แอปเปิลใช้เวทีประชุมนักพัฒนาประจำปี WWDC26 เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเปิดตัวซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีใหม่จำนวนมากตั้งแต่ Siri AI, Apple Intelligence, เครื่องมือสำหรับนักพัฒนา ไปจนถึงบริการต่างๆในระบบนิเวศของบริษัทหนึ่งไฮไลต์ของ WWDC26 คือการขึ้นเวทีของ “ทิม คุก” ในฐานะ CEO เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนส่งไม้ต่อให้ “จอห์น เทอร์นัส” ในเดือน ก.ย.นี้ แม้ภายนอกงานจะเต็มไปด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่หลายร้อยรายการ แต่หากมองให้ลึกลงไปสิ่งที่แอปเปิลพยายามสื่อสารในปีนี้อาจไม่ใช่รายละเอียดของฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่ง หากเป็นทิศทางใหม่ของบริษัทที่กำลังผลักดันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกผลิตภัณฑ์ ทุกบริการ และทุกประสบการณ์การใช้งานหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่ที่ Siri AI ผู้ช่วยอัจฉริยะเวอร์ชันใหม่ ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ Siri เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2554 Siri รุ่นใหม่สามารถเข้าใจบริบทส่วนตัวของผู้ใช้ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากข้อความ อีเมล รูปภาพ เอกสาร หรือข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ภายในอุปกรณ์ รวมถึงสามารถเข้าใจสิ่งที่กำลังปรากฏอยู่บนหน้าจอ และสั่งงานข้ามแอปพลิเคชันต่างๆได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถสอบถามถึงร้านอาหารที่เพื่อนเคยแนะนำผ่านข้อความเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ค้นหาข้อมูลการเดินทางจากอีเมลเก่า หรือให้ Siri ช่วยดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับหลายแอปได้จากคำสั่งเดียวอย่างไรก็ตาม Siri AI ไม่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย แต่ผู้ใช้งานสามารถพิมพ์ข้อความโต้ตอบกับ Siri ได้ ขณะที่คำตอบและการทำงานของ AIหลายส่วนยังแสดงผลเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลักเบื้องหลังความสามารถดังกล่าวคือ Apple Intelligence และ Foundation Models รุ่นใหม่ ซึ่ง Apple กำลังนำมาเป็นแกนกลางของระบบ AI ทั้งหมดในอุปกรณ์ของบริษัทขณะเดียวกันแอปเปิลยังนำ AI เข้าไปอยู่ในแอปและบริการต่างๆทั่วทั้งระบบ ตั้งแต่ Photos ที่สามารถปรับแต่งองค์ประกอบภาพด้วย AI, Safari ที่ช่วยจัดกลุ่มแท็บและติดตามข้อมูลที่ผู้ใช้สนใจ ไปจนถึงบริการอย่าง Maps, Music, Podcasts และ iCloud ที่ได้รับการเพิ่มความสามารถด้าน AI เข้ามาอย่างต่อเนื่องอีกทั้งได้เปิดเครื่องมือใหม่สำหรับนักพัฒนา ไม่ว่าจะเป็น Foundation Models, Core AI, App Intents และ Xcode 27 เพื่อให้นักพัฒนาสามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในแอปพลิเคชันของตนได้ง่ายขึ้น เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายระบบนิเวศ AI ผ่านเครือข่ายนักพัฒนาทั่วโลกอีกด้านหนึ่ง แอปเปิลยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นความเป็นส่วนตัวผ่านระบบ Private Cloud Compute รวมถึงเครื่องมือด้าน Child Safety และการดูแลความปลอดภัยสำหรับครอบครัว ซึ่งเป็นจุดยืนที่บริษัทพยายามสร้างความแตกต่างจากคู่รายอื่นในตลาด AI.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม