปลกแต่จริงที่ญี่ปุ่นก็มีนางกวักเหมือนไทยเราเป๊ะ แต่มาในรูปของ “แมวกวัก” ชื่อว่า “มาเนกิ-เนโกะ” คนญี่ปุ่นเชื่อว่าจะกวักโชคลาภให้เจ้าของ และดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน บางร้านวางคู่กันทั้งนางกวักและแมวกวัก หวังเบิ้ลพลังคูณสองจะได้ค้าขายเฮงๆ.อาคีรา