ร่วมส่งเสริมหัตถกรรมทอมือของไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น บมจ.เอ็ม บี เค ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน “SET Social Impact Fair 2018 : ผ้าเปลี่ยนโลก” นำผลงานจาก 16 กลุ่มหัตถกรรมทอมือไทยสมัยใหม่ มาโชว์ให้เหล่านักช็อปไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัส พร้อมพูดคุยกับเหล่านักธุรกิจเพื่อสังคม ส่งต่อความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด ณ ลาน Center Zone ชั้น G ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เมื่อเร็วๆนี้ ศิรฐา สุขสว่าง (ที่ 2 จากซ้าย) ร่วมช็อปสินค้าจากกลุ่มธุรกิจ เพื่อสังคม.ศิรฐา สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาดเอ็ม บี เค เผยถึงงาน SET Social Impact Fair 2018 : ผ้าเปลี่ยนโลก ว่านับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีทางสังคม สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ที่ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อันได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น ซึ่ง 16 ธุรกิจเพื่อสังคมในกลุ่มหัตถกรรมทอมือที่นำมาจัดแสดงนี้ จะทำให้ชาวต่างชาติและผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสภูมิปัญญา และเรื่องราวมรดกทางวัฒนธรรมไทย ผ่านผลงานของผู้ประกอบการในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนพื้นที่ให้กลุ่มคนทำงานด้านศิลปะผ้าทอได้แสดงความสามารถของตนเองสู่สายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกด้วยสำหรับ 16 ธุรกิจเพื่อสังคม จาก 19 จังหวัด ประกอบด้วยสินค้าแฟชั่นจากผ้าย้อมคราม ผ้าฝ้าย ผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ และผ้าม่อฮ่อมที่มีเสน่ห์ด้วยดีไซน์ รังสรรค์ด้วยวิถีธรรมชาติ ปิลันธน์ ไทยสรวง กับสินค้าภูคราม.มะเหมี่ยว-ปิลันธน์ ไทยสรวง นักประวัติศาสตร์ชุมชนที่กลับมาพัฒนาสินค้าในบ้านเกิด อ.ภูพาน จ.สกลนคร จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ “ผ้าทอมือภูคราม” เล่าถึงหัวใจหลักของธุรกิจนี้ว่า ต้องการให้มีการพัฒนางานในชุมชนสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งผ้าทอมือภูครามใช้ทุกกระบวนการจากธรรมชาติ ตั้งแต่การปลูกฝ้าย ปั่นฝ้าย ย้อมฝ้าย ทอ และปัก เป็นผลงานจากฝีมือชาวบ้านในท้องถิ่นทั้งหมด ส่วนลวดลายก็เป็นเรื่องราวของสิ่งแวดล้อมในภูคราม ทั้งใบไม้ ดอกไม้รอบตัว เครื่องนุ่งห่มของภูครามซึ่งเป็นคอนเซปต์เดียวกัน แต่มีลวดลายไม่เหมือนกันทุกตัว เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ลูกค้าชื่นชอบ ส่วน วริศรุตา ไม้สังข์ ผู้ประกอบการจากแบรนด์ “HEARTIST” กระเป๋าผ้าจากการทอบำบัดของเด็กที่บกพร่องทางสมอง เผยถึงที่มาของแนวคิดธุรกิจนี้ว่า เกิดจากการรวมตัวกันของครอบครัวที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ โดยนำการทอผ้ามาช่วยบำบัดให้เด็กๆ ได้ฝึกสมาธิ หลายผลงานมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีใบเดียวในโลก จึงอยากสนับ-สนุน โดยนำผ้าทอเหล่านี้มาช่วยจำหน่าย สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวของเด็กๆ เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองที่ต้องดูแลน้องๆ จนไม่สามารถไปทำงานนอกบ้านได้.