เมืองแพร่เขาไม่แห่ระเบิดกันแล้วนะจะบอกให้...ล่าสุด...มีโอกาสร่วมทริปกับ ททท.สำนักงานแพร่ เดินทางไปร่วมงานสำคัญของจังหวัด นั่นก็คือ “งานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุง-หลวงประจำปี 2562” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีปีนี้นอกจากริ้วขบวนแห่ยิ่งใหญ่อลังการแล้ว ยังมีกิจกรรมสำคัญนั่นก็คือ มหกรรมการแข่งขันตีกลองปู่จา พญาขาล ซึ่งเป็นกลองโบราณ ใช้ในกิจกรรมทางพุทธศาสนามาตั้งแต่ครั้งอาณาจักรล้านนา เป็นการตีกลอง เพื่อส่งสัญญาณบอกข่าวป่าวประกาศในชุมชนในวันโกน เพื่อเตือนให้ทราบว่าวันรุ่งขึ้นจะเป็นวันพระหรือมีพิธีการสำคัญ หลังเสร็จงานพระธาตุช่อแฮก็ได้เวลาตะลุยเมืองแพร่ตามประสาวัยรุ่น... ก่อนอื่นต้องบอกว่า...แพร่วันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมมากจากเมืองผ่านกลายเป็นเมืองพัก...จากเมืองเงียบๆกลายเป็น เมืองอาร์ตแบบชิกๆ ร้านกาแฟ ร้านขนม ไปจนถึงโฮมสเตย์น่ารักๆมีอยู่เต็มเมือง เป็นที่มาของเส้นทาง Local Food Fusion สุดยอดเมนูขนมเส้น กับร้านกาแฟน่ารักน่านั่ง...ที่ ททท.สำนักงานแพร่ นำเสนอเรียกน้ำย่อยกันก่อนที่ร้านชื่อเก๋ไก๋ Hom 2493 ร้านอาหารเล็กๆริมกำแพงเก่า ที่ดัดแปลงจากบ้านไม้สองชั้น สไตล์ล้านนาผสมผสาน อาหารของร้านเน้นอาหารท้องถิ่น มีเมนูขนมจีนน้ำใส ขนมจีนน้ำพริกน้ำย้อย ผัดหมี่โบราณ ส้มตำรสเด็ดที่ใช้ชื่อเมนูว่า ส้มตำฮอม และเครื่องดื่มของร้านที่เน้นเป็นน้ำสมุนไพร มีทั้งน้ำมะตูมบ๊วย น้ำกระเจี๊ยบพุทราจีน นํ้าตะไคร้ใบเตย น้ำลำไยน้ำผึ้ง...จิบแล้วชื่นใจ๋ๆๆ ปิดมื้ออาหารกลางวันก็ต้องตบท้ายด้วยกาแฟและขนมหวาน งานนี้...สาวมินท์ พีอาร์ลูกหนึ่ง ททท.แพร่ นำเสนอ ร้านเฌอบาร์ Coffee and Bakery ซึ่งดัดแปลงจากบ้านไม้เก่าให้กลายเป็นร้านกาแฟชิกๆนั่งจิบกาแฟแบบชิลๆ...สบายๆ อิ่มอร่อยทั้งอาหารคาวหวานแล้ว ก็ได้เวลา ไปงานบุญกันละ...แม้แต่งานบุญก็ยังมีความเก๋...เพราะบุญคราวนี้ เป็นการ ห่อผ้าพระคัมภีร์ เป็นการทำบุญ ที่เชื่อว่าได้กุศลอันยิ่งใหญ่เพราะได้สืบทอดพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะถ้าได้มาห่อคัมภีร์ที่วัดสูงเม่น...ก็จะยิ่งเป็นบุญมาก เพราะวัดนี้ถือว่า เป็นวัดที่มีคัมภีร์ใบลานภาษาล้านนา ที่สมบูรณ์มากที่สุดในประเทศไทย เก็บไว้ในหอพระคัมภีร์มากกว่า 2,000 ฉบับ โดยองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก และนอกจากห่อคัมภีร์แล้ว พวกเรายังได้ทำพิธี เวียนธัมม์ เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิตด้วย ทำบุญเสร็จก็ไปกินกันต่อ...ร้านนี้บอกเลยว่า คนรักมะม่วงไม่ควรพลาด เพราะเป็นร้านขายมะม่วงที่กิ๊บเก๋ เมนูของร้านมีทั้งข้าวเหนียวมะม่วงซึ่งข้าวเหนียวมีหลายสีให้เลือก หรือจะจิบน้ำมะม่วงปั่นสดเย็นๆคลายร้อน ก็ได้อารมณ์สุนทรีย์ไปอีกแบบ ร้านนี้ชื่อ Be Leaf อยู่แถวตลาดประตูชัย ถามคนเมืองแพร่ส่วนใหญ่ก็จะรู้จักเพราะเปิดมานาน มะม่วงที่ร้านคัดทุกลูกส่งตรงจากแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา ...ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องมะม่วงอยู่แล้วก่อนเข้าที่พัก ททท.แพร่ อัดงานให้อีกที่ กับ พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ พิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคลของคุณวัฒนา เหลืองอุทัยศิลป์ ที่ชอบสะสมของเก่า ทั้งเฟอร์นิเจอร์ไม้สักขนาดใหญ่ หีบไม้จันทน์หอม ดาบเหล็กสมัยสงครามที่เก็บได้จากแม่น้ำยม แต่ที่ทุกคนต้องไปกราบ ไหว้ขอพรเห็นจะเป็นประติมากรรมพระรูปเสด็จพระองค์ดำ หรือสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในท่านั่ง หลั่งทักษิโณทก ประกาศอิสรภาพ จากหงสาวดี...ที่หลายคนบอกว่ามาขอพรจากท่านแล้วก็มักสำเร็จคืนนี้นอนกันที่ โรงแรมมัดคำ...โรงแรมธรรมดาที่เล่นคำพ้องเสียงภาษา จะอ่านเป็นภาษาพื้นเมืองว่า มัดคำก็ได้ แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็เป็น Must Come แปลว่าต้องมาให้ได้...สนนราคาค่าที่พักต่อคืนแค่ 890 บาท กับโรงแรมที่นอนสบายขนาดนี้...ถือว่าโอเคเลย วันที่สองของการทัวร์เมืองแพร่ วันนี้เราออกนอกเมืองไปเที่ยวกันที่ วนอุทยานแห่งชาติแพะ เมืองผี ที่เกิดจากสภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นดินและหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติ เป็นรูปร่างลักษณะต่างๆดูแล้วแปลกตา ชื่อแพะเมืองผีน่าจะมาจากภาษาพื้นเมือง แพะ แปลว่า ป่าละเมาะ ส่วนคำว่า เมืองผี แปลว่า เงียบเหงา วังเวง อาจเกิดจากสภาพภูมิประเทศที่ดูเร้นลับน่ากลัว ไม่ใช่มีผีจริงๆอย่างที่หลายคนเข้าใจสายๆ หน่อยแวะไปทำ DIY กันที่ บ้านมัดใจ homemade & cafe ที่มีกิจกรรมให้ทำทั้งทำลายผ้ามัดย้อม หรือจะทดลองออกแบบ และวาดลวดลายบนแก้วเซรามิก ในร้านนอกจากเปิดเป็นร้านกาแฟแล้ว ยังมีสินค้าพื้นเมือง hand made ทั้งงานผ้ามัดย้อมและงานเซรามิกให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วยได้ ตกบ่ายเดินช็อปปิ้งที่บ้านทุ่งโฮ้ง ที่มีเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมคราม ม่อฮ่อม รวมถึงเสื้อผ้าอินดิโกร่วมสมัยให้เลือกซื้อในราคาไม่แพง...เป็นแหล่ง ที่ต้องบอกว่า ช็อปก็เพลิน เดินก็สบาย...แถวนั้นมีน้ำเต้าหู้และน้ำสุขภาพ เช่น น้ำฟักทอง น้ำถั่วแดง ให้ชิมด้วยเย็นๆแวะกลับเข้าเมือง ดูไอเดียเก๋ๆ เพนต์ขนมปังขิงที่ร้านจิงเจอร์ เบรด ที่ข้างบนเปิดเป็น โรงแรมเก๋ไก๋ ข้างล่างมีกาแฟให้จิบ...ก่อนจะเดินเล่นแบบชิลๆสบายๆกลับโรงแรม ใครที่อยากหนีความวุ่นวายในเมืองหลวงมาสัมผัสกับชีวิตช้าๆแนะนำเลยว่า...เมืองแพร่นี่ละ... Slow life ของแท้...อะไรๆก็ดูลงตัวไปเสียหมด เหมือนที่คนแพร่...พูดกันเล่นๆว่า ที่นี่มันช่าง...เปิง-เปน-แป้...แท้ๆน้อ...!!!