แอปเปิล และ OECD ชี้โจทย์ใหม่ของการศึกษา ไม่ใช่สอนใช้ AI ให้เก่ง แต่ต้องสร้างนักเรียนที่คิดวิเคราะห์ รู้จักตั้งคำถาม และใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ให้คิดแทนแอปเปิล (Apple) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เห็นตรงกันว่า การศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากการสอนให้ผู้เรียนใช้ AI เป็น ไปสู่การสร้างผู้เรียนที่คิดวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูล และตัดสินใจด้วยตนเอง เพราะเมื่อ AI สามารถสร้างคำตอบได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที คุณค่าของการศึกษาไม่ได้อยู่ที่การหาคำตอบ แต่อยู่ที่การสร้างผู้เรียนที่รู้จักตั้งคำถามกับคำตอบ ใช้วิจารณญาณ และคิดเป็นมากกว่าใช้เครื่องมือเป็น ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นบนเวที Designed for Every Kind of Learner ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดย “โดมินิก ลิชตี” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ แอปเปิล กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของการศึกษาในอนาคตคือการสร้าง Agency หรือความสามารถของนักเรียนในการเป็นเจ้าของการเรียนรู้ เลือกวิธีเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง กล้าตั้งคำถาม ทดลอง และตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเองโดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ไม่ใช่ผู้คิดแทนพร้อมอ้างอิงผลศึกษาของ Brookings Institution ที่พบว่า มีนักเรียนเพียง 17% เท่านั้นที่รู้สึกว่าตนเองมีทั้งความยืดหยุ่นในการเผชิญปัญหา (Resilience) ความมั่นใจในศักยภาพของตนเอง (Confidence) และการมีส่วนร่วมกับการเรียนรู้ (Engagement) ซึ่งชี้ให้เห็นว่ายังมีอีกจำนวนมากที่ขาดทักษะการเป็นเจ้าของการเรียนรู้ และยังมีนักเรียนจำนวนมากที่ขาดทักษะด้าน Agency ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ภาคการศึกษาต้องเร่งพัฒนาในยุค AI ลิชตี กล่าวว่า AI ควรทำหน้าที่เป็น เครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ไม่ใช่เข้ามาแทนที่การคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน เพราะหากพึ่งพา AI เพื่อหาคำตอบทุกอย่าง ผู้เรียนอาจสูญเสียทักษะสำคัญอย่างการตั้งคำถาม การใช้เหตุผล และการตัดสินใจ ซึ่งเป็นความสามารถที่มนุษย์ยังได้เปรียบเทคโนโลยีลิชตี ชี้ให้เห็นภาพว่า การใช้ AI ไม่ควรต่างจากบทเรียนที่เกิดขึ้นกับระบบนำทาง GPS ในอดีต ก่อนมี GPS ผู้ขับขี่ต้องอ่านแผนที่ จดจำเส้นทาง และสังเกตสภาพแวดล้อม จึงเกิดทักษะการนำทางติดตัว แต่เมื่อผู้คนพึ่งพา GPS มากขึ้น หลายคนกลับทำได้เพียงขับรถตามคำสั่ง โดยไม่รู้แม้กระทั่งว่าตนเองอยู่ตรงไหน “หากนักเรียนใช้ AI เพียงเพื่อรับคำตอบ โดยไม่คิดหรือค้นหาคำอธิบายด้วยตัวเอง ก็ไม่ต่างจากการขับรถตาม GPS โดยไม่เข้าใจเส้นทางที่ใช้อยู่นั้นเป็นอย่างไร” เขากล่าวอีกแนวทางหนึ่งที่แอปเปิลนำเสนอคือ First Draft หรือการให้นักเรียนเริ่มต้นคิดและเขียนร่างคำตอบด้วยตนเอง ก่อนใช้ AI เป็นผู้ช่วยตรวจสอบ ตั้งคำถาม หรือเสนอแนวทางเพิ่มเติม แทนการให้ AI สร้างคำตอบตั้งแต่ต้นด้าน หลุยส์ ฟรานซิสโก วาร์กัส นักวิเคราะห์จากทีม PISA ของ OECD กล่าวว่า การใช้ AI ของเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การเรียนรู้เรื่องการตรวจสอบข้อมูล ความเข้าใจข้อจำกัดของ AI ความเป็นส่วนตัว และการใช้งานอย่างมีจริยธรรม ยังตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีข้อมูลที่นำเสนอในงานระบุว่า เยาวชนอายุ 13-17 ปี ราว 88% ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน ขณะที่นักศึกษามีสัดส่วนสูงถึง 96% แต่การใช้เครื่องมือเป็น ไม่ได้หมายความว่าจะรู้เท่าทันเครื่องมือ แต่สะท้อนว่าการใช้ AI แพร่หลายเร็วกว่าการพัฒนาทักษะการรู้เท่าทัน AI OECD จึงผลักดันกรอบ Media & AI Literacy เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึง วิเคราะห์ ตรวจสอบ ทำงานร่วมกัน และสร้างสรรค์ผลงานด้วย AI อย่างมีความรับผิดชอบ ขณะที่กรอบ AI Literacy สำหรับห้องเรียนครอบคลุมการทำความเข้าใจ AI การสร้างสรรค์ร่วมกับ AI การตัดสินใจว่าเมื่อใดควรหรือไม่ควรใช้ AI และการใช้ AI ภายใต้หลักจริยธรรมอีกแนวคิดที่เน้นย้ำคือ การตั้งคำถามกับคำตอบ ผู้เรียนไม่ควรเชื่อข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นทันที แต่ต้องตรวจสอบแหล่งที่มา เปรียบเทียบข้อมูล มองหาอคติ และใช้วิจารณญาณก่อนสรุปผลลิชตี กล่าวทิ้งท้ายว่า ผลิตภัณฑ์ที่แท้จริงของการศึกษาไม่ใช่เกรดหรือผลงานที่สร้างขึ้นด้วย AI แต่คือนักเรียนที่สามารถคิด ตัดสินใจ และสร้างคุณค่าด้วยตนเอง โดยมี AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ผู้กำหนดคำตอบแทนมนุษย์.ไทยรัฐไซเบอร์เน็ตคลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม