การทำงานจากระยะไกล หรือ Remote Work มีแนวโน้มดันยอดจัดส่งพีซีและแท็บเล็ตในปีนี้ทะลุ 500 ล้านเครื่อง พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยกว่า 51% หรือเกินครึ่งของพนักงานที่มีทักษะเฉพาะด้านหรือ Knowledge Workers อาทิ นักเขียน นักบัญชี หรือวิศวกร กำลังทำงานจากระยะไกลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งยังอาละวาดฟาดหัวฟาดหางไปทั่วโลก ทำให้หลายประเทศต้องประกาศล็อกดาวน์เพื่อรักษาระยะห่าง ส่งผลให้การทำงานและเรียนออนไลน์กลับมามีบทบาทเกือบ 100% อีกครั้งการ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษา ประเมินว่า ภายในสิ้นปี 2564 กว่า 51% ของ พนักงานที่มีทักษะเฉพาะด้านหรือ Knowledge Workers อาทิ นักเขียน นักบัญชี หรือวิศวกร จะเป็นพนักงานที่ทำงานจากระยะไกล (Remote Workers) เพิ่มขึ้นจาก 27% ในปีที่ผ่านมา นอกจากนั้น ภายในสิ้นปีนี้ 32% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลกจะทำงานจากระยะไกล เพิ่มขึ้นจาก 17% ในปี 2562 แรนจิท แอทวัล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า รูปแบบการทำงานระยะไกลขององค์กรทั่วโลก มีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้และวัฒนธรรมของแต่ละที่ โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาจะมีพนักงานที่ทำงานระยะไกลสัดส่วนสูงถึง 53% ของแรงงานในอเมริกาทั้งหมด ส่วนประเทศต่างๆในทวีปยุโรป คาดว่าสหราช-อาณาจักรจะมีสัดส่วน 52% ขณะที่เยอรมนีและฝรั่งเศสจำนวน 37% และ 33% ตามลำดับด้านอินเดียและจีน จะเป็นสองประเทศที่จะผลิตพนักงานที่ทำงานระยะไกลเพิ่มมากที่สุด แต่อัตราการเติบโตโดยรวมยังค่อนข้างต่ำ โดยอินเดียอยู่ที่ 30% จีนอยู่ที่ 28%และด้วยจำนวนพนักงานที่ทำงานทางไกลมากขึ้น ความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือพีซีและแท็บเล็ตจึงขยายตัวต่อเนื่อง การ์ทเนอร์ คาดว่าในปี 2564 จะมีการจัดส่งพีซีและแท็บเล็ตสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์มากกว่า 500 ล้านเครื่อง จากความต้องการของทั้งตลาดในกลุ่มองค์กรธุรกิจและกลุ่มผู้บริโภค จากเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา ตัวเลขของการ์ทเนอร์ ระบุว่า ยอดการจัดส่งพีซีทั่วโลกมีจำนวน 275 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 4.8% จากปี 2562 เป็นการขยายตัวที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี นอกจากนั้น ผลกระทบจากการทำงานระยะไกลยังมีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ต้องรองรับการทำงานได้จากทุกที่ องค์กรต่างๆจะถูกบังคับให้ต้องเตรียมแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงธุรกิจไปสู่ดิจิทัลภายในห้าปีเป็นอย่างน้อย รวมทั้งความจำเป็นต่อการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ ไฮเปอร์ออโตเมชัน, AI และเทคโนโลยีการทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในด้านสถานที่และบทบาทการทำงานตัวอย่างที่ชัดเจนคือการที่องค์กรต่างๆ นำระบบคลาวด์มาปรับใช้ เพื่อเร่งรองรับการทำงานระยะไกลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในปี 2564 มูลค่าการใช้จ่ายบนคลาวด์สาธารณะทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 23.1%.