ในวันที่การเรียนเขียนโค้ดไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน เด็กวัย 18 ปีจากประเทศไทยกำลังพิสูจน์ว่า ไอเดียที่เริ่มต้นจากเกมในวัยเด็กสามารถต่อยอดไปสู่เวทีระดับโลกได้ เมื่อชื่อของเขาปรากฏอยู่บนรายชื่อผู้ชนะระดับภูมิภาคของโครงการ Swift Student Challenge 2026 ของ Apple พร้อมผลงานที่ไม่ได้สอนให้คนใช้ AI เก่งขึ้น แต่ชวนให้ผู้คน “เข้าใจ AI” มากขึ้นชวภณ เนติสิงหะ หรือ “จีน” ได้รับรางวัล Distinguished Winner จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เปิดให้นักเรียนและนักศึกษาทั่วโลกนำไอเดียมาพัฒนาเป็นแอปต้นแบบผ่านภาษา Swift โดยปีนี้มีผลงานได้รับรางวัล 350 ผลงาน จาก 37 ประเทศและภูมิภาคขณะที่ผู้ได้รับเลือกในระดับ Distinguished Winner มีเพียง 50 คนทั่วโลก และจะได้รับเชิญเข้าร่วมงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) ที่แอปเปิล ในเดือน มิ.ย.นี้สิ่งที่ทำให้ผลงานของนักเรียนไทยรายนี้น่าสนใจ ไม่ใช่การสร้าง AI ที่ฉลาดขึ้น แต่เป็นการตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้คนใช้งาน AI ได้อย่างเข้าใจมากขึ้น จีนเริ่มต้นเส้นทางการเขียนโปรแกรมตั้งแต่อายุ 9 ปี ผ่านการทดลองสร้างสิ่งต่างๆ ภายในเกม Minecraft ก่อนจะต่อยอดสู่การพัฒนาแอปด้วย Swift และคว้ารางวัลจากเวทีนี้เป็นครั้งที่สอง ผลงานล่าสุดของเขามีชื่อว่า “Neuralia” ซึ่งอยู่ในรูปแบบ Visual Novel หรือเกมเล่าเรื่องแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ใช้ฉากหลังของจังหวัดเชียงใหม่และงานภาพสไตล์อนิเมะ เพื่อพาผู้เล่นเรียนรู้เรื่อง AI ผ่านสถานการณ์จำลองแรงบันดาลใจของโปรเจกต์เกิดขึ้นจากการเห็นเพื่อนรอบตัวเริ่มพึ่งพาคำตอบจาก AI มากขึ้น โดยบางครั้งไม่ได้ตรวจสอบข้อมูล และบางครั้งยังแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวกับแชตบอตโดยไม่รู้ตัว จีนจึงออกแบบ Neuralia ให้เป็นมากกว่าเกม แต่เป็นพื้นที่ให้ผู้ใช้เรียนรู้การตั้งคำสั่ง (Prompt) อย่างเป็นระบบ รู้จักสังเกตข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และเข้าใจว่า AI เองก็มีอคติและข้อจำกัดในการประมวลผลอีกจุดที่สะท้อนแนวคิดของโปรเจกต์ คือการเลือกสร้าง K-Nearest Neighbors (KNN) Framework ขึ้นมาเอง แทนการใช้เครื่องมือ Machine Learning สำเร็จรูป เพื่อให้ผู้เล่นมองเห็นกระบวนการทำงานของ AI ได้ชัดขึ้น และทดลองสร้างโมเดลประมวลผลภาพภายในเกมได้โดยตรง หลังได้รับรางวัล จีนมีแผนพัฒนา Neuralia ต่อให้กลายเป็นเครื่องมือด้านการรู้เท่าทัน AI สำหรับสาธารณะ โดยมองว่าโจทย์สำคัญในวันนี้อาจไม่ใช่การเข้าถึง AI แต่คือการทำให้คนเข้าใจว่า AI ไม่ได้ถูกต้องเสมอไปสำหรับผู้ชนะ Distinguished Winner จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เหลือ ยังสะท้อนธีมร่วมของปีนี้ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาสังคม ตั้งแต่ผลงานของผู้ชนะจากอินโดนีเซียที่ชวนผู้ใช้เรียนรู้เรื่องความเป็นส่วนตัวผ่านการจำลองบทบาทผู้ติดตาม การใช้ AI สร้างประสบการณ์เกมเพื่อสำรวจแรงกดดันทางสังคม ผลงานจากเวียดนามที่เปลี่ยนเสียงฮัมให้กลายเป็นบทเพลง และแอปจากมาเลเซียที่ออกแบบให้การเรียนรู้ AI เป็นเรื่องเข้าถึงง่ายและมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม