เปิดตัวและเริ่มทำตลาดไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับหนึ่งในสมาร์ทโฟนแห่งปีของในตระกูล Galaxy Note 20 ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่น่าสนใจของซัมซุงโดดเด่นด้วยปากกาที่สามารถจดโน้ตลงบนหน้าจอได้ เปิดตลาดแบบไร้คู่แข่งมาจนถึงขณะนี้ขึ้นสู่ปีที่ 10 ไปเรียบร้อยแล้วGalaxy Note 20 ที่เปิดตัวในบ้านเรามีด้วยกัน 2 รุ่นคือ Galaxy Note 20 หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว หนัก 192 กรัม ราคาเริ่มต้นที่ 29,900-33,900 บาท ส่วน Galaxy Note 20 Ultra ขนาดจอ 6.9 นิ้ว หนัก 208 กรัม จอ Refresh Rate 120Hz ราคาเริ่มต้นที่ 38,900-46,900 บาท หากจะถามว่าทั้งสองรุ่นนี้จะเลือกซื้อและเลือกใช้อย่างไรดี คงต้องตอบได้ว่าขึ้นอยู่กับความชอบ ต้องลองไปจับๆ และลองใช้ดูว่าหน้าจอและน้ำหนักจับถนัดมือและใช้คล่องตัว และความแตกต่างทางด้านราคาด้วยขณะทางซัมซุงให้ข้อมูลว่าสำหรับผู้ใช้มือใหม่และเป็นผู้ใหญ่ Galaxy Note 20 จะเหมาะสมกว่า ส่วนผู้ที่เคยใช้สมาร์ทโฟนตระกูลนี้มาก่อน และใช้คล่องมือแล้วรุ่น Ultra เหมาะสมกว่าจากการทดลองใช้มาในรุ่น Galaxy Note 20 Ultra 5G ซึ่งเป็นตัวท็อปมาหนึ่งสัปดาห์พอจะสรุปได้ว่าค่อนข้างชอบมากกับความลงตัวหลายๆ ด้านตั้งแต่การออกแบบ ไปจนถึงการใช้งานที่ตอบสนองได้หลากหลายรูปแบบเหมาะกับยุค “ชีวิตวิถีใหม่” ที่ซัมซุงได้พัฒนาให้รองรับการทำงานและความบันเทิงได้เต็มอิ่มทั้งสองด้านผ่านสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว ใช้ Ultrawide แบบเต็มจอนับเป็นซุปเปอร์พรีเมียมสมาร์ทโฟน และคุณสมบัติการทำงานแบบไฮเอนด์ที่ให้ทุกอย่างครบครัน รองรับ 5G ในบ้านเรา กับสีสันโดดเด่น โดยเฉพาะสีบรอนซ์ Mystic Bronze สวยงามมากน่าจะเป็นสีที่ได้รับความนิยมสูง โดยรุ่นนี้ดีไซน์คล้ายกับรุ่นเดิม Note 10+ ขอบจอโค้งมนแต่จอใหญ่ขึ้น กล้องหน้าฝังบนจอ (Infinty-O) หน้าจอกระจกแข็ง Gorilla Glass 7 กรอบสเตนเลสสตีลที่ดูสวยงาม จุดแข็งของรุ่นนี้ก็คือ ปากกา S-Pen ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ทำงานใกล้เคียงกับการใช้งานปากกาปกติขณะด้วยความหน่วงที่ 9 ms ทำให้การเขียนไหลลื่นเหมือนบนกระดาษ ลูกเล่นที่ใส่เพิ่มเติมมาคือสามารถแปลงลายมือเป็นเท็กซ์ได้ทันที จากการทดสอบแบบลายมือแบบไก่เขี่ยก็ยังอ่านออกนำไปทำเอกสารต่อไปได้เลย ทำเป็นเพาเวอร์พอยต์และไฟล์ PDF ได้ โดยรุ่นนี้ปากกาจะถูกย้ายไปตรงมุมซ้ายมือด้านล่างแทน เพราะหากอยู่ด้านขวาจะติดกล้องกล้อง เป็นคุณสมบัติหนึ่งที่มีความโดดเด่น รุ่น Ultra กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล กล้อง Ultrawide 12 ล้านพิกเซล และกล้องเทเลโฟโต้ 12 ล้านพิกเซล ออฟติคอลซูม 5 เท่า และซูมไฮบริดออฟติคอล 50 เท่า และคราวนี้มาทำงานพร้อมกับ Laser AF ซึ่งช่วยให้ออโต้โฟกัสได้เร็วขึ้น กล้องหน้า 10 ล้านพิกเซล แต่มีความรู้สึกว่าการใช้งานกล้องหนักๆ จะค่อนข้างร้อนขึ้นมานิดหนึ่งและร้อนกว่าการเปิดโหมดเล่นเกมที่เล่นแบบไหลลื่น โหมดถ่ายภาพกลางคืนจะมี Bright night sensor ช่วยให้ภาพกลางคืนสีสดคมชัด นอยส์ดีขึ้น ขณะที่ถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงสุด 8K รวมทั้งคุณสมบัติ Single Take แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4,500 mAh รองรับชาร์จเร็ว 25 วัตต์ ใช้เวลาชาร์จ 30 นาทีเต็ม 50%เที่ยวนี้ซัมซุงได้ย้ำถึง Econsystem ของตระกูลกาแล็กซี่ และลิงก์กับคอมพิวเตอร์พีซี ทำงานบนแอปบนคอมพิวเตอร์ได้ มีฟีเจอร์ออโต้ซิงก์ ใช้บัญชีของซัมซุงสามารถทำงานร่วมกันได้เลยแม้ไม่ได้อยู่ด้วยกันตอบโจทย์การทำงานของตนเองและเป็นทีมได้ รวมทั้ง Wireless Dex Dual Mode ใช้ 2 แอปได้พร้อมหน้าจอเดียวกัน ทำให้การเรียนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ต้องแบกแล็ปท็อปและยังมีขีดความสามารถพิเศษอีกมากมายยังไม่ได้เขียนถึงเพราะเนื้อที่จำกัด สรุปเรียกว่า Galaxy Note 20 ทั้งสองรุ่นเอาอยู่ ตอบสนองการใช้งานหลากหลายได้จริง.